ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท Johnson & Johnson : JNJ กับคดีฟ้องร้องในตำนาน

สรุปข้อมูลบริษัท Johnson & Johnson

สรุปข้อมูลบริษัท Johnson & Johnson : JNJ กับคดีฟ้องร้องในตำนาน

 

บริษัทหนึ่งจะล่มสลายอาจมาได้จากหลายสาเหตุ บ้างก็ลูกค้าไม่ซื้อของ บ้างก็ขาดสภาพคล่อง บ้างก็โดนธุรกิจอื่น disrupt

 

แต่เคยเจอบริษัทที่เสียหายเป็นแสนล้านเพราะการฟ้องร้องบ้างไหม?

 

ไม่บ่อยนักที่การฟ้องร้องระหว่างบริษัทและผู้บริโภคจะใหญ่มากจนอาจมีผลกระทบต่องบการเงิน แต่เชื่อเถอะว่ามี และบริษัทนี้ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่คนไทยหลายๆ คนรู้จักด้วย นั่นคือบริษัท Johnson & Johnson

 

ซึ่งค่าปรับนี้ไม่ใช่เล่น ๆ เพราะมันคิดเป็นเงินหลักพันล้านเหรียญเลยทีเดียว

 

 

 

Johnson & Johnson คือบริษัทที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1886 โดยสามพี่น้อง Robert Wood Johnson, James Wood Johnson และ Edward Mead Johnson

 

และแน่นอน นี่คือบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและเกี่ยวกับเวชภัณฑ์ สินค้าชนิดแรกที่ผลิตและจัดหน่ายมันจึงเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง นั่นคือกล่องปฐมพยาบาล ที่แม้ปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่หาได้ดาษดื่น แต่ในยุคนั้นมันคือของมีค่าที่ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ตำนานของ Johnson & Johnson จึงเริ่มต้นขึ้น รวมถึงสินค้าอย่างแป้งเด็กที่มีขายอยู่ในทุกวันนี้ มันก็เป็นหนึ่งในสินค้าที่วางขายมาแล้วตั้งแต่ก่อนปี 1900 เช่นกัน จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสินค้าชนิดเดียวจะยังขายได้นับร้อยปี

 

นับจากนั้นมา บริษัทก็สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออกมาอีกเป็นโหล จนตอนนี้บริษัทมาไกลกว่าแค่การขายแป้งเด็ก ตอนนี้ Johnson & Johnson มีผลิตภัณฑ์อยู่ในสามหมวดหลัก ๆ คือ สินค้าอุปโภค ยา และอุปกรณ์การแพทย์

 

นอกจากจะเป็นบริษัทเก่าแก่แล้ว Johnson & Johnson ยังเป็นหนึ่งในหุ้นเก่าแก่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กด้วย เพราะหุ้นของ Johnson & Johnson จดทะเบียนในตลาดหุ้นตั้งแต่ปี 1944 หรือเมื่อเกือบ 80 ปีก่อน และรู้หรือไม่ว่า ถ้าหากมีใครสักคนโชคดีพอที่จะลงทุนในหุ้น JNJ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าตลาดด้วยเงิน 10,000 เหรียญ ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เขาจะกลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีเงินอยู่ในกระเป๋าถึง 96 ล้านเหรียญ นี่มันคืออภินิหารแป้งเด็กชัดๆ

 

 

 

งบการเงิน Johnson & Johnson

 

ปี 2017
รายได้ 76,450 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 75,150 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 1,300 ล้านเหรียญ

 

ปี 2018
รายได้ 81,581 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 66,284 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 15,297 ล้านเหรียญ

 

12 เดือนล่าสุด
รายได้ 82,059 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 66,940 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 15,119 ล้านเหรียญ

 

 

 

ถึงแม้บริษัทจะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตสินค้าชื่อดังอย่างแป้งเด็กและครีมอาบน้ำเด็ก แต่จากรายได้รวม 100% สัดส่วนรายได้ที่มากที่สุดนั้นมาจากธุรกิจยา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด ยาที่ทุกคนเคยใช้อย่างไทลินอลก็เป็นสินค้าของ Johnson & Johnson ด้วย

 

ณ ตอนนี้บริษัทมีมูลค่ากิจการกว่า 375,000 ล้านเหรียญ แต่ถึงอย่างนั้นบริษัทก็มีความเสี่ยงที่สั่นคลอนบริษัทได้สองเรื่อง เรื่องแรกคือมาตรฐานภาษีแบบใหม่ และเรื่องที่สอง คือการฟ้องร้อง

 

มาที่เรื่องแรกกันก่อน หากใครสังเกตผลกำไรสุทธิของบริษัทในปี 2017 จะเห็นว่ากำไรอยู่ที่เพียง 1,300 ล้านเหรียญเท่านั้น ช่างแตกต่างลิบลับกับผลกำไรในปีถัดมา นั่นก็เพราะว่าปีดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานภาษี ทำให้บริษัทต้องคิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเข้าไปในงบการเงินด้วย แต่นับว่ายังดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวคือเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะท้ายที่สุดผลกำไรของ Johnson & Johnson ก็กลับมาเป็นปกติ

 

ที่น่าห่วงกว่า คือเรื่องของการฟ้องร้อง

 

ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นผู้บริโภคฟ้องร้องบริษัทอย่างเป็นตุเป็นตะ ยิ่งในประเทศไทยอย่างมากเราก็เห็นแค่การชดเชยของบริษัทตามความเหมาะสม แต่ในกรณีของ Johnson & Johnson ด้วยความที่สินค้าของบริษัทเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง นั่นคือยารักษาโรค ดังนั้นจึงมีโอกาสสุ่มเสี่ยงมากที่จะถูกผู้บริโภคฟ้องร้องต่อผลข้างเคียงของยาที่ Johnson & Johnson ผลิต และยังไม่หมดแค่นั้น กระทั่งแป้งเด็กหอมชื่นใจก็ยังถูกฟ้องร้องได้ เนื่องจากมีผู้บริโภคหลายคนเป็นมะเร็งรังไข่จากการใช้แป้งเด็กภายใต้จุดซ่อนเร้น เหตุการณ์ทั้งสองนี้เองที่ทำให้ Johnson & Johnson ต้องจ่ายค่าปรับมาแล้วนับพันล้านเหรียญ ถึงขั้นที่ว่าผลกำไรในไตรมาส 1 ของปี 2018 ลดลงจากเดิมกว่า 16% เพราะค่าปรับเหล่านี้

 

นี่คือสิ่งที่น่าห่วงไม่น้อย แม้จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินเป็นถัง แต่การฟ้องร้องของผู้บริโภคบ่อย ๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่เพราะมันส่งผลต่อความเชื่อมั่นของบริษัทโดยตรง ลองคิดดูเล่นๆ ว่า หากต่อไปมีการร้องเรียนต่อสินค้าของ Johnson & Johnson มากขึ้นเรื่อย ๆ เงินค่าปรับอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เรื่องใหญ่กว่าคือลูกค้าที่อาจไม่เชื่อมั่นในสินค้าของบริษัทอีกต่อไปจนถึงขั้นหยุดการบริโภค นี่คือเรื่องใหญ่ที่อาจส่งผลต่อ Johnson & Johnson ได้แบบมีนัยสำคัญ

 

Johnson & Johnson นับเป็นบริษัทไม่กี่แห่งที่อาจมีความเสี่ยงไม่เหมือนชาวบ้านสักเท่าไหร่ แถมยังดูไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกด้วย แต่ใครจะไปรู้ เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นนี้แหละทำให้ยักษ์ล้มมาได้นักต่อนัก

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
25 เรื่องจริงจาก “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” ที่คุณอาจไม่เคยรู้ : marketingoops.com
Johnson & Johnson loses $10.7B after sweeping US tax changes : business.financialpost.com
โดนอีก! ศาลสั่งแป้งเด็กยี่ห้อดังชดเชย 4.7 พันล้านดอลล์ ให้กับหญิง 22 รายที่ใช้แล้วเป็นมะเร็ง : prachachat.net
J&J’s first-quarter earnings drop 14% as legal costs soar : cnbc.com
รายงานประจำปี Johnson & Johnson : investor.jnj.com

งบการเงิน Johnson & Johnson : https://finance.yahoo.com/quote/JNJ/financials?p=JNJ

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน