สังคมศาสตร์ เศรษฐกิจ

การแข่งขันในอุตสาหกรรมส่งออก อินเดียเอาชนะอเมริกาในการส่งออกกุ้งได้อย่างไร

การแข่งขันในอุตสาหกรรมส่งออก อินเดียเอาชนะอเมริกาในการส่งออกกุ้งได้อย่างไร

การแข่งขันในอุตสาหกรรมส่งออก อินเดียเอาชนะอเมริกาในการส่งออกกุ้งได้อย่างไร

 

หากกล่าวถึงการส่งออกกุ้ง ประเทศที่เป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบันนี้คืออินเดีย อินเดียสามารถผลิตกุ้งได้จำนวนมาก และกุ้งของอินเดียก็เป็นที่ต้องการจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ในปีค.ศ. 2024 ที่ผ่านมานี้ อินเดียเป็นซัพพลายเออร์กุ้งรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการส่งออกกุ้งไปยังสหรัฐอเมริกามากถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปีค.ศ. 2025 รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาได้เริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้ากุ้งจากอินเดียมากถึงร้อยละ 10 และได้ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้ากุ้งจากอินเดียสูงถึงร้อยละ 50 ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน แต่ทั้งนี้ การขึ้นภาษีนำเข้ากุ้งไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออินเดียมากเท่าที่คิด ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจสาเหตุที่อินเดียสามารถเอาชนะอเมริกาในการส่งออกกุ้ง ดังต่อไปนี้ [1, 2, 3] 

 

อินเดียก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในด้านการส่งออกกุ้ง เนื่องมาจากจุดเปลี่ยนสำคัญในปีค.ศ. 2008 เมื่ออินเดียเริ่มนำเข้ากุ้งขาวแวนนาไม ซึ่งนับเป็นสายพันธุ์ที่ปลอดเชื้อโรค เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดิมคือกุ้งกุลาดำ การปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ช่วยให้อินเดียประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงกุ้งที่มีคุณภาพ มีอัตราการเกิดโรคต่ำ และมีอัตราการเติบโตสูง ปัจจุบันนี้ กุ้งขาวแวนนาไม นับเป็นสัดส่วนร้อยละ 90 ของการผลิตกุ้งทั้งหมดในอินเดีย

 

นอกจากสายพันธุ์ที่มีคุณภาพแล้ว อินเดียยังประสบความสำเร็จในการแข่งขัน เนื่องจากต้นทุนแรงงานที่ต่ำ และความสามารถในการผลิตระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อินเดียมีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเพาะเลี้ยงกุ้งที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นโรงเพาะฟักเกือบ 600 แห่ง โรงผลิตอาหารกุ้งกว่า 38 แห่ง รวมถึงโรงงานแปรรูปจำนวนมากที่รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง 

 

อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งของอินเดียได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง รัฐบาลอินเดียลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งกำหนดกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับเพาะเลี้ยง ภายในช่วงปีงบประมาณ 2023 ถึง 2024 อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งเติบโตจนสามารถทำได้สูงสุดจากการส่งออกมากถึง 7.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

 

เมื่ออุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งของอินเดียมีความแข็งแรง นโยบายภาษีของทรัมป์ก็ไม่อาจทำลายการเพาะเลี้ยงกุ้งให้ระส่ำระสาย นโยบายกำแพงภาษีกลับส่งผลให้อินเดียสามารถปรับตัว โดยเริ่มกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่น ไม่ว่าจะเป็นในญี่ปุ่น จีน หรือยุโรป ไปจนถึงการเริ่มผลิตกุ้งพรีเมียม เช่นกุ้งกุลาดำขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดเฉพาะกลุ่ม 

 

ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งของอินเดียดังที่กล่าวมานี้ เป็นบทเรียนให้แก่เจ้าของกิจการได้อย่างดีว่า ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งในตนเอง ผ่านการคิดค้นปรับปรุง ทุ่มทุนพัฒนา ได้รับการสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ ย่อมสามารถผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ไปได้ ลงทุนศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้อ่านจะสามารถถอดบทเรียนจากอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งของอินเดีย และประสบความสำเร็จในธุรกิจที่กำลังทำอยู่อย่างงดงาม 

 

ลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

[1] CNN. (n.d.). The US is India’s biggest importer of shrimp. Teenage girls and women working in the booming industry describe grueling conditions. https://edition.cnn.com/interactive/asequals/indian-seafood-industry-women-exploitation-as-equals-intl-cmd/

[2] A. Victor Suresh. (October 5, 2020). How India became the world’s top shrimp producer. https://www.globalseafood.org/advocate/how-india-became-the-worlds-top-shrimp-producer/

[3] Business Insider. (February 21, 2026). How India Took Over America’s Shrimp Supply | Big Business | Business Insider. https://www.youtube.com/watch?v=Qt3KppJNDtE

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน