ธุรกิจ

ทำไมธุรกิจเพลงของ หุ้น RS ถึงมีกำไร

หุ้น RS

หุ้น RS หรือบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) อดีตบริษัทค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งประเทศไทยซึ่งตอนนี้หันมาจับธุรกิจอื่นอย่างทีวีดิจิตัลและเครื่องสำอางเป็นรายได้หลักของบริษัทแทน รายได้ของเพลงของอาร์เอสมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือธุรกิจเพลงที่ดูจะอยู่ในภาวะการแข่งขันอย่างรุนแรงกลับสร้างผลกำไรให้กับบริษัท ทั้งที่อุตสาหกรรมเพลงในตอนนี้มีแนวโน้มจะขาดทุน

 

 

ทำไม RS ถึงสร้างกำไรจากธุรกิจเพลงได้ ทั้งที่อุตสาหกรรมเพลงอยู่ในภาวะยากลำบาก

 

1 ผ่านช่วงการลงทุนหนักสุดของธุรกิจเพลงไปแล้ว

 

ธุรกิจเพลงของอาร์เอสตอนนี้ไม่ได้เน้นการทำเพลงและขยายธุรกิจเหมือนช่วงก่อน แต่กลับมาเน้นการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากทรัพย์สินทางปัญญาที่เคยสร้างไว้ในอดีตมากกว่า เมื่อเพลงที่สร้างใหม่เกิดขึ้นในอัตราที่น้อยลงเมื่อเทียบกับเพลงเก่า จึงทำให้รายได้ที่ได้จากเพลงเก่าสูงกว่าทั้งที่ต้นทุนในการผลิตน้อยหรือไม่เหลือแล้ว ต้นทุนการได้มาซึ่งรายได้จึงน้อยมากเพราะมีต้นทุนการผลิตเพลงใหม่อยู่ในสัดส่วนที่น้อยนั่นเอง

 

 

2 ลดการขายสินค้าลิขสิทธิ์ที่มีต้นทุนคงที่สูง หันมาเน้นการแบ่งรายได้จากคนกลาง

 

ปัจจุบัน ช่องทางหลักในการกระจายเพลงของอาร์เอสคือช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทั้งแอปพลิเคชันเพลงอย่าง JOOX และ Spotify หรือช่องทางฉายมิวสิควีดีโออย่าง Youtube และ Line TV ซึ่งช่องทางเหล่านี้อาร์เอสไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างช่องทางเอง เพียงแต่นำเพลงและเอ็มวีไปลงและรอรับส่วนแบ่งรายได้โฆษณา ต้นทุนในการสร้างช่องทางหรือสินค้าจึงลดต่ำไปมาก เมื่อเทียบกับยุคขายเทป หรือซีดี

 

 

3 ลดจำนวนศิลปินและเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ

 

อาร์เอสลดศิลปินในสังกัดจากร้อยกว่าชีวิตเหลือประมาณสามสิบเท่านั้น การมีศิลปินลดลงทำให้ธุรกิจกลับมาอยู่ในขนาดที่สามารถทำกำไรได้ เพราะจะมุ่งเน้นไปยังศิลปินที่มีศักยภาพและน่าจะสร้างผลงานออกมาเป็นที่นิยมเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องสร้างผลงานให้กับศิลปินจำนวนมากซึ่งจะต้นทุนการผลิตที่สูง ในส่วนของศิลปินใหม่ที่อยากทำเพลง อาร์เอสก็มีโมเดลที่จะให้ศิลปินร่วมลงทุนซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการที่จะไม่ทำเงินลงไปได้มาก

 

 

4 เพิ่มโมเดลการโฆษณาและพรีเซนเตอร์ควบคู่กับธุรกิจเพลง

 

นักร้องของอาร์เอสซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นค่ายเพลงอาร์สยาม (RSIAM) และเป็นค่ายเพลงเดียวในเครืออาร์เอส จะไม่ได้เป็นแค่นักร้องอีกต่อไป แต่จะรับงานด้านพรีเซนเตอร์ให้สินค้าด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาร์สยามถือว่ามีกลุ่มลูกค้าหรือคนฟังที่ค่อนข้างชัดเจนทำให้สามารถรับงานโฆษณาจากสินค้าได้อย่างแตกต่าง หากสังเกตในมิวสิควีดีโอต่างๆ ในค่ายอาร์เอส ปัจจุบันก็จะมีการโฆษณาหรือ tie-in สินค้าต่างๆ เข้าไปด้วย ทำให้มีรายได้มาเสริมจากการขายเพลงหรือลิขสิทธิ์เพียงอย่างเดียว ซึ่งโมเดลการขายโฆษณาดังกล่าวถือว่ามีรายได้ที่สูงมากหากเทียบกับต้นทุนการผลิต

 

 

ธุรกิจเพลงของอาร์เอสถือเป็นตัวอย่างการปรับตัวของบริษัทในยุคที่โลกหมุนไวได้อย่างดี

 

มุมมองผู้บริหารด้านการปรับลดขนาดธุรกิจลงแต่ต้องทำกำไรได้ถือเป็นภาพที่เราไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนักในการทำธุรกิจ แต่มุมมองดังกล่าวก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดียิ่งในชีวิตธุรกิจจริง กิจการที่เล็กแต่มีกำไรย่อมดีกว่ากิจการที่ใหญ่แต่ขาดทุน ซึ่งอาร์เอสก็มีความสามารถในแง่ของการหาธุรกิจใหม่และรายได้ก้อนใหม่มาชดเชยให้ธุรกิจในภาพองค์กรยังดำเนินต่อไป

 

ธุรกิจเพลงของอาร์เอสถือเป็นตัวอย่างทางการบริหารธุรกิจที่น่าสนใจมากทีเดียว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy