ธุรกิจ

BOTB : Best of the best บริษัทจิ๋วที่เติบโตอย่างน่าอัศจรรย์กว่าเดิมในช่วง Lock Down

BOTB : Best of the best บริษัทจิ๋วที่เติบโตอย่างน่าอัศจรรย์กว่าเดิมในช่วง Lock Down

BOTB : Best of the best บริษัทจิ๋วที่เติบโตอย่างน่าอัศจรรย์กว่าเดิมในช่วง Lock Down

ผู้เปิดการแข่งขันชิงรางวัลรายสัปดาห์กับ Business Model อันแสนเรียบง่าย

 

Best of the Best เป็นบริษัทที่จัดการแข่งขันชิงโชครายสัปดาห์ โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นรถยนต์แบรนด์ดังกว่า 39 แบรนด์ มีรถให้เลือกกว่า 180 รุ่น และมีรางวัลอื่น ๆ มอบให้ด้วย เช่นเงินสด เครื่องเล่นเกม กระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงเครื่องดนตรีที่มีราคาสูงอย่างเปียโนอีกด้วย

บริษัททมีรายได้จากการขายตั๋วชิงโชคจากทางผู้เข้าแข่งขัน โดยตั๋ว 1 ใบมีสิทธิที่จะตอบคำถามได้ 1 ครั้ง มูลค่าตั๋วต่อใบตั้งแต่ 0.6 ปอนด์ ถึง 5 ปอนด์ (โดยราคาตั๋วเองมีราคาสูงต่ำตามมูลค่าของรางวัล)

 

สำหรับเกมที่บริษัทใช้แข่งขันนั้น เป็นเกม Spot the Ball หรือก็คือเป็นเกมที่ให้ผู้เข้าแข่งขัน ทายตำแหน่งของบอลในรูปว่าอยู่ที่ตำแหน่ง Coordinate x, y เท่าไรในภาพ ซึ่งเป็นเกมที่ใช้ความสามารถในการวิเคราะห์มากกว่าแค่ Lottery ทั่ว ๆ ไปโดยมีกรรมการที่เป็นผู้ตัดสินมาจากทั้งทางสมาพันธ์ Amateur Football Alliance และนักฟุตบอลมืออาชีพ โดยในการตัดสินแต่ละครั้ง จะมีกรรมการทั้งหมด 10 คนมาลงความเห็น และนำค่า Coordinate X,Y ของทั้ง 10 คนมาหาค่ากลาง ซึ่งหากผู้เข้าแข่งขันใดตอบได้ตรงกับค่านี้ก็จะเป็นผู้ชนะทันที

สาเหตุที่ทางบริษัทเลือกที่จะใช้เกม Spot the Ball แทนการทายตำแหน่งลูกบอลจริง ๆ มาจากความต้องการที่จะให้เป็นการแข่งขันที่ต้องสู้ 2 ฝ่าย คือระหว่างผู้เข้าแข่งขันเองที่ต้องใช้สติสัมปชัญญะในการพิจารณาตำแหน่งที่สมเหตุสมผล  กับทางฝั่งกรรมการทั้ง 10 คน ที่ต้องระดมการอภิปรายเพื่อให้ได้มาซึ่งค่ากลางที่เป็น Consensus

กล่าวคือจะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้ถึงผลที่แน่ชัด

ซึ่งผู้ชนะการแข่งขันจะมีเพียงแค่ 1 รายเท่านั้น ส่วนผู้ที่ตอบได้ใกล้เคียงแต่ไม่ได้เป็นผู้ชนะที่สุดจะได้รับเป็น Dream Car Credit หรือเครดิตสำหรับการเข้าแข่งขันรอบถัด ๆ ไป โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อตั๋ว

นอกจากนี้ ตอนท้ายสัปดาห์จะมีวีดีโอแถลงคำตัดสินมาให้เรารับชมเพื่อความโปร่งใสด้วย

 

ตัวอย่างของวีดีโอการตัดสินประจำสัปดาห์

ตัวเลขการเงินย้อนหลัง

ปี 2017

บริษัทมีรายได้ 12.95 ล้านปอนด์

มีกำไรขั้นต้นที่ 7.44 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 57.48%)

มีกำไรสุทธิที่ 1.35 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 10.40%)

 

ปี 2018

บริษัทมีรายได้ 14.81 ล้านปอนด์ (เติบโต 14.36%)

มีกำไรขั้นต้นที่ 8.27 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 55.82%)

มีกำไรสุทธิที่ 3.84 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 25.94%)

 

ปี 2019

บริษัทมีรายได้ 17.79 ล้านปอนด์ (เติบโต 20.14%)

มีกำไรขั้นต้นที่ 10.52 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 59.15%)

มีกำไรสุทธิที่ 3.52 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่19.77%)

 

ปี 2020

บริษัทมีรายได้ 45.68 ล้านปอนด์ (เติบโต 156.80%)

มีกำไรขั้นต้นที่ 28.27 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 61.89%)

มีกำไรสุทธิที่ 11.49 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 25.16%)

 

โดยสินทรัพย์ของบริษัทจะอยู่ในรูปของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด กว่า 88% ของสินทรัพย์รวม และมีที่ดินอาคารและอุปกรณ์ในสัดส่วนรองลงมาที่ 8%

มีส่วนของทุนอยู่ราว 67% ของสินทรัพย์ บริษัทไม่มีหนี้สินหลักคือส่วนของเจ้าหนี้การค้าและภาษีค้างจ่ายตามลำดับ กล่าวคือบริษัทนี้เรียกว่าเป็น Net Cash Company ก็ได้ครับ จากการที่บริษัทมีเงินสดเพียงพอที่จะไถ่หนี้ที่ตัวเองมีหมดได้ในทีเดียว

แต่ดั้งเดิมตอนช่วงบริษัทตั้งไข่ บริษัทมีรายได้จากการขายตั๋วแข่งขันตามสนามบินสำคัญ ๆ ในเครือจักรภพอังกฤษ โดยช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ บริษัทมีรายได้จากการขายตั๋วผ่านออนไลน์มากขึ้นจนทำให้สัดส่วนการขายผ่านงานอีเวนท์เหลือเพียง 3% เท่านั้น

 

จนกระทั่งปีล่าสุดจากวิกฤติโควิดกับการถูกล็อกดาวน์ส่งผลให้ผู้คนไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ บริษัทก็ได้ปรับกลยุทธ์โดยการทำการตลาดออนไลน์ 100% รวมถึงปรับกระบวนการภายในให้ Lean มากขึ้น รวมถึงลงทุนในด้าน IT กับควบรวมกิจการคู่แข่งที่ทำธุรกิจคล้าย ๆ กัน ส่งผลให้บริษัทมีรายได้เติบโตถึง 3 เท่าตัว โดยเติบโตจาก 17.79 ล้านปอนด์ สู่ 45.68 ล้านปอนด์

 

แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอสำหรับการลงทุนในบริษัทนี้ คงไม่พ้นเรื่องการมาของ “คู่แข่ง” นั่นเอง

มองว่า Business Model ของทาง Best of the Best นั้นเรียบง่ายจนอาจทำให้มีคนอื่นทำตามได้ อันนำมาซึ่งการถูกแย่งชิงฐานลูกค้าที่ส่งผลให้รายได้บริษัทลดลง

 

และอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงไม่แพ้กันคงเป็นเรื่อง “ความโปร่งใส” โดยเฉพาะในเรื่องของการอาจถูกฟ้องร้องจากทางผู้เข้าแข่งขันในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมกับกติกาการเล่นเกมของบริษัท หรือการฟ้องบริษัทว่าเป็น Scam หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงผู้บริโภค
(โดยในจุดนี้เข้าใจว่าบริษัทพยายาม Proof ตัวเองอยู่เสมอ ผ่านการประกาศผลการแข่งขันอย่างตรงไปตรงมาที่หน้าเว็บไซต์ รวมถึงการตั้งทำเนียบผู้ชนะย้อนหลังกว่า 20 ปี เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันสามรถตรวจเช็คได้)

 

จุดด้อย 2 จุดนี้ กอปรกับการมี Switching Cost ที่ต่ำ (จากการมีความเป็นแฟชั่นที่ขึ้นกับตัวผู้บริโภค) ทำให้เราอาจประเมินรายได้ในอนาคตได้ยาก ซึ่งตรงส่วนนี้อาจต้องพิจารณาดูค่าใช้จ่ายที่บริษัทใช้ไปกับด้าน Marketing กับ R&D ว่าใช้ไปแล้วได้ดอกผลคุ้มกับที่ลงทุนหรือไม่ โดยดอกผลที่ว่านี้จะออกมาผ่านยอดขายที่โตขึ้น (Top Line โต) กับกระบวนการหลังบ้านที่มีต้นทุนลดลง (มี Middle Line ที่ช่วยให้บริษัท Lean ขึ้น) จนเกิด Economic of Scale

 

โดยคร่าว ๆ นี้ เราสามารถพิจารณาคุณภาพของการบริหารต้นทุนของบริษัทผ่านตัวเลข Gross Profit Margin กับ SG&A to Sale เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาจากตัวเลขการเงินที่ผมนำเสนอ บริษัทสามารถประคอง Gross Profit Margin ได้อยู่ที่ระดับ 55% และในช่วง 3 ปีหลังเองบริษัทก็ทำอัตรากำไรสุทธิได้อยู่ในระดับ 20% รวมถึงการมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เหลือเฟือจนสร้าง Free Cash Flow ได้ตลอดนี้ก็นับว่าบริษัทเองก็ทำได้ดีเลยทีเดียว

 

จากฐานรายได้ที่ยังต่ำ (ไม่ถึง 100 ล้านปอนด์) รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจที่ไม่ได้แย่มาก กับการสร้างการเติบโตในระดับ 2-Digits นี้ นับว่าเป็นเรื่องท้าทายว่าบริษัทจะสร้างการเติบโตของตัวเองต่อไปได้อย่างไร ตรงส่วนนี้ก็เป็นหน้าที่ของเรานักลงทุนแล้ว ว่าจะประเมินศักยภาพและมูลค่าของบริษัทไว้ที่เท่าไรและสมเหตุสมผลหรือไม่ และหวังว่าจะมี Business Model แบบนี้เกิดขึ้นในตลาดหุ้นของไทยได้บ้างเพื่อที่เราจะได้มีตัวเลือกลงทุนในบริษัทที่เรียบง่ายและไม่ต้องพึ่งหาตลาดโลกซึ่งมีโมเดลอันสร้างสรรค์แบบที่เราไม่มี

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

Financial Reports | BOTB

How to Play | BOTB

Financial Analysis (koyfin.com)

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน