การเงิน

โสดตลอดไป วางแผนอย่างไรดี

โสดตลอดไป

การขึ้นคานคือเรื่องธรรมชาติ และการตั้งใจจะ ” โสดตลอดไป ” ก็ถือเป็นเรื่องปรกติ

 

จากสถิติด้านสำมะโนประชากรพบว่า อัตราส่วนประชากรโสดต่อจำนวนประชากรไทยรวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มหญิงไทยอายุ 20 – 34 ปีซึ่งอยู่ในวัยแต่งงานกลับมีอัตราส่วนความโสดสูงขึ้นจาก 22% ในปี 2513 มาสูงถึง 33% ในปี 2543

 

แล้วถ้าจะ โสดตลอดไป ควรวางแผนอย่างไรดี?

 

ในวัยเรียนจบและเริ่มทำงาน คำว่าโสดตลอดชีวิตดูเป็นอะไรที่ไกลตัวและไม่น่าสนใจมาก แต่เมื่อชีวิตแตะเลขสามหรือผ่านชีวิตการทำงานมาได้พักใหญ่แล้ว จะรู้สึกว่าความโสดที่ว่าใกล้ตัวมากขึ้นกว่าที่คิด คนโสดควรวางแผนอย่างไร เราจะมาแบ่งวิธีการรับมือกับความโสดเป็น 3 ด้านที่ต้องจัดการด้วยกัน

 

1 วางแผนการเงิน

 

การวางแผนการเงินสำคัญมากสำหรับคนโสด เพราะโดยธรรมชาติ การแต่งงานจะบีบบังคับให้เราเก็บออมและสะสมเงินไว้มากกว่าความโสด คนแต่งงานมักซื้อบ้าน เก็บเงินส่งลูกเรียน และวางแผนเกษียณกันเป็นครอบครัว เพราะผู้ที่สมรสแล้วมักจะมีภาวะทางการเงินที่ตึงตัวกว่าและต้องคิดหน้าคิดหลังก่อนใช้มากกว่า ต่างกับคนโสดที่ค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าโดยเฉพาะเรื่องลูก ทำให้มีเงินเหลือเยอะจนบางครั้งไม่ได้วางแผนเลย คนโสดช่วงอายุสามสิบตอนปลายขึ้นไปจะรู้ว่าเงินมันเหลือเยอะมาก ใช้ยังไงก็ไม่หมด แต่ถ้ามัวใช้เงินไม่คิดหน้าคิดหลัง เงินมักจะไปหมดยามจำเป็นต้องใช้คือยามเกษียณ

 

หลักคิดง่ายที่สุดคือพยายามเก็บเงินให้ได้ 20 เท่าของค่าใช้จ่ายที่คิดว่าต้องใช้ยามเกษียณ

 

เช่น ถ้าประมาณว่าเกษียณแล้วอยากใช้เงินเดือนละ 25,000 บาท เราจะมีค่าใช้จ่ายรวม 300,000 บาทต่อปี เมื่อมาคูณ 20 จะพบว่าเราควรมีเงินเก็บเป็นเงินก้อนประมาณ 6,000,000 บาท โดย 20 เท่านี่ก็มาจากการคาดหวังว่าจะนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีความมั่นคง เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ผสมกองทุนรวมตราสารหนี้ให้ได้ผลตอบแทนปีละ 5% นั่นเอง

 

เงินเป้าหมายของเรามาจากหลายส่วน

 

โดยแต่ละบุคคลก็มีเงินที่จะได้รับในวันเกษียณต่างกันออกไป เช่น ข้าราชการมีบำเหน็จบำนาญ ผู้ประกันตนมีเงินบำเหน็จบำนาญประกันสังคม พนักงานเอกชนส่วนหนึ่งมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมไปถึง LTF และ RMF เราต้องนำเงินเหล่านี้มาหักออกจากเงินก้อนใหญ่แล้วจะทราบว่าที่จริงเราจะต้องทยอยเก็บเงินอีกเท่าไหร่บ้าง

 

สิ่งสำคัญมากคือการวางแผนประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ

 

ค่าใช้จ่ายการแพทย์ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญและคาดการณ์ได้ยาก การทำประกันจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความแน่นอนในการจ่ายมากขึ้น เราควรทำประกันตั้งแต่ร่างกายยังแข็งแรงดี เพราะถ้ารอจนแก่แล้วป่วยแล้วอาจไม่มีบริษัทประกันไหนรับทำประกันให้เราอีกแล้วก็ได้ อย่าละเลยเรื่องนี้เด็ดขาด คุยกับตัวแทนหรือนักวางแผนการเงินให้เข้าใจถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ ห้ามปล่อยผ่านและคิดแค่ว่าเขาแนะนำอะไรก็ซื้อหมด แบบนั้นเราอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากการทำประกันอย่างแท้จริง

 

2 วางแผนสุขภาพ

 

ท่องไว้ว่าการจ้างคนมาดูแลตอนแก่มีค่าใช้จ่ายอย่างต่ำก็เดือนละ 15,000 บาท ซึ่งกว่าเราจะแก่ เงินเดือนคนดูแลคนป่วยคนชราอาจจะสูงขึ้นไปอีกก็ได้ ดังนั้น ถ้าไม่ได้มีเงินถุงเงินถังจะไปจ้างใครมาดูแล ลูกเต้าก็ไม่มี แบบนี้ต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อจะได้พึ่งพิงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระให้กับตนเองและผู้อื่น ลดโอกาสการป่วยลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

คนไทยตายด้วย 3 สาเหตุหลักคือ โรคเรื้อรังที่เกี่ยวกับความอ้วน โรคมะเร็ง และอุบัติเหตุ

 

โรคเรื้อรังที่เกี่ยวกับความอ้วน ได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบ โรคไต โรคประสาทตาเสื่อม และอีกสารพัดโรคที่เกี่ยวข้องจนนับนิ้วไม่หมด การป้องกันและดูแลที่สำคัญที่สุดคือดูแลคุณภาพการดำรงชีวิต อันได้แก่ ควบคุมน้ำหนัก กินอาหารที่ดี (กินแย่บ้างก็ได้ แต่มีลิมิตไม่มากจนเกินไป) ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ เราต้องตรวจติดตามน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันในเลือดอยู่เสมอ อย่างน้อยปีละครั้ง คิดสภาพเราโสดอยู่คนเดียวและต้องนั่งรถเมล์ไปฟอกไตที่โรงพยาบาลวันเว้นวันสิ พระเจ้า แค่คิดก็อยากก็เหนื่อยแล้ว

 

โรคมะเร็งป้องกันได้ไม่มาก แต่ก็พอจะทำได้ สิ่งสำคัญคือลดความเสี่ยงลงให้ได้มากที่สุด เลิกบุหรี่ลดมะเร็งปอด เลิกเหล้าลดมะเร็งตับ เลิกของปิ้งย่างลดมะเร็งลำไส้ ส่วนที่เหลือก็ไปวัดดวงเอา อย่าลืมทำประกันโรคร้ายแรงไว้ ช่วยได้มากทีเดียว อย่างน้อยเราก็จะมีเงินก้อนหากแจ๊กพ๊อตแตกที่เราจริงๆ

 

สุดท้ายคือลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หากรู้ว่าอะไรมีความเสี่ยงในการบาดเจ็บหรือตายก็อย่าพาตัวเองเข้าไป ตัวอย่างที่สำคัญสุดคือการเมาแล้วขับ เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าความเสี่ยงมันสูงมากจนกระทั่งวันที่กระดูกสันหลังเราอาจจะแตกไปแล้วหรือไม่ก็กะโหลกยุบไปแล้ว อย่าคิดแค่ว่าไม่เป็นเราหรอก เพราะการทำพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำๆ ไม่เลิกจะเพิ่มโอกาสให้มาถึงเราเข้าสักวัน โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าแท็กซี่ (โอเค ถึงจะไม่ค่อยรับก็เถอะ แต่ปรกติเรียกจากหน้าผับพี่แกไม่ค่อยปฎิเสธนะ) อย่าให้ชีวิตระทมขนาดที่นอกจากโสดแล้วยังมีอวัยวะอยู่กับตัวเองไม่ครบตอนแก่เพราะความประมาทด้วย

 

3 วางแผนทัศนคติ

 

เรื่องนี้สำคัญมากแต่ไม่ค่อยมีใครได้พูดกัน ความโสดบางทีก็อยู่ด้วยยาก เราต้องเข้าใจก่อนว่าเป้าประสงค์หลักของพันธุกรรมในร่างกายเราคืออยากสืบพันธุ์ เรื่องเหล่านี้ปลูกฝังมาในขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างยาวนาน การไม่มีครอบครัวไม่มีลูกอาจเหมายถึงการเป็นลูสเซอร์ (loser) ในบางสังคม แต่เชื่อเถอะว่าชีวิตเรา เราเลือกเองได้

 

ถ้าจะโสดต้องโสดแบบมีความสุข โสดแบบเข้าใจว่าชีวิตเราก็สมบูรณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีลายเซ็นประทับไว้ในทะเบียนสมรส อยู่กับมันด้วยความเข้าใจ และออกไปใช้ชีวิตอย่างที่คุณควรจะได้รับ

 

คนโสดมีเวลาเหลือเยอะมาก ชีวิตที่เป็นอิสระไม่ได้ผูกมัดให้เราต้องอยู่ทำอะไรหรือดูแลใคร เราควรกลับมานั่งถามตัวเองว่าเราชอบอะไรและออกไปทำมันซะ เมื่อเราวางแผนการเงินและวางแผนสุขภาพเป็นเกราะป้องกันไว้เป็นอย่างดี สุดท้ายเราก็ต้องอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขอย่างที่เราสมควรจะได้รับบ้าง

 

ชอบเที่ยว ไปเที่ยวเลย

ชอบปาร์ตี้ ไปเต้นให้มันสะใจ

ชอบงานอาสา ไปหางานอาสาสมัครการกุศลทำ

 

อะไรก็ได้ที่เราอยากทำ อะไรก็ได้ที่เราอยากเป็น ชีวิตเกิดมาครั้งเดียว (มั้ง) ก็รีบใช้แบบที่เราอยากใช้ สุดท้ายแล้วสถานภาพบนใบสำมะโนประชากรจะไม่มีค่าทำกับคุณค่าของชีวิตที่เรามอบให้ตัวเอง

 

ชีวิตเราสมบูรณ์ได้ ไม่ว่าจะมีจิ๊กซอว์อีกชิ้นมาประกอบด้วยหรือไม่ก็ตาม

 

ไป… เปิดประตูออกไปใช้ชีวิตโสดสุดเหวี่ยงของคุณซะ !

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy