ธุรกิจ

AAV กับการเก็งราคาน้ำมัน

AAV

AAV หรือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยในปัจจุบัน บริษัทถือหุ้นใน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัดเพียงแห่งเดียว สำหรับบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ประกอบธุรกิจให้บริการสายการบินราคาประหยัด โดยมีรายได้หลักจากการให้บริการขนส่งผู้โดยสารแบบประจำ (Scheduled Passenger Services) และการให้บริการเสริม (Ancillary Services)

 

AAV (ต่อไปจะขอเรียกสั้นๆ ว่า แอร์เอเชีย เอาเป็นว่ารู้กันว่าหมายถึง เอเชีย เอวิเอชั่น) ถือเป็นหุ้นสายการบิน และหุ้นสายการบินเป็นหุ้นที่หลายคนคงเคยได้ยินว่า ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูง จนหลายครั้ง หุ้นสายการบินถูกนำมาเก็งกำไรราคาน้ำมัน

 

คำถาม คือ หุ้นสายการบินได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันจริงไหม และถ้าจริง ผลกระทบนั้นมันมากมายเท่าไหร่กัน?

 

เพื่อความง่ายในการอธิบาย และเพื่อให้เห็นตัวเลขที่จับต้องได้ชัดเจน เราจะยกตัวอย่างงบการเงินในอดีตของแอร์เอเชียขึ้นมาเปรียบเทียบกับต้นทุนน้ำมันกันดูว่า ราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลต่อกำไรของบริษัทมากแค่ไหน

 

ปี 2016

รายได้ 33,130.30 ล้านบาท
ต้นทุนค่าน้ำมัน 8,257.55 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายรวม 29,403.34 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 1,869.46 ล้านบาท

 

ปี 2017

รายได้ 37,282.32 ล้านบาท
ต้นทุนค่าน้ำมัน 10,582.51 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายรวม 33,978.44 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 1,477.49 ล้านบาท

 

จะเห็นได้ชัดว่าต้นทุนค่าน้ำมันถือเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่ใหญ่มากของบริษัทสายการบิน โดยอาจจะสูงถึง 25 – 30 % เลยทีเดียว ในขณะที่ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายด้านอื่น เช่น ค่าพนักงาน ค่าเสื่อมเครื่องบิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ เป็นค่าใช้จ่ายที่คาดเดาได้ง่าย และเปลี่ยนแปลงค่อนข้างช้า

 

แต่ค่าน้ำมันเป็นต้นทุนที่คาดเดาได้ยาก และเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงไปตามราคากลางของโลกในทุกวัน

 

ว่าแต่ราคาน้ำมันส่งผลกับกำไรของแอร์เอเชียมากขนาดไหน เรามาลองทำ Sensitivity Analysis กัน

 

ถ้าราคาน้ำมันขึ้น 5%

ปี 2016 กำไรลดลง 22.09%
ปี 2017 กำไรลดลง 35.81%

 

ถ้าราคาน้ำมันขึ้น 10%

ปี 2016 กำไรลดลง 44.17%
ปี 2017 กำไรลดลง 71.62%

 

ถ้าราคาน้ำมันลง 5%

ปี 2016 กำไรเพิ่มขึ้น 22.09%
ปี 2017 กำไรเพิ่มขึ้น 35.81%

 

ถ้าราคาน้ำมันลง 10%

ปี 2016 กำไรเพิ่มขึ้น 44.17%
ปี 2017 กำไรเพิ่มขึ้น 71.62%

 

สังเกตว่าราคาน้ำมันมีผลต่อกำไรสุทธิสูงมาก แค่การเปลี่ยนแปลงในระดับ 5 – 10 % ก็สามารถทำให้กำไรของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปในระดับมากกว่า 20% ได้แล้ว

 

ราคาน้ำมันจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาใช้เก็งกำไรในหุ้นสายการบินกัน ตัวอย่างที่เห็นชัดมากในปี 2015 ที่มีวิกฤตราคาน้ำมันตกต่ำอย่างรุนแรง ดัชนี SET INDEX ลดลงจาก 1,600 จุด เหลือ 1,200 จุด แต่หุ้นสายการบินบวกสวนตลาดตามราคาน้ำมันที่ลดลง จนหุ้นสายการบินหลายตัวให้ผลตอบแทนเกือบเด้งภายในเวลาไม่กี่เดือน

 

แต่ขีดเส้นใต้สำคัญว่า ทุกบริษัทสายการบินมักจะมีการป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน ด้วยการซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเอาไว้ นั่นหมายถึงหุ้นสายการบินอาจจะมีราคาน้ำมันตรึงไว้ที่ราคาใดราคาหนึ่งจนอาจทำให้การวิเคราะห์ผลจากราคาน้ำมันนั้นเปลี่ยนแปลงไป

 

นักลงทุนที่อยากเก็งกำไรจึงห้ามลืมที่จะวิเคราะห์เสมอว่าหุ้นบริษัทไหนที่นิยมป้องกันความเสี่ยงในแบบไหน ป้องกันความเสี่ยงมากเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ ซึ่งในแต่ละบริษัทก็มักจะมีธรรมชาติตรงนี้แตกต่างกัน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน