ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท COSTCO : ค้าปลีกที่ยังอยู่รอดในอเมริกา

สรุปข้อมูลบริษัท COSTCO

สรุปข้อมูลบริษัท COSTCO : ค้าปลีกที่ยังอยู่รอดในอเมริกา

 

โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจส่วนใหญ่ต่างก็เน้นการขายสินค้าให้ได้มากที่สุด และทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้สะดวกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

แต่เคยเจอธุรกิจไหนบ้าง ที่นอกจากลูกค้าจะต้องสมัครสมาชิกเพื่อให้ได้สิทธิ์ซื้อสินค้าในราคาถูกแล้ว ยังต้องจ่ายค่าสมาชิกรายปีอีกต่างหาก ถ้ามองเผิน ๆ โมเดลธุรกิจนี้คงเป็นเรื่องเพ้อฝัน นอกจากจะต้องเสียเงินซื้อของแล้วยังต้องเสียค่าสมาชิก ใครกันจะยอมจ่าย

 

แต่รู้หรือไม่ว่า มีอยู่บริษัทหนึ่งที่ประกอบธุรกิจในลักษณะนี้ จนปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่ยอมจ่ายค่าสมาชิกรายปีแล้วถึงเกือบ 100 ล้านคน มากยิ่งกว่าประขากรในประเทศไทยเสียอีก

 

บริษัทนั้นคือ Costco

 

 

 

Costco คือบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายส่งสินค้าในสหรัฐ (คล้ายแมคโครบ้านเราก็ได้) มีจุดเริ่มต้นในช่วงปี 1983 ก่อตั้งโดย James Sineagal และ Jeffrey Brotman

 

อันที่จริงแล้ว คนที่เป็นต้นคิดโมเดลการขายส่งและให้ส่วนลดสมาชิกคือชายที่ชื่อ Sol Price ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้งร้าน Price Club มาก่อนแล้ว โดยที่ James Sineagal เคยทำงานอยู่ในร้านนี้มาก่อน จากนั้นจึงออกมาเปิดร้าน Costco เป็นของตัวเอง ด้วยจุดเด่นคือเน้นขายสินค้าในราคาที่ถูกให้กับลูกค้าที่สมัครสมาชิก แถมการสมัครสมาชิกนี้ยังต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีด้วย Costco จึงได้เงินจากทั้งจากการขายสินค้าและค่าสมาชิก

 

แต่ถึงแม้จะต้องเสียค่าสมาชิกรายปีผู้บริโภคก็ยอมจ่ายเพื่อแลกกับการซื้อของในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดพอสมควร ด้วยเหตุนี้เอง Costco จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้ตั้งแต่ปี 1985 และเข้าควบรวมกับ Price Club ในปี 1993 จนกลายเป็นร้านค้าส่งชั้นนำในสหรัฐ

 

ซึ่งปัจจุบัน สาขาของร้าน Costco ทั่วโลกมีอยู่เกือบ 800 สาขาแล้ว แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ จำนวนสมาชิกที่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีนั้นมีสูงถึง 98 ล้านคนเลยทีเดียว พร้อมกับรายได้ในปีล่าสุดที่สูงถึง 1.5 แสนล้านเหรียญเข้าไปแล้ว

 

 

 

งบการเงิน Costco (สิ้นสุดรอบบัญชี 30 สิงหาคม)

 

ปี 2018
รายได้ 141,576 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 138,442 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 3,134 ล้านเหรียญ

 

ปี 2019
รายได้ 152,703 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 149,044 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 3,659 ล้านเหรียญ

 

12 เดือนล่าสุด
รายได้ 158,350 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 154,572 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 3,778 ล้านเหรียญ

 

 

 

จากงบการเงินที่เห็นก็พอจะบอกได้ว่า Costco นั้นเป็นธุรกิจที่ดูมั่นคงไม่น้อย และเชื่อหรือไม่ว่า ถึงแม้สถานการณ์ COVID-19 ที่กำลังเกิดขึ้นจนทำให้หุ้นของบริษัทต่าง ๆ ร่วงระเนระนาด แต่สำหรับหุ้น COST (ตัวย่อของ Costco) ร่วงลงมาประมาณ 10% เท่านั้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนค่อนข้างมั่นใจมากทีเดียวว่าต่อให้เกิดโรคระบาดแต่คนก็ยังต้องมาซื้อของกินของใช้อยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ต้องตามต่อว่างบการเงินไตรมาสถัดไปของ Costco จะได้รับผลกระทบจากการกักตัวของประชาชนมากแค่ไหน

 

และต่อให้ COVID-19 จะผ่านพ้นไป ก็ใช่ว่า Costco จะไม่มีจุดอ่อน เพราะจุดอ่อนอีกประการที่เหล่าร้านค้าปลีกและค้าส่งทั่วโลกกำลังเผชิญ คือการมาของแพลตฟอร์ม eCommerce ที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้โดยตรง

 

ซึ่งในปัจจุบัน ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าต่าง ๆ ก็พยายามปรับตัวด้วยการขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น Costco เองก็มีระบบซื้อสินค้าออนไลน์ แต่ปัจจุบันยอดขายผ่านระบบออนไลน์ยังคิดเป็นเพียง 4% ของยอดขายรวมเท่านั้น นี่อาจต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อพิสูจน์ว่า Costco จะปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภคได้หรือไม่

 

ถึงแม้ว่า Costco จะเป็นเจ้าตลาดแห่งการขายสินค้าส่งในราคาถูกมาอย่างยาวนาน (และปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่) แต่สิ่งที่ไม่ว่าบริษัทจะใหญ่หรือเล็กต้องเผชิญ มันก็คือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่กิจการต้องปรับตัวให้ทันกับกระแสเหล่านี้อยู่เสมอ Costco อาจมีฐานสมาชิกที่ยอมจ่ายเงินรายปีถึงเกือบ 100 ล้านคน แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าลูกค้าจะอยู่ด้วยตลอดไปถ้าบริษัทไม่ปรับตัว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
Costco History : britannica.com
How Costco gained a cult following — by breaking every rule of retail : thehustle.co
Costco Annual Report : investor.costco.com
งบการเงิน Costco : finance.yahoo.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน