การเงิน

เริ่มต้นบริหารเงิน เริ่มต้นด้วยสมการเงินออมแบบใหม่

เริ่มต้นบริหารเงิน

เริ่มต้นบริหารเงิน : การบริหารเงินส่วนบุคคล หมายถึง การวางแผน จัดการ และปฎิบัติกิจกรรมทางการเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ โดยทั่วไปมีจุดมุ่งหมายให้เงินออมที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการบริหารการเงินส่วนบุคคลสามารถอธิบายได้โดยสมการพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างรายได้และรายจ่าย

 

รายได้ = รายจ่าย + เงินออม

 

นี่คือสมการกระเป๋าเงินพื้นฐาน เมื่อเราได้เงิน (รายได้) มา ทางไปของเงินมี 2 ทาง คือ จ่ายออก (รายจ่าย) หรือเก็บไว้ (เงินออมเงินลงทุน) จากสมการความสัมพันธ์ข้างต้น เงินออมจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อรายได้เพิ่มมากขึ้น หรือรายจ่ายลดน้อยลง พื้นฐานการบริหารเงินดังกล่าวจึงเป็นที่มาของพื้นฐานอีก 2 ด้าน คือ การลงทุน (investment) เพื่อรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น และการออม (saving) เพื่อรายจ่ายที่ลดน้อยลง

 

รายได้ – รายจ่าย = เงินออม

 

ในปรัชญาช่วงก่อน การออมมักเป็นในรูปแบบเมื่อมีรายได้มาแล้วจึงนำไปใช้จ่ายให้เสร็จก่อน ส่วนที่เหลือจึงนำมาเป็นเงินออม ซึ่งหลักคิดดังกล่าวทำให้ควบคุมความสม่ำเสมอของเงินออมได้ยาก เนื่องจากไม่ได้รู้สึกว่าการออมไม่ใช่ภาระที่ต้องทำ แต่เป็นเพียงผลพลอยได้จากการเหลือเก็บมากกว่า

 

รายได้ – เงินออม = รายจ่าย

 

ในปัจจุบันจึงมีการนำหลักการคิดแบบใหม่มาใช้ในการบริหารเงินส่วนบุคคลกัน โดยมองการออมว่าเป็นภาระที่ต้องทำเหมือนรายจ่ายแบบหนึ่ง ซึ่งจะกำหนดให้การออมในแต่ละเดือนมีลักษณะคงที่ เพื่อทำให้เงินออมนั้นเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ เงินส่วนที่เหลือนั้นจึงนำเป็นรายจ่ายซึ่งต้องจัดการให้ใช้ได้อย่างเพียงพอ

 

หลักคิดดังกล่าวมีปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงมากกว่าหลักคิดแบบแรก คือ ปริมาณเงินที่จะออมในแต่ละรอบรายได้ หลักคิดแบบเก่าจะออมทั้งหมดที่เหลือ ดังนั้นจำนวนการออมในแต่ละรอบรายได้จะไม่ตายตัว แต่หลักคิดแบบใหม่จะกำหนดยอดการออมออกมาก่อนซึ่งจะต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า เพราะถ้าออมน้อยไปอาจจะทำให้เงินสะสมเติบโตช้า แต่ถ้าออมมากไปอาจทำให้เหลือเงินไม่เพียงพอใช้เป็นรายจ่าย โดยหลักการคำนวณหาเงินออมที่เหมาะสมสามารถทำได้อย่างง่าย โดยการประมาณรายได้และรายจ่ายในแต่ละรอบรายได้ ส่วนต่างที่ได้จะเป็นเงินออมที่อยู่ในช่วงเหมาะสม

 

รายได้ : เงินเดือน 15,000 บาท

 

รายจ่าย : ค่าที่พัก 5,000 บาท ค่าอาหาร 4,500 บาท ค่าเดินทาง 1,500 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์  1,500 บาท ค่าใช้จ่ายอื่น 1,000 รวม 13,500 บาท

 

ส่วนต่าง : 1,500 บาท

 

จากตารางประมาณรายได้รายจ่ายในรอบรายได้พบว่า มีส่วนต่างระหว่างรายได้และรายจ่ายอยู่ที่ประมาณเดือนละ 1,500 บาท ซึ่งอาจจะกำหนดเป็นยอดเงินออมขั้นต่ำ เมื่อเงินเดือนออก หักเงินออม 1,500 บาท ออกเป็นอันดับแรก และเก็บเงินที่เหลือไปใช้เป็นเงินสำหรับใช้จ่าย

 

โดยการทำตามรูปแบบดังกล่าวจะทำให้วินัยการใช้เงินสูงมากขึ้นและเงินออมมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และการที่เงินสะสมเติบโตอย่างสม่ำเสมอก็จะเป็นรากฐานในความมั่งคั่งในอนาคตต่อไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน