ธุรกิจ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์

ความเศร้ากำลังกลืนกินโลก โรคซึมเศร้าส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร

ความเศร้ากำลังกลืนกินโลก โรคซึมเศร้าส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร

ความเศร้ากำลังกลืนกินโลก โรคซึมเศร้าส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร

โรคซึมเศร้าและความวิตกกังวลเป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้คนบนโลกไม่ว่าช่วยวัยใดก็กำลังเผชิญ โดยเฉพาะผู้ที่มีฐานะยากจน ยิ่งฐานะไม่ดีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้นเท่านั้น ผู้คนที่มีฐานะยากจนมีโอกาสป่วยเป็นซึมเศร้ามากกว่าผู้ที่มีฐานะดีมากถึง 1.5-3 เท่า เศรษฐกิจที่ไม่ดีส่งผลให้ผู้คนเจ็บป่วยซึมเศร้า ขณะเดียวกัน โรคซึมเศร้าก็ย้อนกลับมาส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจถึงผลกระทบของโรคซึมเศร้าที่มีต่อเศรษฐกิจ ดังต่อไปนี้ [1, 2, 3]

โรคซึมเศร้าไม่ใช่เพียงอารมณ์เศร้า ไม่ใช่ความหงุดหงิดหรือเสียใจชั่วครู่ชั่วคราว แต่เป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างชัดเจน จากผลการศึกษาของ Harlé, Allen และ Sanfey ในปีค.ศ. 2010 หากเทียบกันแล้ว ผู้คนที่เจ็บป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามักประสบปัญหาในการตัดสินใจด้านการเงิน มากกว่าผู้ที่มีความรู้สึกเศร้าหรือเพียงแต่อยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ไม่ดี นอกจากนี้ ผลการศึกษาของ Cao และคณะ ในปีค.ศ. 2026 ยังชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ในช่วงปีค.ศ. 2025-2050 โรคซึมเศร้าจะสร้างภาระทางเศรษฐกิจโลกได้มากถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

โรคซึมเศร้าทำลายผู้คนจากภายใน เมื่อผู้คนรู้สึกมีปัญหาทางด้านสภาพจิตใจ ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดน้อยลง ผู้คนวัยแรงงานถูกโรคซึมเศร้ากลืนกิน จากผลการศึกษาของ Cao และคณะ (2026) โรคซึมเศร้าส่งผลกระทบอย่างหนักต่อจีดีพีของเศรษฐกิจโลกมากถึงร้อยละ 0.460 หากแยกพิจารณาในแต่ละท้องที่ จะเห็นได้ว่าอเมริกาเหนือได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยโรคซึมเศร้าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากถึงร้อยละ 0.599 ของจีดีพี ยุโรปและอเมริกาได้รับผลกระทบจากโรคซึมเศร้าร้อยละ 0.506 ของจีดีพี ส่วนแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮาราได้รับผลกระทบร้อยละ 0.493 ของจีดีพี 

ทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากโรคซึมเศร้า ทางแก้ไขไม่ใช่การปฏิเสธว่าโรคซึมเศร้าเป็นเพียงการติดไปเอง เป็นโรคที่ไม่มีอยู่จริง หรือบอกให้ผู้คนพยายามทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส แต่คือการเข้าไปแก้ปัญหาที่ต้นตอที่ทำให้ผู้คนไม่มีความสุข รัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายต้องใส่ใจดูแลสุขภาพจิตของผู้คน สนับสนุนการรักษาพยาบาล ให้ความรู้ทางสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม พร้อมไปกับการแก้ไขปัญหาความยากจนเพื่อไม่ให้ความกดดันทางด้านรายได้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ 

โรคซึมเศร้ากำลังกลืนกินโลก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแบบงูกินหาง จากนี้ไป เราคงได้แต่คอยจับตาดูนโยบายการแก้ไขปัญหาโรคซึมเศร้าและวิกฤตเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ลงทุนศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งปัญหาสุขภาพจิตและปัญหาความยากจนจะได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม และหวังว่าทุกท่านที่กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและจิตใจ จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ในที่สุด 

ลงทุนศาสตร์

รายการอ้างอิง

[1] Cao, Z., Luo, Y., Jiao, L., Chen, W., Prettner, K., Kuhn, M., Bloom, D. E., Jamison, D. T., Bärnighausen, T. W., & Chen, S. (2026). Global economic burden of depression in 154 countries from 2025 to 2050. Nature medicine, 10.1038/s41591-026-04548-7. Advance online publication. https://doi.org/10.1038/s41591-026-04548-7

[2] Harlé, K. M., Allen, J. J., & Sanfey, A. G. (2010). The impact of depression on social economic decision making. Journal of abnormal psychology, 119(2), 440–446. https://doi.org/10.1037/a0018612

[3] Matthew Ridley, Gautam Rao, Frank Schilbach and Vikram Patel. (December 11, 2020). Poverty, depression, and anxiety: Causal evidence and mechanisms. Science 370, 1289, 1-14. 

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน