ธุรกิจ

Central กำลัง disrupt ตัวเองด้วยการซื้อหุ้น Grab

Central กำลัง disrupt ตัวเองด้วยการซื้อหุ้น Grab

ถือเป็นข่าวการเข้าซื้อหุ้นระดับบิ๊ก เมื่อเซ็นทรัล กรุ๊ป หรือ Central Group จ่ายเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,000 กว่าล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้น Grab ประเทศไทย มุมมองแรกที่รู้สึกจากการเห็นดีลนี้ คือ Central กำลัง disrupt ตัวเองด้วยการซื้อหุ้น Grab

 

ทำไมถึงเรียกว่า Central กำลัง disrupt ตัวเอง

 

เพราะธุรกิจในเครือ Central ประกอบด้วยธุรกิจหลายส่วน แต่ส่วนที่มีขนาดใหญ่และเป็นนัยยะสำคัญกับเครือ คือ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอร์เรชั่น (Central Retail Corporation) ที่ดำเนินธุรกิจส่วนค้าปลีกแบบห้างสรรพสินค้า และ เซ็นทรัลพัฒนา (Central Pattana Group ; CPN) ที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าแบบศูนย์การค้า

 

Central Group ให้สัมภาษณ์ว่าการเข้าซื้อหุ้น Grab จะเข้ามาเติมเต็มหลายอย่าง โดยส่วนสำคัญจะเข้าไปมุ่งเน้นใน (1) บริการเดินทางสำหรับลูกค้ามาและกลับศูนย์การค้า (2) จัดส่งสินค้าเดริเวอรี่สำหรับธุรกิจในเครือเซ็นทรัล และ (3) บริการจัดส่งอาหารจากร้านอาหารและแบรนด์ในเครือ

 

ส่วนที่ชัดเจนที่สุด คือ Grab จะเข้ามา disrupt เซ็นทรัลพัฒนา ในส่วนของการให้ประสบการณ์ในการใช้พื้นที่ศูนย์การค้า คิดง่ายๆ ว่า แต่ก่อนผู้บริโภคต้องการมาเลือกซื้อของ กินข้าว ทำธุระที่ศูนย์การค้า แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้บริโภคบางคนไม่อยากออกจากบ้าน แต่อยากได้ข้าวของเครื่องใช้และอาหารเหมือนเดิม Grab จึงเข้ามาแทนที่ ถึงแม้ว่า Central จะเรียกว่าเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมแบบ Omni Channel แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันคือการสร้างโดย disruption ตัวเองขึ้นมา ซึ่งไม่ต่างจากการที่เซ็นทรัลหันมาทำร้านค้าออนไลน์ก่อนหน้านี้ หรือการที่ธนาคารออกมาทำ fintech กันมากมายเพื่อ disrupt ตัวเองก่อนที่จะให้ใครมาทำ

 

คำถามต่อไป คือ ทำไม Central ต้องซื้อ Grab อีกในเมื่อตนเองก็มีธุรกิจออนไลน์ในเครือมากมาย อย่าง Central.co.th ไหนจะ JD Central ที่เป็นการร่วมทุนกับ JD.com แบรนด์ยังใหญ่จากจีน ไหนจะ LOOKSI ที่เพิ่มรีแบรนด์มาจาก Zalora รวมไปถึง B2S, Office Mate, Power Buy, Supersports, Tops และแบรนด์ต่างๆ ในเครือตัวเองก็มีหน้าร้านออนไลน์กันหมดแล้ว

 

คำตอบ คือ หัวใจของการซื้อ Grab คือการมุ่งเน้นการพัฒนาระบบ Logistics ไม่ใช่การเน้นไปที่หน้าร้านค้าออนไลน์

 

Grab จะมาช่วยเติมเต็มสิ่งที่ Central ขาดอยู่ได้หลายอย่างมาก

 

1 Grab จะทำให้การจัดส่งสินค้าเร็วขึ้น

 

หากใครเคยซื้อสินค้าจากหน้าร้านออนไลน์ในเครือเซ็นทรัลด้านบน จะรู้ว่าร้านค้ายังต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการจัดส่งสินค้าอยู่ ส่วนมากอย่างเร็วก็จะเป็นวันรุ่งขึ้น การมี Grab จะช่วยทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้นแน่นอน เพราะพนักงาน Grab เตรียมพร้อมสแตนบายอยู่แล้ว สั่งปุ๊บวิ่งมารับของปั๊บ ลูกค้าไม่ต้องรอนานอีกต่อไป หากเซ็นทรัลพัฒนาระบบการขนส่งจาก Grab เข้าไปอยู่ในแบรนด์ค้าปลีกของตัวเองจริง การขนส่งจะเร็วขึ้นมาก และนั่นจะเป็นการตอบสนองไลฟ์สไตล์คนกรุงแบบ “เดี๋ยวนี้” คือสั่งปุ๊บได้ปั๊บ เหมือนที่หลายแบรนด์กำลังพยายามทำให้การจัดส่งเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

 

2 Grab จะช่วยลดต้นทุนค่าโลจิสติกส์

 

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่า Grab คือ Outsource พนักงานขนส่งออกไปผ่าน Sharing Economy ใครอยากหารายได้พิเศษก็มารับงานผ่าน Grab ตรงนี้จะช่วยให้ต้นทุนคงที่ในการจ้างคนบริหารคนและระบบโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งเบาลงและแปรสภาพกลายเป็นต้นทุนผันแปรแทน คิดจากโครงสร้างการจัดส่งเดริเวอรี่อาหารแบบเดิมที่ต้องมีพนักงานส่งอาหารประจำอยู่ที่ร้าน ต้องมีรถขนส่งให้เพียงพอต่อพื้นที่จัดส่ง การมี Grab จะช่วยลดต้นทุนตรงนี้ เพราะนี่เปรียบเสมือน Outsource ประเภทหนึ่ง เซ็นทรัลจะขยายโครงสร้างการขนส่งได้เร็วขึ้นภายใต้ต้นทุนที่ถูกลง

 

3 Grab จะช่วยบริหารความคาดหวังของลูกค้า

 

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือ Grab ให้บริการขนส่ง ไม่ใช่ให้บริการค้าปลีก ดังนั้น Perception ของลูกค้าเมื่อกดเรียก Grab จะรู้ตัวอยู่เสมอว่าต้องจ่ายค่าบริการให้ Grab ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะตนเองกำลังเรียกใช้บริการขนส่งตรง ไม่ใช่ขนส่งของทางร้าน ต่างจากการสั่งของจากร้านค้าโดยตรงที่ลูกค้ามักจะคาดหวังว่าร้านค้าต้องออกค่าขนส่งให้ ถ้าร้านไหนไม่ออกก็พาลจะหงุดหงิดว่าร้านไม่ใจป้ำเอาเสียเลย การดึง Grab เข้ามาจะช่วยทำให้เครือแบกต้นทุนน้อยลงแน่นอนถ้าเทียบกับการทำเดลิเวอรี่เองตามปรกติ อย่างน้อย ลูกค้าก็ยินดีจะจ่ายค่าบริการให้ Grab มากกว่าเพราะรู้ว่านี่คือบริษัทขนส่ง

 

โดยภาพรวมแล้ว Grab จึงจะเข้ามาช่วยเติมเต็มระบบโลจิสติกส์ของเครือ Central ให้ดียิ่งขึ้น

 

นอกจากการใช้ระบบขนส่งเชิง Outsource ที่ช่วยลดต้นทุนคงที่ในการขนส่งแล้ว การใช้ Grab ก็ยังทำให้ระบบขนส่งเป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งได้อีกด้วย เพราะ Grab เป็นบริษัทขนส่ง การจะเรียกร้องค่าบริการหรือมองหากำไรจึงเป็นเรื่องปรกติมากกว่าการที่เซ็นทรัลจะใช้ขนส่งของตนเองทั้งหมดที่ลูกค้ามักคาดหวังการบริการฟรี ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นเหมือนประโยชน์ทั้งใน 2 ด้าน ด้านแรก คือ ต้นทุนของเซ็นทรัลลดลง และ ผลกำไรของเซ็นทรัลผ่านการถือหุ้น Grab ก็ดูมีแนวโน้มจะสูงขึ้นด้วย

 

สิ่งที่น่าสนใจ คือ Central ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขว่าเงิน 200 ล้านดอลลาร์ที่ใส่ลงได้หุ้นมาเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ Valuation คุ้มค่ามากแค่ไหนในเชิงการลงทุน และที่สำคัญ หุ้นที่ได้มาถือว่าเป็นการเข้าถือหุ้นแบบไม่มีอำนาจควบคุมในสัดส่วนที่มีนัยยะสำคัญ จึงต้องมาคอยดูกันต่อไปว่าเซ็นทรัลจะดึงประโยชน์ของ Grab ที่เข้าลงทุนออกมาได้มากแค่ไหน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน