เศรษฐกิจ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ( บัตรคนจน ) ในมุมมองเศรษฐศาสตร์

บัตรคนจน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ( บัตรคนจน ) คือบัตรแสดงตนของผู้เข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย โดยรัฐบาลกล่าวว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการนี้ ได้แก่ (1) สัญชาติไทย (2) เกิดก่อนวันที่ 16 พฤษภาคม 2542 (3) มีสถานะว่างงาน หรือ มีรายได้รวมในปี 2559 ทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท (4) มีสินทรัพย์ทางการเงินรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 และ (5) ไม่ถือครองอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าเงื่อนไขกำหนด

 

ก่อนอื่นเราต้องคุยกันก่อนว่าบทความนี้จะพูดถึงประเด็นในเชิง “เศรษฐศาสตร์” โดยจะขอตัดเรื่อง “การเมือง” และ “สังคมศาสตร์” ออกไปก่อน บทความนี้ไม่ได้มีความมุ่งหมายจะชี้นำว่านโยบายนี้ถูกหรือผิด เพียงแต่เป็นการให้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจ ผ่านสิ่งที่อยู่รอบตัวเราเท่านั้น

 

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจวิธีหนึ่ง

 

หากจำแนก GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศออกมาแล้ว ตัวเลขตัวหนึ่งที่สำคัญและส่งผลต่อการเติบโตต่อเศรษฐกิจมากคือ C หรือ consumption หรือที่หมายถึงการบริโภคของภาคครัวเรือนนั่นเอง

 

แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า หากประชาชนในประเทศ (ในที่นี้รวมไปถึงบริษัทเอกชนด้วย) มีการจับจ่ายใช้สอยมาก จะเกิดเงินหมุนเวียนในระบบมาก ทำให้เศรษฐกิจเติบโตดี

 

การกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำเป็นเรื่องปรกติ เราในฐานะประชาชนคงเห็นกันมาทุกยุคทุกสมัย (ในที่นี้จะไม่ลงรายละเอียดมาก เพราะจะเกิดดราม่าการเมืองเสียเปล่าๆ) เพราะกลวิธีนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นถึงกลาง

 

การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการอัดฉีดเงินเข้าระบบผ่านผู้มีรายได้ระดับต่างๆ จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน หากพูดกันทางเศรษฐศาสตร์ การอัดฉีดเงินให้ผู้มีรายได้น้อยจะส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจกว่ามาก เพราะผู้มีรายได้น้อยมีแนวโน้มจะนำเงินออกไปจับจ่ายใช้สอยมากกว่า (เพราะมีรายได้น้อย เงินที่ได้มาจึงจำเป็นต่อการใช้ชีวิต)

 

ในขณะที่ผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงจะส่งผลต่อเศรษฐกิจน้อยกว่า (เพราะมีรายได้ไม่น้อย เงินที่ได้มาจึงจำเป็นต่อการใช้ชีวิตน้อยกว่า) นึกถึงภาพหากคนมีทรัพย์สินเยอะได้รับเงิน 500 บาท หลายคนคงจะไม่เปิดบัญชีดูเลยด้วยซ้ำ หรือไม่แม้คิดจะนำมาใช้จ่าย ตรงกันข้ามกับภาพบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันมาก ที่ผู้ได้เงินรีบนำเงินออกมาใช้ นัยว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี

 

นโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงจึงมักไม่ใช่การแจกเงินโดยตรง แต่เป็นการลดหย่อนภาษีเป็นหลัก เพราะสิทธิประโยชน์ที่ได้ ประชาชนต้องจับจ่ายใช้สอยก่อน จึงถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่าการแจกเงินเฉยๆ ที่ไม่รู้ว่าประชาชนจะใช้เมื่อไหร่ เช่น ช็อปช่วยชาติ เที่ยวเมืองรอง เป็นต้น

 

การอัดฉีดเงินจึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและกลาง แต่ผลจากการอัดฉีดจะอยู่ในระยะยาวได้ หากเงินนั้นนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของประชาชนในระยะยาว เช่น เงินนั้นทำให้ประชาชนมีความสามารถในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน แบบนี้จะเป็นการอัดฉีดเงินอย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างคุ้มค่า

 

ย้ำอีกทีว่าบทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อเชียร์ใครหรือไม่เชียร์ใคร แต่เป็นการพูดถึงมุมมองของสิ่งที่อยู่รอบตัวเราในแง่ของเศรษฐศาสตร์เท่านั้น เรื่องพวกนี้เกี่ยวข้องกับนักลงทุนมาก และถือเป็นความรู้พื้นฐานที่นักลงทุนควรเข้าใจ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน