การเงิน

Revenge saving การออมแบบบ้าคลั่ง เมื่อชาวจีนพยายามจำกัดการใช้เงินให้ได้มากที่สุด

Revenge saving การออมแบบบ้าคลั่ง เมื่อชาวจีนพยายามจำกัดการใช้เงินให้ได้มากที่สุด

Revenge saving การออมแบบบ้าคลั่ง เมื่อชาวจีนพยายามจำกัดการใช้เงินให้ได้มากที่สุด

 

หลังจากหมดช่วงการระบาดของโควิด-19 ชาวจีนกลับมาใช้จ่ายหนักขึ้นทั้งท่องเที่ยว เดินทาง กินอาหารหรู รวมไปถึงซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ ซึ่งมาจากความต้องการปลดปล่อยจากมาตรการเข้มงวดของนโยบาย Zero Covid ที่ถูกยกเลิกไป แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ สัญญาณเศรษฐกิจของประเทศจีนกลับเริ่มอ่อนตัวลง

 

โดยตั้งแต่ช่วงต้นปี ค.ศ. 2024 เป็นต้นมา อัตราการว่างงานและค่าครองชีพของชาวจีนเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงหนทางการหาเงินเพิ่มขึ้น จากรายได้ทางอื่น ๆ นั้น เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ซึ่งดังที่ได้กล่าวมา นั่นกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกระแสการออมเงินแบบบ้าคลั่ง หรือ Revenge saving ในกลุ่มหนุ่มสาวชาวจีน ที่พยายามทจะจำกัดการใช้เงิน โดยใช้จ่ายน้อยที่สุดและเก็บออมให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

 

พวกเขาพยามเก็บออมเงินรายเดือนอย่างสุดโต่ง เคล็ดลับการประหยัดเงินของวัยรุ่นชาวจีน ถูกแชร์อยู่บนแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ และอีคอมเมิร์ซยอดนิยมอย่าง Xiaohongshu อยู่มากมายหลายหัวข้อ ทั้งการทำอาหารเองที่บ้าน ด้วยวัตถุดิบต้นทุนราคาถูก หรือการออกไปรับประทานอาหารในโรงอาหารท้องถิ่นเก่าแก่ ที่ขายทั้งของสดและอาหารปรุงสุกราคาถูก ซึ่งโดยปรกติจะพบเห็นแต่ชาวสูงอายุ การเลือกท่องเที่ยวที่ไม่ต้องใช้เงินมาก อย่างการเดินเล่นในอุทยาน สวนสาธารณะ วัด และแหล่งศึกษาธรรมชาติ การดูแลสุขภาพด้วยตัวเองที่บ้าน โดยไม่พึ่งพาสปาหรูหราที่มีค่าบริการแสนแพง การเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีจากท้องถิ่น หรือในชุมชน เพื่อทดแทนการไปห้างและซุปเปร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เลือกผ่อนคลายทางจิตวิญญาณ ด้วยการซื้อตั๋วราคาถูกเข้าชมและนั่งสมาธิตามวัดต่าง ๆ จนเกิดเป็นกระแสคลั่งวัด “temple craze (寺庙热)” ที่ช่วยให้พวกเขาหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน และสัมผัสกับช่วงเวลาแสนสงบ การเลือกออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ง่าย ๆ ที่หาได้จากในบ้านแทนการเสียเงินค่าสมาชิกให้กับฟิตเนส เป็นต้น

 

พวกเขาเริ่มมีคำเฉพาะกลุ่ม ที่เกี่ยวข้องกับการออมเงินแบบบ้าคลั่งให้ค้นหา ทั้ง “reverse consumption” หรือ การบริโภคแบบย้อนกลับ ซึ่งหมายถึงการใช้จ่ายแบบมีเหตุผลและสติ การไม่ตัดสินใจซื้อแบบหุนหันพลันแล่น หรือของที่ไม่จำเป็น  และ “stingy economy” หรือ เศรษฐกิจแบบตระหนี่ ซึ่งหมายถึง การพยายามหาส่วนลด คูปอง แต้มแลกของรางวัล หรือแคชแบ็ก ในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการทุก ๆ ครั้งเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าให้ได้สูงสุด

 

อาจกล่าวได้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจีนในตอนนี้ สร้างความรู้สึกไม่แน่นอนให้กับประชากรหนุ่มสาวชาวจีน พวกเขาจึงมองว่าการเก็บออมเงินสดไว้ให้มากที่สุดนั้น เป็นหนึ่งในหนทางที่จะช่วยรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตได้

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
https://jingdaily.com/posts/china-gen-z-lifestyle-trends-soul-2024
https://www.cnbc.com/2024/07/02/chinas-young-are-revenge-saving-even-as-other-gen-zers-pile-up-debt.html
https://www.forbesindia.com/article/lifes/revenge-savings-new-trend-among-chinese-youth/93547/1
https://asia.nikkei.com/Spotlight/Asia-Insight/China-s-Gen-Z-turns-frugal-as-economy-doubts-linger

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน