ธุรกิจ

Yayoi ขายเดลิเวอรี่ได้ร้อยล้าน

Yayoi ขายเดลิเวอรี่ได้ร้อยล้าน

Yayoi ขายเดลิเวอรี่ได้ร้อยล้าน

 

Yayoi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบแฟรนไชส์ที่คนไทยหลาย ๆ คนรู้จักกันดี และเป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของเครือเอ็มเคด้วย Yayoi เริ่มเปิดให้บริการในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2549 จนปัจจุบันนี้มีสาขารวมกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมามา กระแสการบริโภคอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เห็นได้จากร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีอยู่มากมายแทบทุกห้างสรรพสินค้า (หรือกระทั่งนอกห้างสรรพสินค้า) ร้าน Yayoi ก็เป็นผู้ได้ประโยชน์จากความนิยมนี้

 

ถ้าลองสังเกต จะเห็นว่าร้าน Yayoi มีความแตกต่างกับร้านสุกี้ MK ที่นอกจากจะต่างเรื่องชนิดอาหารแล้ว ยังต่างในเรื่องของกลุ่มลูกค้าด้วย ร้านสุกี้ MK มักจะเป็นการทานแบบครอบครัวเสียส่วนใหญ่ ในขณะที่ร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi คนที่มากัน 1-2 คนก็สามารถเข้าไปทานได้ ร้าน Yayoi จึงเป็นเหมือนธุรกิจที่เข้ามาเติมเต็มกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้

 

ในปีที่พีคที่สุด สัดส่วนรายได้ของ Yayoi คิดเป็น 19% ของรายได้รวมทั้งเครือ MK หรือคิดเป็นเงินกว่า 3,307 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

 

 

แต่ด้วยวิกฤต COVID-19 ธุรกิจร้านอาหารจึงได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ซึ่งร้าน MK และ Yayoi ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบนี้ได้เท่าไหร่นัก

 

ในปี 2563 รายได้ของทั้งเครือ MK ลดลงจาก 17,409 ล้านบาท มาอยู่ที่ 13,361 ล้านบาท หรือลดลงเกือบ 1/4 แต่ที่น่าห่วงกว่าคือกำไรสุทธิ เพราะกำไรสุทธิลดลงจาก 2,604 ล้านบาทมาเหลือเพียง 907 ล้านบาท ลดลงเกินครึ่งเสียด้วยซ้ำไป เพราะคนไม่สามารถเดินทางออกมาทานอาหารที่ร้านได้

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ MK ทำได้ดีพอสมควรในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ก็คือเรื่องของธุรกิจเดลิเวอรี่

 

 

 

ไม่มีตัวเลขแน่ชัดนักว่าร้านสุกี้ MK มียอดขายผ่านช่องทาง delivery เท่าไหร่ในปีล่าสุด แต่สำหรับร้าน Yayoi สัดส่วนรายได้จากธุรกิจเดลิเวอรี่กำลังเพิ่มขึ้น ล่าสุดสัดส่วนที่อยู่ที่ 14% ของยอดขายจากร้าน Yayoi แล้ว

 

ถ้าคิดเป็นตัวเงิน ในปี 2563 รายได้จากร้าน Yayoi ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 2,405 ล้านบาท ดังนั้นรายได้จากการขายแบบเดลิเวอรี่ 14% จะคิดเป็นเงิน 337 ล้านบาท

 

อาจไม่มากนักถ้าเทียบกับรายได้รวมของเครือ MK ทั้งหมด แต่ก็เป็นสัดส่วนไม่น้อยถ้าเทียบกับเฉพาะธุรกิจของร้าน Yayoi

 

สำหรับร้านสุกี้ MK การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรี่อาจเป็นอะไรที่ทำได้ยากกว่าอาหารญี่ปุ่น เพราะภาพของการกิน MK ที่เป็นภาพจำสำหรับคนส่วนใหญ่ คือการนั่งทานที่ร้าน มีหม้ออยู่ตรงหน้า มีอุปกรณ์แบบจัดเต็ม การสั่งกลับมาทานที่บ้านจึงอาจไม่ได้สะดวกเหมือนทานที่ร้าน คนจะซื้อผ่านเดลิเวอรี่ไม่มากนักก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

แต่ทาง MK ก็พยายามออกสินค้าใหม่ ๆ ให้เหมาะสำหรับการสั่งทานที่บ้านมากขึ้น เช่น เน้นขายอาหารจานเดี่ยว เน้นขายเป็นย่างในตำนาน หรือกระทั่งช่วงหนึ่ง MK เคยจัดโปรโมชั่นแถมหม้อสุกี้ด้วยซ้ำไป

 

ในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ ถึงบริษัทจะพยายามประคองตัวด้วยการออกรายการอาหารใหม่แค่ไหน พยายามขายเดลิเวอรี่แค่ไหน มันก็เป็นเรื่องยากที่รายได้รวมจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากที่ผ่านมาทางบริษัทก็เน้นการขายผ่านหน้าร้านมาโดยตลอด

 

แต่ถึงอย่างนั้น การปรับตัวของทั้งสุกี้ MK และร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงได้ไม่น้อย และเมื่อถึงจุดที่ COVID-19 ผ่านพ้นไป คนกลับมากินข้าวนอกบ้านได้ตามปกติ บริการเดลิเวอรี่หรือสินค้าอื่น ๆ ที่เคยพัฒนามา ก็จะยิ่งสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจได้มากขึ้น

 

บางครั้งวิกฤตก็เป็นบททดสอบเพื่อให้คนเราแข็งแกร่งมากกว่าเดิม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

ข้อมูลอ้างอิง

รายงานประจำปี 2019 : https://m.listedcompany.com/misc/ar/20200313-m-ar2019-th.pdf

รายงานประจำปี 2020 : https://m.listedcompany.com/misc/ar/20210311-m-ar2020-th.pdf

บทวิเคราะห์ MK : https://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000405293/210225_M_t.pdf

ส่องเมนู MK ปี 2564 ในวันที่กำไรลดลง 65% อาหารจานเดียวอาจเป็นคำตอบ : https://brandinside.asia/mk-restaurant-a-la-carte-2564/

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน