ธุรกิจ

การโตด้วย CBEC ของหุ้น BEAUTY

BEAUTY

หุ้น BEAUTY หรือบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) นับเป็นหุ้นในตำนานอีกตัวหนึ่งของช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่ IPO เข้ามาในราคาหุ้นละ 0.8 บาท (ปรับการแตกพาร์แล้ว) หุ้นก็ขึ้นไปทำจุดสูงสุดถึง 22.90 บาท หรือนับได้เป็นหุ้น 28 เด้ง เทียบเท่ากับผลตอบแทน 2,762.5% ในเวลาเพียง 5 ปี

 

บริษัททำธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอาง ผ่านร้านค้าปลีกเครื่องสำอางในเครือ 3 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่ Beauty Buffet, Beauty Cottage และ Beauty Market โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยอดขายและกำไรของบริษัทเติบโตได้ดีอย่างมาก คือสินค้าของบริษัทนั้นเป็นที่นิยมในหมู่คนจีนมาก สินค้าบริษัทกลายเป็นของฝากยอดนิยมของคนจีนไปแล้วในปัจจุบัน และเหตุการณ์สำคัญในตอนนี้คือ บริษัทประกาศจะบุกตลาดจีนด้วยช่องทางใหม่ที่ชื่อว่า CBEC หรือ cross boarder e-commerce

 

ก่อนจะเล่าถึง CBEC ต้องเล่าถึงการขายสินค้าไปจีนก่อนหน้านี้ของหุ้น BEAUTY ก่อน

 

ปรกติสินค้าของบริษัทจะขายผ่านช่องทางหน้าร้านของบริษัทเอง คือพ่อค้าชาวจีนจะมาเหมาเป็นลังๆ ไปแล้วขนเข้าประเทศไปเอง ซึ่งพ่อค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะไปวางขายสินค้าไว้บนเว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดังอย่าง Alibaba บ้าง Taobao บ้าง ซึ่งสินค้าที่ขายดีในประเทศจีนคือโฟมนม แบรนด์ Made in nature ของบริษัท ราคาขายในไทยอยู่ประมาณชิ้นละ 100 บาท แต่เมื่อนำไปขายในเว็บไซต์ออนไลน์ของจีนแล้วตกอยู่ชิ้นละประมาณ 300 บาท (ราคาปลีก) และประมาณ 200 บาท (ราคาส่ง)

 

สังเกตว่าช่องว่างดังกล่าวเกิดขึ้นในแง่ของรัฐบาลจีนที่จะจัดเก็บภาษีได้น้อยลง เพราะหลายครั้งการขนส่งสินค้าเข้าไปก็มีการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ทำให้รัฐบาลเสียโอกาสในการมีรายได้ ในขณะที่ประชาชนเองก็มีความเสี่ยงจากการซื้อสินค้าปลอม เพราะสินค้าจากพ่อค้ารายย่อยเองก็มีโอกาสที่จะเป็นสินค้าลอกเลียนแบบ ส่วนบริษัทบิวตี้เองก็เรียกว่าต้องแชร์กำไรตรงกลางนี้ให้กับพ่อค้าคนกลางที่มาคอยหิ้วสินค้าเข้าประเทศไปขาย

 

ล่าสุดบริษัทประกาศจะเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังประเทศจีนใหม่ โดยขายผ่านช่องทาง cross boarder e-commerce (CBEC) ซึ่งเป็นช่องทางที่รัฐบาลจีนเปิดเพื่อสนับสนุนแบรนด์จากต่างประเทศที่สนใจจะเข้ามาขายสินค้าในจีน โดยจะช่วยลดค่าภาษีให้ถูกลง โดยรัฐบาลจะอนุญาตให้บริษัทต่างชาติสามารถนำสินค้าไปพักไว้ที่ 7 เมืองท่าใหญ่ในจีน ได้แก่ หวางโจว เซี่ยงไฮ้ เสินเจิ้น กว่างโจว ฉงชิ่ง หนิงโบ และเจิ้งโจว โดยไม่เสียภาษี และเมื่อประชาชนจีนกดสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบ CBEC บริษัทก็จะนำส่งสินค้าออกจากโกดังพร้อมทั้งจ่ายภาษีให้รัฐบาลในอัตราพิเศษ

 

จากประกาศล่าสุดในหัวข้อ Regulatory Summary of Cosmetics Cross – boarder E – commerce in China, 2016 ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ CIRS ได้กล่าวถึงการลดอัตราการเสียภาษีของเครื่องสำอางที่ขายผ่าน CBEC ในอัตราใหม่ โดยถือเป็นการลดภาษีเครื่องสำอางเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2009 โดยสินค้าเครื่องสำอางที่มีราคาต่ำกว่า 10 หยวนต่อซีซี และราคาต่อชิ้นไม่เกิน 15 หยวนจะได้รับการยกเว้นภาษี ในขณะที่สินค้าเครื่องสำอางกลุ่มอื่นจะถูกจัดเก็บภาษีเพียง 15%

 

ใครจะได้รับประโยชน์จาก CBEC บ้าง

 

1 รัฐบาลจีนจะได้ประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าอัตราภาษีที่จัดเก็บได้จะลดต่ำลง แต่ก็ช่วยลดอัตราการหนีภาษีไปได้มาก

 

2 ประชาชนจีนจะได้รับประโยชน์ในการเข้าถึงโอกาสการซื้อสินค้าตรงจากแบรนด์ต่างประเทศได้เลย ทำให้ลดความเสี่ยงด้านสินค้าปลอมไปได้ได้มาก

 

3 แบรนด์สินค้าเองจะมีโอกาสการทำกำไรได้มากขึ้น เพราะการขายสินค้าไม่จำเป็นต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป อ้างอิงจากอัตราการทำกำไรขั้นต้นของหุ้นบริษัทที่อยู่ประมาณ 70% แสดงว่าโฟมนมมีต้นทุนอยู่ที่ 30 บาทโดยประมาณ ปรกติขายผ่านพ่อค้าคนกลางจีนจะได้ราคาขาย 100 บาท กำไร 70 บาทต่อขวด แต่เมื่อขายผ่าน CBEC ที่ราคา 300 บาทต่อขวด เสียภาษีให้ระบบ CBEC 15% ยังเหลือกำไรอีก 255 บาทต่อขวด (นี่เป็นเพียงการคำนวณคร่าวๆ ให้เห็นภาพรวม ไม่ได้ใส่รายละเอียดด้านต้นทุนอื่น และไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้)

 

การเข้าสู่ระบบ CBEC จึงเป็นอีกก้าวย่างที่น่าสนใจ

 

แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนก็อาจจะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงหลายๆ อย่างในการทำธุรกิจกับลูกค้าชาวจีนด้วย (อ่านเพิ่มเติม : ความเสี่ยงของหุ้นขายของคนจีน) และที่ขาดไม่ได้เลยคือการวิเคราะห์ว่าสินค้าชิ้นนี้จะยังเป็นที่ชื่นชอบและต้องการของคนจีนไปอีกนานแค่ไหน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน