ทัศนคติ

มากกว่าความสุข คือการหาความหมายในชีวิต

มากกว่าความสุข คือการหาความหมายในชีวิต

มากกว่าความสุข คือการหาความหมายในชีวิต

 

โลกนี้มีผู้คนอยู่หลากหลายมากมายที่พยายามก้าวไปข้างหน้าเพื่อเป้าหมายเป้าหมายหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกเล่น ๆว่าความสำเร็จ ความสำเร็จนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้ผู้คนอดทนดิ้นรนใช้ชีวิตบนเส้นทางอันหลากหลายเพราะหวังจะได้พบกับความสุขในตอนท้าย สิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จนั้นกลับไม่ได้ให้ความสุขกับผู้คนในตอนท้าย ไม่ว่าจะมีเงิน มีงาน มีคู่ครองที่เหมาะสม มีรถคันโต หรือมีอพาร์ทเมนต์ใหญ่สุดหรู แต่มันก็ไม่ได้สร้างความสุขให้เพิ่มขึ้นเลยสำหรับเอมิลี การมีชีวิตที่มีความหมายต่างหากที่นำมาซึ่งการอยู่รอด และความพึงพอใจในตนเอง เอมิลี เอสฟาฮานี สมิธ ชวนเราคุยใน TED talk ที่ชื่อว่า ชีวิตที่มีมากกว่ายิ่งกว่าความสุข หรือ There’s more to life than being happy

 

บางครั้งสิ่งที่เราขาดไม่ใช่ความสุข แต่เราขาดการมีความหมายในชีวิต

 

อัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกเป็นตัวชี้วัดว่า แม้ว่าความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจจะดีขึ้นในหลายพื้นที่ แต่กลับมีผู้คนที่รู้สึกซึมเศร้าและสิ้นหวังมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเช่นกัน ความเปล่าเปลี่ยวเข้ากัดกันจิตใจผู้คนเป็นวงกว้าง นั่นเป็นเพราะผู้คนขาดความหมายในชีวิต ซึ่งความหมายในชีวิตนั้นลึกซึ้งมากกว่าแค่ความรู้สึกสบายอกสบายใจเป็นครั้งคราว ในวัฒนธรรมที่หมกมุ่นกับการมองโลกในแง่ดี และการแสวงหาความสุข ไม่ได้นำมาซึ่งความสุขที่มากขึ้นในวงกว้าง

 

ผลจากการศึกษาพบว่า คนที่มีชีวิตที่มีความหมาย มักจะล้มแล้วลุกได้ง่ายกว่า โดยคนเหล่านี้มักจะประสบความสำเร็จในการเรียน และการทำงานมากกว่า และมีอายุยืนยาวมากกว่าคนปกติทั่วไปด้วย

 

ด้วยปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นเอง เป็นที่มาของงานวิจัย และคำตอบของคำถามที่ว่า จะมีชีวิตที่มีความหมายได้อย่างไร

 

การมีชีวิตที่มีความหมายนั้นประกอบไปด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ 1. การเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่าง 2. การมีจุดหมาย 3. การก้าวข้ามความเป็นตัวเอง 4.และการเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวของเราเอง

 

การเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งที่มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือหน่วยสังคมอื่น ๆ ทำให้เรารู้สึกมีค่าจากสิ่งที่เรามีอยู่ในตัว และเห็นค่าของคนอื่นในแบบที่เขาเป็น สำหรับใครบางคนแล้ว ความหมายที่สำคัญมาจากเสาหลักต้นที่หนึ่งนี้เอง แต่สำหรับคนอีกจำนวนมากความหมายสำคัญของชีวิตก็อยู่ที่เสาต้นที่สอง นั่นคือ การมีจุดมุ่งหมาย เพราะการรู้ว่าคุณจะอยู่เพื่ออะไร มันทำให้คุณมีพลังที่จะก้าวไปข้างหน้า สำหรับเสาหลักต้นที่สามนั้นอาจเป็นสภาวะที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก นั่นคือการก้าวข้ามความเป็นตัวเอง และการที่ตัวตนของคุณถูกทลายลงไป  ส่วนเสาหลักสุดท้ายคือการเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเราเองเพื่อฟื้นฟูจิตใจ เปลี่ยนเรื่องแย่เป็นเรื่องที่ดี ผ่านการโอบรับความทรงจำที่เจ็บปวด

 

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเหล่านี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่สามารถทำได้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งวัน แต่เป็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง

 

ไม่ว่าชีวิตของคุณจะสุดแสนดี หรือแสนจะเลวร้าย การมีความหมายในชีวิต จะช่วยให้คุณยืนหยัดอยู่ได้

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน