ธุรกิจ

Futu Holdings ตำนานหุ้น 20 เด้งใน 1 ปี

Futu Holdings ตำนานหุ้น 20 เด้งใน 1 ปี

Futu Holdings ตำนานหุ้น 20 เด้งใน 1 ปี แห่งประเทศจีนแผ่นดินใหญ่กับการเติบโตอันน่าฉงน, แพลตฟอร์มผู้อยู่เบื้องหลังและผู้ได้รับผลประโยชน์ทางตรงจากความร้อนแรงจากตลาดหุ้นจีนและอเมริกา

 

Futu Holding เป็นบริษัทที่ให้บริการโบรกเกอร์ออนไลน์และให้บริหารจัดการความมั่งคั่งส่วนบุคคล (Wealth Management) โดยมีแพลตฟอร์มและฐานลูกค้าหลักอยู่ที่ประเทศจีน

รายได้หลัก ๆ ของ Futu นั้นมีทั้งสิ้น 3 ช่องทาง ได้แก่

1.ค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นที่ได้จากการเทรดหุ้น

2.รายได้จากอัตราดอกเบี้ยสุทธิจากการให้บริการบัญชี Margin กับบริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL)

3.รายได้อื่น ๆ เช่น Money Plus ทำหน้าที่บริหารจัดการความมั่งคั่งส่วนบุคคล (Wealth Management), FUTU I&E ให้บริการเป็นผู้กระจายหลักทรัพย์ที่เพิ่ง IPO และ​​ให้บริการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อกรรมการหรือพนักงาน (ESOP) รวมทั้งยังรับหน้าที่เป็น Consult ในการทำโปรเจคแก่บริษัทที่ต้องการความเชี่ยวชาญอีกด้วย

 

สำหรับการให้บริการด้าน Wealth Management  นี้ ทาง Futu ได้มีลูกค้าอยู่ในการดูแลแล้ว 59,000 คน รวมถึงมีผู้จัดการสินทรัพย์ (Asset Managers) มาจากบริษัทพาร์ทเนอร์ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งทางบริษัทก็ได้มี Session สำหรับ Live-streaming ให้กับผู้จัดการสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Futubull ในการให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนที่เทรดบน Futu

 

โดยบริษัทมีงบการเงินย้อนหลังดังต่อไปนี้

ปี 2018

บริษัทมีรายได้ 811,343 ล้านเหรียญฮ่องกง

มีรายได้ขั้นต้น 561,749 ล้านเหรียญฮ่องกง (คิดเป็น Gross Margin 69.20%)

มีกำไรสุทธิ 138,512 ล้านเหรียญฮ่องกง (คิดเป็น Net Margin 17.00%)

 

ปี 2019

บริษัทมีรายได้ 1,061,555 ล้านเหรียญฮ่องกง (รายได้เติบโต 30.84%)

มีรายได้ขั้นต้น 779,851 ล้านเหรียญฮ่องกง (คิดเป็น Gross Margin 73.4%)

มีกำไรสุทธิ 165,664 ล้านเหรียญฮ่องกง (คิดเป็น Net Margin 15.5%)

 

ปี 2020

บริษัทมีรายได้ 3,310,822 ล้านเหรียญฮ่องกง (รายได้เติบโต 221.47%)

มีรายได้ขั้นต้น 2,614,868 ล้านเหรียญฮ่องกง (คิดเป็น Gross Margin 79.0%)

มีกำไรสุทธิ 1,325,523 ล้านเหรียญฮ่องกง (คิดเป็น Net Margin 40.0%)

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานส่วนมากนี้จะหมดไปกับค่าวิจัยและพัฒนา กับค่าใช้จ่ายในการขายและค่าการตลาด โดยบริษัทได้ใช้เงินไปราว 25-40% ของรายได้ที่ได้รับต่อปี ซึ่งนับว่าบริษัทก็ทำได้ดีเลยทีเดียว สำหรับในช่วงสร้าง Branding กับการรักษาความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งพัฒนาแพรตฟอร์มให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค

นอกจากนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้โบรกเกอร์สามารถสร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืนก็คือการมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ออกมาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า โดยในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ทาง FUTU ได้ออกผลิตภัณฑ์อย่าง Index Future ทั้ง A50 Future (ดัชนีหุ้นจีน A50), OSE Future (ดัชนีตลาดโอซากาของประเทศญี่ปุ่น) นอกจากนี้ในรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด (ไตรมาสที่ 1 ปี 2021 : ประกาศเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม) บริษัทได้เพิ่มบริการให้ลูกค้านักลงทุนสามารถเทรดหุ้นในตลาดสิงคโปร์ได้ นับว่าเป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งมีให้เลือกทั้งสิ้น 3 ตลาด ได้แก่ ตลาดสหรัฐอเมริกา ตลาดฮ่องกง และตลาดสิงคโปร์

[โอกาสเติบโตข้างหน้า]

 

ว่ากันตามตรงแล้ว Room ในการเติบโตของปริมาณการเทรดของทางฟากฝั่งประเทศจีนยังมีอีกมาก โดยอัตราการเติบโตระหว่างปี 2012-2017 มี CAGR ถึง 90.8% รวมถึงรายได้ต่อหัวของประชากรจีนจากการเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีไปสู่ต่างประเทศเอง ก็จะส่งผลให้ประชาชนของจีนมีเม็ดเงินในมือเพิ่มมากขึ้น การที่เขาจะนำเงินส่วนเหลือไปลงทุนต่อย่อมมีเพิ่มมากขึ้นตามมาแน่นอน รวมถึงโอกาสในการที่ทางแพลตฟอร์มจะไปบุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม โอกาสย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง ธุรกิจโบรกเกอร์เองนับว่าเป็นธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเพิ่ง Crash ในรอบ 10 ปี การที่เราจะได้เห็นปริมาณการซื้อขายที่ผลักดันตลาดหุ้นให้มาถึงจุดนี้ได้ ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา รวมถึงการแข่งขันที่น่ากลัวอย่างการตัดค่าธรรมเนียมแข่งกันด้วย สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยโดยเฉพาะในฝั่งของทางอเมริกา ที่เมื่อปี 2020 ได้มี 2 แพลตฟอร์มโบรกเกอร์ใหญ่อย่าง E*trade และ TD Ameritrade ได้ถูกควบรวมไปกับสถาบันการเงินที่ใหญ่กว่า หลังจากต้องต่อสู่กับสงครามราคานี้ อาจเป็นโชคดีของทาง FUTU ที่ได้เริ่มเปิดน่านน้ำของฝั่งจีนในบริบทที่เป็น Trend ของการเริ่มลงทุน

 

พลวัตของอุตสาหกรรม, Trend is your friend

คำถามที่น่าฉงนใจ : 20 เด้ง ถามจริง มันต้องขนาดนี้เลยหรือ?

คำตอบของคำถามนี้สามารถตอบได้ด้วยปัจจัย 2 ข้อ นั่นคือยอดผู้ใช้ของ FUTU ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเทียบเท่ารุ่นพี่ใหญ่ในอุตสาหกรรม กับ Trend ของอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ ณ บริบทนี้

หนึ่งในตัวเลขที่นับว่าเป็นตัววัดรายได้ของธุรกิจโบรกเกอร์ คือตัวเลข Daily Average Revenue Trades หรือเรียกย่อ ๆ ว่า DARTs ตัวเลขนี้คือค่าเฉลี่ยรายได้จากการเก็บค่าบริการจากการเทรดรายวัน ซึ่งหลักการใช้ตัวเลขนี้เสมือนกับค่า  Sales per square foot ในกลุ่มร้านค้าปลีก หรือ ค่า RevPAR ในอุตสาหกรรมโรงแรม

 

ซึ่งในช่วงปี 2020 – 2021 ตัวเลขนี้มีการเพิ่มขึ้นสูงอย่างมีนัยสำคัญ โดยจากรูปประกอบที่ได้นำเสนอนี้จะพบว่าขนาดโบรกเกอร์ออนไลน์เจ้าดังอย่าง Interactive Broker เองก็มียอด DARTs โตขึ้นเป็นเท่าตัว

ควบคู่ไปกับเพื่อน ๆ ในหมวดหมู่อุตสาหกรรมของเขา อย่าง E*TRADE ที่มียอด DARTs เติบโตกว่า 200% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี (ปี 2020 vs 2019 สาเหตุที่เราไม่สามารถนำข้อมูลปัจจุบันมาได้ เนื่องจาก E*Trade ถูกทางบริษัท Morgan Stanley ควบรวมกิจการเข้าไปแล้ว )

โดยเมื่อสิงหาคมปี 2020 ข้อมูลจากทาง Markets Insider ได้รายงานว่าแพลตฟอร์มยอดนิยมในอเมริกาอย่าง Robinhood เองมียอด DARTs สูงถึง 4.3 ล้านรายการ เหนือกว่าคู่แข่งอย่าง TD Ameritrade ที่มียอดตามมาอยู่ที่ 3.84 ล้านรายการ ส่วนแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่าง Interactive Broker 1.86 ล้าน, Charles Schwab’s 1.8 ล้าน และ E*Trade 1.1 ล้าน

กล่าวโดยย่อคือแพลตฟอร์มชื่อดังในอเมริกา ต่างมียอด DARTs เกิน 1 ล้านรายการ รวมถึงมีการเติบโตระดับ 2-3 Digits อีกด้วย

(** ปัจจุบัน TD Ameritrade ได้ถูกควบรวมเข้ากับ Charles Schwab’s เป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่า Charles Schwab’s เป็นคู่แข่งที่เทียบเท่ากับทาง Robinhood ในตอนนี้)

 

ตัดภาพมาทางฝั่ง Futu จากรายงานไตรมาสที่ 1 ปี 2021 บริษัทรายงานยอด DARTs ของบริษัทอยู่ที่ 9 แสนรายการ โดยมียอดเติบโตกว่า 300% นับว่าน่านน้ำนี้ยังเต็มไปด้วยปลาที่อุดมสมบูรณ์ เรียกว่าก่อนที่จะจบรอบของงานเลี้ยงและความครึกครื้นของตลาดนี้ FUTU อาจมียอดผู้ใช้บริการในมือมากเทียบเท่ากับแพลตฟอร์มจากอเมริกาได้ก็ไม่แน่แปลกใจเท่าไหร่

เมื่อเทียบกับทาง Interactive Broker แล้ว ในไตรมาสที่ 1 ปี 2021 Interactive Broker มียอด DARTs อยู่ที่ 3.31 ล้านรายการ

หากเทียบ Market Cap ของทั้ง 2 บริษัทนี้ด้วยกันแล้ว นับว่าเป็นการแข่งขันที่น่าดูชมมากทีเดียว การเดินทางของ Market Cap FUTU จากราว 1,000 ล้านเหรียญ เมื่อปลายปี 2019 สู่ 22,000 เหรียญเมื่อสิ้นปี 2021 ในน่านน้ำทะเลสีคราม ณ ดินแดนจีนยักษ์ใหญ่เศรษฐกิจโลก หากทาง FUTU สามารถรักษาโมเมนตัมของรายได้นี้อย่างสม่ำเสมอได้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกินคาดหมาย หากเขามีขนาดใหญ่กว่าแพลตฟอร์มที่อยู่มานานกว่าอย่าง Interactive Broker

โดย ณ ตอนนี้ IBKR กับ FUTU กำลังเทรดที่มูลค่าไซส์พอ ๆ กัน หากแต่ทาง Futu เองมีรายได้น้อยกว่าทาง IBKR ถึงราว 4 เท่าตัว หากว่าทาง FUTU ได้ขยายแพลตฟอร์มของตัวเองให้เทรดได้กับตลาดอื่น ๆ เทียบเท่ากับทาง IBKR ได้ รวมถึงการ C&D ผู้ที่ทำสำเร็จมาก่อนหน้านี้แล้วก็เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าน้องเล็กคนนี้จะสามารถสู้รบปรบมือได้ขนาดไหน และพลังของชาวจีนเอง จะสามารถทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวไกลเทียบเท่าแพลตฟอร์มระดับโลกหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองกันต่อไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

Quarterly Results | Futu Holdings Ltd

Futu, UP Fintech: Analyzing Their Online Brokerage Industry (NASDAQ:FUTU) | Seeking Alpha

https://cdn2.etrade.net/1/20072315230.0/aempros/content/dam/etrade/about-us/en_US/documents/investor-relations/financials-sec-filings/quarterly-earnings/2020/Q2/2020-Q2-Earnings-Results.pdf

Robinhood hosted more than 4.3 million daily average trades in June – handily beating its biggest brokerage rivals | Markets Insider (businessinsider.com)

Webcasts and Transcripts (interactivebrokers.com)

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน