ธุรกิจ

การขยายกิจการไม่ได้เป็นข่าวดีเสมอไป

การขยายกิจการไม่ได้เป็นข่าวดีเสมอไป

การขยายกิจการไม่ได้เป็นข่าวดีเสมอไป

 

บางครั้งในการทำธุรกิจ เรามักจะวัดค่าความสำเร็จด้วบจำนวนการผลิตที่มากขึ้นเรื่อย ๆ การเป็นที่รู้จักของตลาด การสร้างรายได้มหาศาลให้กับผู้ผลิต แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกันกับการขยายกิจการคือ เรื่องกฎแห่งผลตอบแทนที่ลดลง (Law of Diminishing Return)

 

บทความนี้ จะแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่ากฎแห่งผลตอบแทนที่ลดลง ว่ามันคืออะไร หลังจากนั้นจะลองยกตัวอย่างเปรียบเทียบแบบง่ายๆว่าธุรกิจที่ขยายขนาดมากเกินไปจะพบผลเสียจากกฎเรื่องผลตอบแทนที่ลดลงอย่างไร

 

ลองยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าคุณซื้อแซนด์วิชมาหนึ่งชิ้น แช่ตู้เย็นไว้ว่าจะทานเป็นอาหารเช้าวันพรุ่งนี้ แต่แล้วเช้าวันต่อไปคุณก็ตื่นสาย เร่งรีบออกจากบ้าน ไม่ทันได้ทานแซนด์วิชชิ้นนั้น แน่นอนผักในแซนด์วิชอาจเริ่มเหี่ยว แต่มันก็ยังดูกินได้อยู่ ลองคิดว่าแซนด์วิชมูลค่า 35 บาท ถ้าคุณทิ้งมันไว้ในตู้เย็นอย่างนั้นซ้ำ ๆ ทุกวัน แซนด์วิชราคา 35 บาทจะมีราคาเป็น 0 บาท เพราะมันขึ้นรา เน่าเสีย กินไม่ได้แล้ว นี่แหละ คือกฎแห่งผลตอบแทนที่ลดน้อยลง

 

ขณะเดียวกัน ลองนึกภาพว่าคุณซื้อแซนด์วิชกินทุกเช้าวันละชิ้น ไส้เดียวกันทั้งหมด คุณจะเสียเงินทั้งหมดใน 10 วัน เป็นราคา 350 บาท วันแรกที่คุณกิน คุณอาจรู้สึกอิ่มอร่อยกับมัน คุณอาจคิดว่า คุ้มจริง ๆ ที่ซื้อแซนด์วิชนี้มา ไส้เยอะ เหมาะสมแล้วกับราคา 35 บาท ต่อชิ้น แต่นึกภาพว่าคุณต้องกินแซนด์วิชรสซ้ำเดิมนี่ไปอีกสิบวัน คุณค่าของแซนด์วิชต่อชิ้นลดลงทันที แม้มันจะถูกซื้อมาด้วยราคา 35 บาท แต่ในชิ้นที่ 10 คุณคงไม่อยากจะทานมันแล้วแน่ ๆ

 

ตามปกติเมื่อมีปัจจัยการผลิตที่มากขึ้น อย่างการเพิ่มขยายกิจการ ซื้อเครื่องยนต์ต่าง ๆ ในโรงงาน เพื่อให้การผลิตเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการจ้างคนเพิ่ม ในจุดที่สมดุล การใช้เครื่องยนต์จำนวนหนึ่ง และจ้างพนักงานจำนวนหนึ่ง อาจเหมาะสมแล้วสำหรับขนาดของกิจการที่ทำอยู่ แต่วิธีคิดที่ว่า ขยายไปเรื่อย ๆ ทำให้ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จ้างคนเยอะขึ้นเรื่อย ๆ อาจไม่ได้ก่อประโยชน์ให้บริษัทเสมอไป เพราะอย่าลืมว่าบางครั้งกำลังการผลิตก็มีข้อจำกัดบางอย่าง

 

ยกตัวอย่างเช่น นักธุรกิจมีที่ดินอยู่ 10 ไร่ ไม่ว่าจะเพิ่มเครื่องจักรหรือแรงงานมากเท่าไหร่ กำลังการผลิตก็จะอยู่ในข้อจำกัด 10 ไร่เท่านั้น ในขณะเดียวกัน เมื่อกระจายงานออกมาดูแล้ว งานอาจเหมาะสมกับการจ้างเจ้าหน้าที่เพียง 6 คน การเพิ่มจำนวนแรงงานด้วยความต้องการเร่งอัตราการผลิตนำไปสู่การจ้างงานที่ไม่จำเป็น เพราะคนที่ 7 เป็นต้นไปจะไม่ได้รับการจ่ายงานมากพอ และทำงานไม่เต็มความสามารถและประสิทธิภาพ

 

อย่าลืมว่าการผลิตในระยะยาวมีปัจจัยผันแปร การปรับเปลี่ยนปัจจัยการผลิตจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผลผลิตที่ผู้ผลิตต้องการกับปัจจัยการผลิตและขึ้นอยู่กับราคาของปัจจัยการผลิตนั้นด้วย

 

ในตลาด ต้องอย่าลืมว่าหากมีทรัพยากรบางอย่างมากเกินไป ก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนเลือกซื้อสินค้านั้นมากขึ้น ยกตัวอย่างการสร้างกิจการในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หากเจ้าของกิจการคิดแต่ว่า ต้องพัฒนาธุรกิจให้ขยายใหญ่โตมากขึ้นเรื่อย ๆ สั่งก่อสร้างร้านอาหารทุกหัวมุมของซอย อย่าลืมว่า ผู้คนในหมู่บ้านก็อาจไม่ได้เลือกกินอาหารร้านนี้มากขึ้น เพราะมันมีจำนวนเยอะเกินไป ไม่มีใครกินอาหารซ้ำเดิมทุกวัน และอย่าลืมว่า ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เครื่องครัว แม่ครัว พนักงานเสริฟ ทรัพยากรเหล่านี้มีกฎแห่งผลตอบแทนที่ลดน้อยลง เช่น ไข่ เก็บไว้นานก็ไม่สด ทำอาหารไม่อร่อย แม่ครัวจ้างมาเยอะไปทำเมนูซ้ำเดิมก็เสียเงินเปล่า ยังไม่นับวันลา และผลตอบแทนที่บริษัทต้องให้ลูกจ้าง ยิ่งแม่ครัวและพนักงานเสริฟเยอะแค่ไหน ก็คูณทวีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

 

ดังนั้นกฎของผลตอบแทนที่ลดลงนั้นเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อจะลงทุนอะไรสักอย่าง บางทีการทำธุรกิจอาจไม่ได้หมายถึงการมีเป้าหมายเป็นยักษ์ใหญ่ เเต่ระบบหลังบ้านพัง ไม่มีการจัดการให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดระบบขึ้นมา มีทรัพยากรมากเกินการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เสียเงินในการลงทุนกับเครื่องจักรที่ใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่ เสียเงินกับคนที่ทำงานไม่เต็มร้อยเพราะลูกจ้างล้นเกิน อีกทั้งไม่ได้เพิ่มความต้องการของตลาดในการบริโภคสินค้านั้นด้วย เพราะมันมีเยอะเกินไป นี่คือค่าใช้จ่ายที่เจ้าของธุรกิจต้องแบกรับ และควรนำมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนการขยายการลงทุน เพราะบางครั้งมันอาจนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่ากฎของผลตอบแทนที่ลดลง เรื่องที่ต้องคิดเสมอคือ การลงทุนนี้คุ้มไหม ใช้สินทรัพย์และทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดรึเปล่า ไม่อย่างนั้น ยิ่งลงทุนอาจยิ่งได้ผลตอบแทนต่ำลง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

TheStreet, What is the Law of Diminishing Return and Why Does It Matter?, Retrieved from https://www.thestreet.com/politics/law-of-diminishing-returns-14831243
GreedisGoods, Law of Diminishing Return คืออะไร?, 13 ตุลาคม 2017, อ้างอิงจาก https://greedisgoods.com/law-of-diminishing-returns-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD/?fbclid=IwAR09DVG2VQ6lvytntkAPPSPzRUJ-uMFIoTsPo9nsnMRNmJeYm8Fkyb8kCj8#:~:text=Law%20of%20Diminishing%20Returns%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%20%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2,%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99ฃ
Investopedia, Law of Diminishing Marginal Returns, 7 March 2021, Retrieved from https://www.investopedia.com/terms/l/lawofdiminishingmarginalreturn.asp

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน