สังคมศาสตร์ เศรษฐกิจ

การรุกคืบของจีนในภูฏาน จีนค่อย ๆ แทรกซึมในภูฏานได้อย่างไร 

การรุกคืบของจีนในภูฏาน จีนค่อย ๆ แทรกซึมในภูฏานได้อย่างไร

การรุกคืบของจีนในภูฏาน จีนค่อย ๆ แทรกซึมในภูฏานได้อย่างไร 

 

ในช่วงที่มหาอำนาจของโลกต่างพากันทำสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดน วิธีการได้มาซึ่งพื้นที่อาจไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเสมอไป ในระยะหลังมานี้ จีนได้เริ่มสร้างแรงกดดันเพื่อรุกคืบไปยังประเทศเป้าหมาย กรณีที่เห็นได้ชัด คือการค่อย ๆ แทรกซึมในภูฏาน ประเทศที่นับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จีนสามารถใช้เพื่อกดดันอินเดีย ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจกลยุทธ์ที่จีนใช้ในการแทรกแซงภูฏาน ดังต่อไปนี้ [1, 2, 3]

 

วิธีการที่จีนใช้ในการแทรกซึมภูฏาน เรียกว่า ยุทธวิธีเฉือนซาลามี่ (Salami Slicing) เปรียบเหมือนกับการค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงสถานะของภูฏานทีละน้อย หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารขนาดใหญ่เพื่อเผชิญหน้ากันโดยตรง ในความเห็นของ Robert Barnett ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบต กลยุทธ์ดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานเป็น 5 ขั้นตอนหลัก เริ่มแรก ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 จีนเริ่มส่งคนเลี้ยงสัตว์ชาวทิเบตเข้าไปในพื้นที่พิพาทระหว่างจีนและภูฏาน เพื่อผลักดันเกษตรกรท้องถิ่นออกไป ต่อมา จีนค่อย ๆ รุกคืบไปในพื้นที่ด้วยการสร้างกระท่อมหรือที่พักอาศัยให้แก่คนเลี้ยงสัตว์เหล่านั้น

 

นับจากนั้น จีนจึงส่งทหารเข้ามาสนับสนุนและคอยคุ้มครองชาวทิเบตที่อยู่ในพื้นที่ และจากทหารคุ้มครอง ก็พัฒนาขึ้นเป็นการสร้างป้อมปราการทหารอย่างถาวร ท้ายที่สุด จีนจึงเริ่มตัดถนนและสร้างหมู่บ้านในเขตพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเชื่อมต่อกับทิเบต ตั้งแต่ปีค.ศ. 2004 และสร้างหมู่บ้านกินดีอยู่ดี (หมู่บ้านเสี่ยวคัง) ขึ้นในปีค.ศ. 2016 และมีแผนจะยกระดับหมู่บ้านเหล่านั้นขึ้นเป็นเมือง

 

ด้วยวิธีการดังที่กล่าวมานี้ แผ่นดินของภูฏานทางทิศเหนือค่อย ๆ ถูกเฉือนออกทีละน้อย และถูกกลืนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจีน โดยสิ่งปลูกสร้างและหมู่บ้านของจีนมีการประดับธงชาติจีน และเป็นที่คาดการณ์ว่าอาจมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่เป็นเครื่องมือจากฝั่งทางการทหาร จีนรุกคืบที่ดินเหล่านี้ เพื่อหวังใช้ในการต่อรอง กดดันให้ภูฏานยอมยกพื้นที่ราบสูงด็อกลัม (Doklam Plateau) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกให้แก่จีน เพราะพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับบริเวณคอไก่ (Siliguri Corridor) ที่นับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับเชื่อมต่อไปยังอินเดีย

 

การแทรกซึมของจีน ทำให้ภูฏานต้องเผชิญกับความกดดันจากอินเดียด้วยเช่นกัน เพราะทั้งภูฏานและอินเดีย มีสนธิสัญญาในปีค.ศ. 2007 ที่ระบุไว้ว่าทั้งสองฝ่ายต้องคำนึงถึงความมั่นคงของกันและกัน ภูฏานจึงติดอยู่ระหว่างกลางเกมการเมืองของอินเดียและจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกัน ภูฏานก็ต้องคอยรับมือไม่ให้ถูกจีนกลืนกินประเทศ และแม้ภูฏานและจีนจะมีความร่วมมือทางการทูตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการลงนามในแผนที่เส้นทางสามขั้นตอน หรือการเจรจาร่วมกันกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขปัญหาพรมแดน แต่ภาพถ่ายทางดาวเทียมก็ยังคงแสดงให้เห็นว่า จีนยังคงเร่งสร้างสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายในพื้นที่พิพาทอย่างต่อเนื่อง

 

ในปัจจุบันนี้ สถานการณ์ระหว่างภูฏาน จีน และอินเดีย ยังคงเต็มไปด้วยความคลุมเครือ ภูฏาน ซึ่งนับเป็นประเทศขนาดเล็ก มีจำนวนประชากรเพียง 780,000 คน มีกำลังทหารเพียง 7,500 นาย ย่อมยากที่จะต่อกรกับจีนซึ่งนับเป็นประเทศมหาอำนาจ แต่จากการสนับสนุนของอินเดีย ก็อาจทำให้ภูฏานได้รับแต้มต่อด้วยเช่นกัน จากนี้ไป เราคงได้แต่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของประเทศเหล่านี้ และคอยเฝ้าดูกลยุทธ์ของจีนที่กำลังดำเนินต่อไปในระยะยาว

 

ลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

[1] The Wall Street Journal. (May 8, 2024). Why China’s Land Grab in Bhutan Threatens India | WSJ. https://www.youtube.com/watch?v=i9xe7N_OEXs

[2] Taiwan Talks. (May 30, 2024). How China’s Quiet Land Grab in Bhutan Targets India|Taiwan Talks EP509. https://www.youtube.com/watch?v=rjkFUuHlHaw

[3] CGTN. (April 1, 2026). China, Bhutan hold candid, constructive discussions on border issue. https://news.cgtn.com/news/2026-04-01/China-Bhutan-hold-candid-constructive-discussions-on-border-issue-1LZkNmtSiWc/p.html 

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน