ธุรกิจ

Facebook บริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญในเวลา 19 ปี

Facebook บริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญในเวลา 19 ปี

Facebook บริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญในเวลา 19 ปี

 

ในโลกของการลงทุน เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่ล้วนต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนต่อครั้งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และบ่อยครั้ง การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุด มักจะเกิดกับหุ้นที่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง

 

คำว่าขนาดในที่นี้ หมายถึงมูลค่าของบริษัทตามราคาตลาด เช่น บริษัทนี้มีมูลค่ากิจการ 1,000 ล้านบาท หรือบริษัทนี้มีมูลค่ากิจการ 100,000 ล้านบาท

 

ถ้ามองดูผ่าน ๆ ยังไงเสียบริษัทที่มีมูลค่ากิจการ 1,000 ล้านบาท ก็มีโอกาสที่จะเติบโตได้ง่ายกว่าอีกบริษัทที่มีมูลค่ากิจการเป็นแสนล้าน สมมติว่าบริษัทแรกต้องการเติบโตขึ้นอีก 2 เท่า การจะสร้างรายได้และกำไรเพื่อนำพาบริษัทโตจาก 1,000 เป็น 2,000 ล้านบาท ก็ย่อมง่ายกว่าการพาบริษัท 100,000 ล้านบาทให้กลายเป็น 200,000 ล้านบาทเป็นแน่แท้

 

แต่ไม่ใช่กับบริษัทแห่งหนึ่งที่เพิ่งจะกลายเป็นบริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อย บริษัทนั้นคือ Facebook

 

 

 

 

Facebook ไม่ว่าใครก็รู้จักว่านี่คือหนึ่งในบริษัทที่ทำธุรกิจด้านโซเชียลมีเดียและการโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

Facebook ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว ๆ 19 ปีก่อนโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และจำนวนผู้ใช้งานก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตามกระแสของอินเทอร์เน็ตที่บูมสุดขีด จนสามารถเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ได้สำเร็จเมื่อปี 2012

 

แม้จะเป็นบริษัทที่เพิ่งเข้าตลาด แต่ตอนนั้นมูลค่ากิจการของ Facebook ก็สูงถึง 1 แสนล้านเหรียญแล้ว เรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่ใหญ่ผิดมนุษย์มนาเมื่อเทียบกับหุ้น IPO ทั่วไป

และด้วยขนาดที่ใหญ่นี้เอง จึงไม่แปลกถ้านักลงทุนจะสงสัยว่าการเติบโตของบริษัทนี้จะทำต่อไปอีกได้ยังไง ในเมื่อกิจการก็มีมูลค่าที่สูงกว่าแสนล้านเหรียญแล้ว พร้อมกับมีรายได้และกำไรต่อปีในช่วงเวลานั้นกว่า XXX ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่บริษัทใหญ่ขนาดนั้นจะเติบโตได้แบบก้าวกระโดด

 

หลังจากเข้าตลาดไม่นานนัก ราคาหุ้น Facebook ก็ร่วงลงไปประมาณ 50% นับจากราคาที่เข้าตลาดวันแรก

 

 

 

งบการเงิน Facebook ตอนช่วงที่เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2012

ปี 2010
รายได้ 1,974 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 1,368 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 606 ล้านเหรียญ

 

ปี 2011
รายได้ 3,711 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 2,711 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 1,000 ล้านเหรียญ

 

ปี 2012
รายได้ 5,089 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 5,036 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 53 ล้านเหรียญ

 

 

 

แต่ต้องไม่ลืมว่า Facebook ไม่ได้เป็นบริษัททั่วไป แต่เรากำลังพูดถึงบริษัทที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโซเชียลมีเดีย จนทิ้งห่างผู้ตามอันดับ 2 และ 3 ไปแบบไม่เห็นฝุ่น

 

แม้ผู้ใช้ Facebook ในตอนนั้นจะมีหลักหลายร้อยล้านคนแล้ว แต่ทุกวันนี้ Facebook ก็สามารถผลักดันการเติบโตจนทำให้มีผู้ใช้งานทะลุ 2,000 ล้านคนได้ และในระหว่างทาง Facebook ก็ไล่ซื้อธุรกิจอื่น ๆ แบบสุดฤทธิ์สุดเดช ที่หลายคนรู้จักกันดีก็อย่างเช่น Instagram และ WhatsApp แม้จะซื้อมาในราคาแพง แต่ก็สามารถเอามาเสริมฐานลูกค้าเพื่อใช้ในการโฆษณาได้อย่างคุ้มค่า

 

และเพราะการมีลูกค้าอยู่ในมือกว่า 2,000 ล้านคนนี้เอง จึงเป็นเรื่องยากมากที่ธุรกิจในโลกนี้จะหลีกเลี่ยงการลงโฆษณาผ่าน Facebook ได้ เพราะในเมื่อลูกค้าอยู่ที่นี่ ยังไงก็ต้องยอมจ่ายค่าโฆษณาให้ Facebook อยู่ดี

 

หลังจากเข้าตลาดมาได้แล้วเกือบทศวรรษ ตัวเลขรายได้ของบริษัทที่ประมาณ 5 พันล้านเหรียญเมื่อปี 2012 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 85,965 ล้านเหรียญในปี 2020 และกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญได้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่าน

 

 

งบการเงิน Facebook ปัจจุบัน

ปี 2018
รายได้ 55,838 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 33,726 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 22,112 ล้านเหรียญ

 

ปี 2019
รายได้ 70,697 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 52,212 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 18,485 ล้านเหรียญ

 

ปี 2020
รายได้ 85,965 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 56,819 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 29,146 ล้านเหรียญ

 

 

 

อาจเป็นความจริงที่ว่า ยิ่งบริษัทมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ การเติบโตแบบก้าวกระโดดก็ยิ่งทำได้ยากเมื่อเทียบกับบริษัทที่มีขนาดเล็กกว่า

 

แต่ถ้าบริษัทนั้นมีแผนการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง และเติบโตมากพอจนแทบทุกคนในโลกต้องใช้สินค้าและบริการของบริษัทดังกล่าว มันก็อาจเป็นข้อยกเว้นว่าบริษัทใหญ่จะเติบโตได้ช้ากว่าบริษัทเล็ก

 

และ Facebook ก็เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าการเติบโตไม่ได้มีข้อจำกัดอย่างที่หลายคนคิด

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

Facebook Reaps $1 Trillion Reward for Grow-At-Any-Cost Culture : https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-07-01/facebook-fb-reaps-1-trillion-reward-for-grow-at-any-cost-culture

งบการเงิน FB : https://finance.yahoo.com/quote/FB/financials?p=FB

รายได้และกำไรในอดีต : https://www.statista.com/statistics/277229/facebooks-annual-revenue-and-net-income/

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน