ทัศนคติ

อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่อ่อนโยน ไม่ใช่อ่อนด้อย และไม่ใช่อ่อนแอ

อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่อ่อนโยน ไม่ใช่อ่อนด้อย และไม่ใช่อ่อนแอ

อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่อ่อนโยน ไม่ใช่อ่อนด้อย และไม่ใช่อ่อนแอ

 

เราควรจะพูดถึงความสำเร็จของตัวเองบ่อยแค่ไหน เราควรจะมั่นใจในความสามารถเรามากไหม หรือจริง ๆ แล้วเราไม่ควรจะพูดออกไป หรือควรจะคิดถ่อมตัวเองเข้าไว้ว่าเราไม่เก่งและไม่มีความสามารถ อะไรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราก้าวไปได้ไกล มีคนอยากเข้าใกล้ ทำงานด้วยแล้วสบายใจ อยู่ในสังคมเราควรต้องอ่อนน้อมถ่อมตนแค่ไหน ? อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่อ่อนโยน ไม่ใช่อ่อนด้อย และไม่ใช่อ่อนแอ

 

อ่อนน้อมถ่อมตน คืออะไร ?

 

การอ่อนน้อมถ่อมตน (humility) คือ การที่เราสนใจจดจ่อกับตัวเองน้อย เต็มใจที่จะมองตัวเองและรับรู้ตามความเป็นจริง ไม่มั่นใจหรือโอ้อวดเกินไป แต่ก็ไม่ลดคุณค่าน้อยเกินในการเป็นตัวเราและกับความสำเร็จที่เราได้มา โดยยอมรับว่าแต่ละชีวิตก็มีข้อจำกัด ความไม่สมบูรณ์ สามารถผิดพลาดได้ และแต่ละคนก็ต่างมีช่องว่างของความไม่รู้ เราเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของสังคมที่มีคนอีกมาก เราคือจุดเล็ก ๆ ของระบบที่ยิ่งใหญ่ เราสามารถที่จะชื่นชม ให้คุณค่า และเคารพกับสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่มันเป็น

 

อ่อนน้อมถ่อมตนจึงเป็นการคิดถึงตัวตนตัวเองน้อย แต่ก็ไม่ได้มองว่าตัวเองด้อย (Humility is not thinking less of yourself, but thinking of yourself less) การอ่อนน้อมถ่อมตนทำให้เรายิ่งใหญ่ มันคือการยอมรับว่าเราเองก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง เราจะเปิดรับต่อการเรียนรู้ รับรู้ว่าเราก็ล้มเหลวได้

 

อ่อนน้อมถ่อมตนคือการเจือปนด้วยความสงสัย

 

ความสงสัย (doubt) เป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้ใครสักคนหนึ่งอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะเมื่อเรามั่นใจในตัวเองมากเกินไป การสงสัยในความสามารถ เริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่เรารู้ และไม่ปักใจหรือหยิ่งผยองว่าเราคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถทำได้อาจจะมีใครต่อใครเก่งกว่ามีความสามารถมากกว่าอยู่ จะทำให้เราดึงตัวเองกลับมาตรวจสอบและทบทวน การอ่อนน้อมถ่อมตนจึงเป็นการใช้ประโยชน์ของความความสงสัยให้ถูกจังหวะ แต่ไม่ได้สงสัยมากเกินไปจนทำให้ไม่เหลือความมั่นใจ

 

อ่อนน้อมถ่อมตนแบบมั่นใจ

 

อ่อนน้อมถ่อมตนแบบมั่นใจ (confident humility) อ่อนน้อมถ่อมตน กับ มั่นใจ ดูเหมือนจะเป็นคำที่อยู่ตรงข้ามกัน บางคนอาจจะรู้สึกว่าความมั่นใจคือสิ่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างความกลัวและความเย่อหยิ่งจองหอง ถ้าไม่มั่นใจเลยก็จะกลายเป็นความกลัวไม่กล้าทำ มั่นใจมากไปก็กลายเป็นจองหองโอ้อวดบุ่มบ่ามทำไปโดยไม่ฟังเสียงใคร

 

ความมั่นใจที่กำลังดี จะต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนผสมอยู่ เราจะมั่นใจว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ แต่ก็ยังสงสัยในความรู้ที่มีและวิธีที่ใช้ ซึ่งนั่นจะทำให้เราก้าวต่อไปแบบระมัดระวังและเปิดรับเพื่อเรียนรู้ ความมั่นใจที่ปราศจากความอ่อนน้อมถ่อมตนจะทำให้เราเชื่อมั่นในตัวเองมากและอาจพึ่งพาแต่ตัวเอง แต่เมื่อมีความอ่อนน้อมถ่อมตนมาผสมทำให้เรายอมรับว่าบางทีการขอความช่วยเหลือบ้างก็เป็นเรื่องสำคัญ ในความสำเร็จและความรู้ที่ดีควรจะได้รับคำแนะนำหรือมาจากคนอื่น ๆ ด้วย

 

ผู้นำที่ดีจะถ่อมตนแบบมั่นใจ

 

หากเราสังเกตผู้นำที่ยิ่งใหญ่ การกระทำของเขาจะไม่ได้ฝักใฝ่ในอำนาจ มองตัวเองเป็นใหญ่ แต่เขาจะตัดสินใจทำอะไรด้วยความยุติธรรม มีความเมตตา อดทน เคารพต่อผู้คนและความคิดเห็น เขาจะมั่นใจในความสามารถที่จะตัดสินใจได้ถูก แต่ไม่ละเลยว่าการจะตัดสินใจได้ถูกนั้นต้องมีคนอื่นร่วมด้วย เขามักจะรู้ว่ายังไม่รู้อะไร แต่มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่กำลังทำ ศรัทธาในจุดแข็งของตนเองที่มี แต่ก็รับรู้ว่าจุดอ่อนที่ยังไม่ดีคืออะไร ยอมรับว่ายังไม่มีความรู้ที่จำเป็น แต่ก็ชัดเจนว่าจะไปหาความรู้นั้นได้จากไหน

 

Adam Grant นักจิตวิทยาเจ้าของหนังสือ Think Again จึงได้อธิบายถึงความถ่อมตนอย่างมั่นใจ (confident humility) นี้ว่า “มันคือการเชื่อมั่นศรัทธาในความสามารถของตน แต่ก็ยังยอมรับว่าบางทีเราก็อาจจะไม่ได้รู้คำตอบที่ถูกต้องที่สุด และเราอาจจะไม่ได้กำลังเข้าใจปัญหาถูกจุด ซึ่งนั่นทำให้เรามีความสงสัยเพียงพอที่จะตรวจสอบความรู้ความเข้าใจเก่า ๆ และมั่นใจมากพอที่จะวิ่งเข้าหาความเข้าใจใหม่ ๆ ให้ลึกซึ้งขึ้น”

 

จงอ่อนน้อมถ่อมตนราวกับลำไผ่ ที่ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งโน้มลงได้ต่ำยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

5 พฤติกรรมฝึกฝนให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน

 

1.แยกความคิดเห็นออกจากตัวตน

ความคิดเห็นก็คือความคิดเห็น แต่ไม่ใช่ความคิดเห็นนั้นเป็นตัวเราทั้งหมด การที่มีคนเห็นคนละแบบกับเรา ไม่ได้หมายความว่าเขาโจมตีเรา เมื่อไม่ยึดว่าความคิดเห็นนั้นเป็นตัวเรา ความคิดเห็นก็สามารถเปลี่ยนไปได้เมื่อหลักฐานหรือข้อมูลเปลี่ยนแปลงไป

 

2. ลองคัดค้านความคิดตัวเองบ้าง

การที่เราเชื่อว่าความคิดเราถูกเราอาจจะมุ่งแต่จะหาหลักฐานที่ยืนยันความคิด การลองคิดว่าบางทีเราอาจจะผิด อาจจะทำให้เราได้พบกับข้อมูลและหลักฐานบางอย่างที่อยู่ในสายตา แต่เรามองข้ามมาตลอดก็ได้

 

3. ยอมรับในพื้นที่สีเทาและโลกที่ไม่แน่นอน

คนที่อ่อนน้อมถ่อมตนจะไม่ได้ปักใจว่าสิ่งต่าง ๆ มีเพียงขาวหรือดำ ใช่กับไม่ใช่ แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีพื้นที่สีเทา ๆ ที่สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง จริงมาก จริงน้อย ไม่น่าจะจริง เป็นเฉดสีไล่เรียงกันไป

 

4. มีหลักการในการตัดสินใจ มองอะไรแบบความน่าจะเป็น

เมื่อโลกไม่ได้ขาวหรือดำ การตัดสินใจหรือวิธีในการแก้ปัญหาก็เช่นกัน มันอาจจะไม่มีวิธีที่สมบูรณ์ที่สุด และมีคำตอบเดียว แต่อาจจะมีวิธีที่ 75% น่าจะสำเร็จ วิธีที่ 66% เป็นไปได้จริง โดยความน่าจะเป็นเหล่านั้นมาจากข้อมูล หลักฐานเท่าที่เราหาได้ในปัจจุบัน ดังนั้นแล้วหากมีหลักฐานมากขึ้นความน่าจะเป็นก็อาจจะเปลี่ยนแปลง หรือหากมีคนอื่นที่ใช้หลักฐานที่ต่างไป ก็เป็นไปได้ที่เลขที่ได้จากการประเมินก็อาจจะต่างกัน

 

5. ตัดสินใจและทำ เมื่อถึงเวลาต้องทำ

การจะถ่อมตนอย่างมั่นใจได้นั้น คือ การที่ต้องมีเส้นแบ่งระหว่างการคิดกับการลงมือให้ชัด เพราะการติดอยู่ในความสงสัยไม่มั่นใจมากเกินไป ก็ทำให้เราติดกับดักอยู่ในวังวนของความคิด และนั่นทำให้เรากลายเป็นคนลังเลไม่กล้าตัดสินใจ

 

การอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างถูกเวลา ทำให้เราเรียนรู้อะไรได้อย่างหลากหลาย ทำให้เราสามารถก้าวต่อไปในความท้าทาย และความไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมั่นใจหรือเชื่อมั่นมากเกินไป อาจทำให้เราปิดหูปิดตาไม่ได้เห็นในสิ่งที่ควรเห็น ไม่ได้ยินในสิ่งที่ควรจะได้ยิน และนั่นคือการพาตัวเองไปสู่หายนะ

 

จงเป็นนักลงทุนที่สงสัยในตัวเองบ้าง ถ่อมตนบ้างก็ได้

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน