ธุรกิจ

Blockbuster = Netflix เมื่อ 20 ปีก่อน

Blockbuster = Netflix เมื่อ 20 ปีก่อน

Blockbuster = Netflix เมื่อ 20 ปีก่อน

 

ทุกวันนี้ บริษัทที่โดดเด่นในฐานะของผู้นำในธุรกิจภาพยนตร์ ไม่ว่าใครก็ต้องนึกถึง Netflix

 

แต่หากย้อนไปสัก 20 ปีก่อน ก่อนหน้าที่ Netflix จะโด่งดังและก่อนที่ทุกคนจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ การรับชมภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่องที่บ้าน ก็หนีไม่พ้นการเช่าแผ่น DVD หรือม้วนวีดิโอผ่านร้านให้เช่าต่าง ๆ

 

และในช่วงเวลาดังกล่าว สิ่งที่เปรียบได้กับ Netflix ของคนหลาย ๆ คนก็คือ Blockbuster ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้นำในธุรกิจวิดีโอและ DVD ให้เช่า แต่ทุกวันนี้ร้าน Blockbuster เหลือเพียงแค่ตำนานเท่านั้น

 

 

 

Blockbuster ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1985 โดย David Cook อดีตวิศวกรคอมพิวเตอร์ที่เคยทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมน้ำมันมาก่อน

 

เหตุที่ David Cook สนใจทำร้านให้เช่าวิดีโอ เนื่องจากในยุคนั้นร้านให้เช่าวิดีโอส่วนใหญ่จะมีภาพยนตร์หรือซีรีส์ให้เลือกดูเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง คุณ David Cook จึงได้เปิดร้าน Blockbuster สาขาแรก ที่มีภาพยนตร์และซีรีส์ให้เลือกกว่า 8,000 เรื่อง พร้อมใช้ความรู้ด้านซอฟต์แวร์ของเขามาบริหารจัดการสต็อกด้วย

 

ไม่กี่ปีจากนั้น โมเดลธุรกิจของ Blockbuster ก็เริ่มมีนักลงทุนให้ความสนใจ จนช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ร้าน Blockbuster ก็มีสาขาทั่วสหรัฐอเมริกากว่า 1,000 แห่ง และพอถึงปี 1999 บริษัทก็ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ พร้อมด้วยสาขาที่มากกว่า 8,000 แห่งทั่วโลก

 

 

 

งบการเงิน Blockbuster ในช่วงปี 1999

ปี 1997
รายได้ 3,314 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 3,632 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ -318 ล้านเหรียญ

 

ปี 1998
รายได้ 3,893 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 4,230 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ -337 ล้านเหรียญ

 

ปี 1999
รายได้ 4,464 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 4,533 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ -69 ล้านเหรียญ

 

 

 

ในช่วงรุ่งเรืองของบริษัท Blockbuster มีมูลค่าตลาดสูงกว่า 5 พันล้านเหรียญ อีกทั้งราคาหุ้นยังได้ปรับเพิ่มขึ้นมากว่าเท่าตัวภายใน 2 ปี นับจากวันที่จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์

 

แต่อะไรที่ทำให้บริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้าน มีสาขาทั่วโลกนับพัน แถมยังเป็นธุรกิจที่ดูมีอนาคตไกล กลับต้องกลายเป็นเพียงแค่ตำนานในปัจจุบัน

 

คำตอบคือ เทคโนโลยี และ Netflix

 

จริงอยู่ว่า ในยุคนั้นธุรกิจเช่าวีดิโอและ DVD ของ Blockbuster กำลังเติบโต แต่เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงไม่แพ้กันในยุคนั้นคือ การเช่าภาพยนตร์และซีรีส์ผ่านจดหมาย ซึ่งตอนนั้น Netflix เป็นบริษัทที่กำลังทำธุรกิจนี้อยู่เงียบ ๆ

 

ด้วยเพราะความสะดวกในการเช่า รวมถึงค่าเช่าที่ถูกกว่า ทำให้การเติบโตของ Netflix ค่อย ๆ สูงขึ้น ในขณะที่ยอดสมาชิกของ Blockbuster กลับค่อย ๆ ลดลง และเมื่อยุคของอินเทอร์เน็ตได้ตื่นขึ้นมา กลายเป็นว่า Netflix กลายเป็นผู้ชนะขาดลอยในธุรกิจให้เช่าภาพยนตร์

 

เพราะ Netflix ได้เปลี่ยนตัวเองให้เป็นธุรกิจ online streaming ในขณะที่ Blockbuster มีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนต่อเนื่อง ก่อนที่จะต้องออกจากตลาดหุ้นไปในที่สุด

 

ทุกวันนี้ Blockbuster ยังเปิดให้บริการสาขาสุดท้ายอยู่ในรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา เพื่อให้คนที่ต้องการรำลึกความหลังและชื่นชอบการชมภาพยนตร์ยุคเก่าสามารถไปใช้บริการได้

 

แต่ก็ไม่น่าเชื่อเช่นกัน ว่าครั้งหนึ่งบริษัทที่เป็นผู้นำในธุรกิจ จะต้องเสียตำแหน่งผู้นำรวมถึงอุตสาหกรรมที่เคยรุ่งโรจน์ก็กลับต้องถึงกาลอวสานได้

 

ไม่เคยมีอะไรแน่นอนในโลกธุรกิจ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

10-K Blockbuster : https://sec.report/Document/0000930661-00-000673/

A Timeline: The Blockbuster Life Cycle : https://www.forbes.com/2010/05/18/blockbuster-netflix-coinstar-markets-bankruptcy-coinstar_slide.html?sh=66dcd3195464

The rise and fall of Blockbuster and how it’s surviving with just one store left : https://www.businessinsider.com/the-rise-and-fall-of-blockbuster-video-streaming-2020-1

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน