ธุรกิจ

PLUS500 บริษัท Trading Platform ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางการให้บริการ

PLUS500 บริษัท Trading Platform ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางการให้บริการ

PLUS500 บริษัท Trading Platform ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางการให้บริการ

 

Plus500 เป็นบริษัทที่ให้บริการด้าน online trading platform ที่เน้นให้บริการการเทรดในผลิตภัณฑ์ contracts for difference หรือ CFD โดยทางบริษัทเองมีผลิตภัณฑ์ในมือกว่า 2700 ผลิตภัณฑ์

 

CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่นักลงทุนจะเปิดสัญญากับทางโบรกเกอร์ที่ให้บริการโดยสัญญาที่ว่านั้นก็เป็นได้ตั้งแต่ค่าเงิน โลหะมีค่า หุ้น หรือดัชนีอ้างอิงต่าง ๆ หลัก ๆ แล้วนักลงทุนจะเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาของสินทรัพย์ทั้งขาขึ้นและขาลงที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลารวมทั้งสามารถเพิ่มอัตราทดผลตอบแทน (Leverage) ได้ โดยทางโบรกเกอร์เองจะเป็นผู้ทำสัญญากับทางนักลงทุนรวมถึงต้องมีการบริหารจัดการสภาพคล่องของเงินทุนที่หลังบ้านด้วย

 

หลัก ๆ แล้วโบรกเกอร์เองจะได้รับกำไรจากส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์ หรือ Spread ราคาซื้อขายที่อาจต่างกันกับผลิตภัณฑ์อ้างอิง (ราคาซื้อหรือขายอาจจะต่างจากกระดานเทรดที่ตลาดหลัก แต่ต่างกันแค่ทศนิยม 2 จุดเพียงเท่านั้น หากมูลค่าสัญญาใหญ่พอก็คุ้มค่าพอได้กำไร) นอกจากนี้แล้วก็มีรายได้อีกส่วนหนึ่งคือการได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยในการให้เงินกู้เพื่อเทรดอีกด้วย

 

Figure 1จากรูปเราจะเห็นว่าราคาซื้อและขายจะมีความห่างกันใช้ได้เลย โบรกเกอร์จะได้กำไรจากส่วนต่างหรือ Spread ตรงนี้แหละครับ

 

ธุรกิจแพลตฟอร์มโบรกเกอร์นี้ นับว่ามีการแข่งขันสูงมากจากการไม่มี Barrier of Entry ต้องอาศัยความเชื่อมั่นพอสมควร อาจต้องใช้พลังของ Marketing ที่สูงเพื่อดึงให้คนเข้ามาร่วมแพรตฟอร์มมากขึ้น แถมตัวแพลตฟอร์มยังตต้องมีการพึ่งพิงผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ จึงปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าสภาพของบรรยากาศตลาดหุ้นตลาดการเงินทั่วโลกเป็นปัจจัยผลักดันความคึกคักของแพรตฟอร์มนี้

พลันให้นึกถึงคำกล่าวยุคตื่นทองที่ว่า ผู้ที่ร่ำรวยจากการขุดทอง มิใช่ชาวเหมือง หากแต่เป็นผู้ขายอุปกรณ์จอบและเสียมต่างหาก ธุรกิจตัวกลางในช่วงตลาดครึกครื้นอย่างแพลตฟอร์มนี่แหละ ที่อยู่เบื้องหลังการได้ผลตอบแทนเหล่านั้น

 

สำหรับ Plus500 เอง บริษัทมีลูกค้ากว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีการแปลเมนูและคำอธิบายที่รองรับในแพลตฟอร์มกว่า 32 ภาษา

มีฐานลูกค้าหลัก ๆ อยู่ที่ฝั่งทวีปโซนยุโรปกว่า 54% ตามมาด้วยจักรภพอังกฤษที่ 17% ออสเตรเลีย 14% และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกรวม 17%

นอกจากนี้บริษัทยังมีการทำ R&D วิจัยหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าทำกำไรจากตลาดในทุกสภาวะ อีกทั้งพัฒนาระบบและออกแบบ User Interface ให้ทันสมัยพร้อมฟังก์ชันใหม่ ๆ ที่ทำให้ชีวิตการเทรดเรียบง่ายขึ้น และบริษัทเองก็ยังได้ทำ Marketing โดยการเป็นสปอนเซอร์ให้กับโครงการต่าง ๆ ตามแต่ละประเทศเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงแบรนด์และหาลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ อยู่เสมอ ๆ โดยการทำ Marketing ที่โดดเด่นที่สุดคือการเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนทีมฟุตบอล Atalanta B.C. ใน Italy, BSC Young Boys Football Club ใน Switzerland และ Legia Warsaw ใน Poland

 

งบการเงินย้อนหลัง

ปี 2016

บริษัทมีรายได้ 266.11 ล้านปอนด์

บริษัทมีกำไรสุทธิ 95.14 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 35.75%)

 

ปี 2017

บริษัทมีรายได้ 323.84 ล้านปอนด์ (เติบโต +33.32%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ 147.92 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 45.68%)

 

ปี 2018

บริษัทมีรายได้ 565.10 ล้านปอนด์ (เติบโต +64.78%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ 297.30 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 52.61%)

 

ปี 2019

บริษัทมีรายได้ 261.95 ล้านปอนด์ (หดตัว -51.83%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ 114.52 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 43.72%)

 

ปี 2020

บริษัทมีรายได้ 632.97 ล้านปอนด์ (เติบโต +149.45%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ 365.70 ล้านปอนด์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 57.77%)

 

โดยช่วงปี 2019 นี้บริษัทมียอดรายได้หดตัวกว่า 50% โดยเป็นผลมาจากภาวะซบเซาของตลาดหุ้นที่ทำให้ลูกค้านักลงทุนไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์เท่าที่ควร ถึงอย่างนั้นแล้วบริษัทเองก็ยังรักษาระดับดำไรสุทธิได้ระดับ 43% เมื่อเทียบกับปีที่ยอดรายได้เทียบเท่ากันเมื่อปี 2016 ที่ 35.75%

 

สิ่งหนึ่งที่น่าคิดคำหรับหุ้นบริษัทนี้ คือบริษัทเองจะสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการใน Platform ของเขาให้มากขึ้นกว่านี้ได้ไหม และมีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่ลูกค้าเก่า ๆ ของบริษัทจะหันไปใช้บริการเทรดเจ้าอื่น

อีกเรื่องที่ต้องคำนึงถึงก็คือเรื่องของสภาพตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากบริษัทได้ Listed CFD จากผลิตภัณฑ์การเงินไว้มากมาย ดังนั้นแล้ว เราสามารถทำกำไร หรือหาเงินได้จากบริษัท/ผลิตภัณฑ์ หรือดัชนีอ้างอิงอะไรก็ได้

 

หากอ้างอิงจากราคา Market Cap ตอนนี้ กับกระแสเงินสดอิสระที่บริษัททำได้ ก็น่าคิดว่าเราจะ Bet กับมูลค่าบริษัทกับกระแสเงินสดที่อาจมานิ่ง ๆ หรือผันผวนอีก 5-10 ปี ข้างหน้านี้ได้หรือไม่

 

และผลตอบแทนกับความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้นั้น มีมากน้อยขนาดไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้อ่านทุกคน ต้องกลับไปทำการบ้านเองต่อไป

 

จากรายงานประจำปีของบริษัท ค่อนข้างบ่งบอกว่าบริษัทมีความเข้มงวดในการตั้ง KPI พร้อมอธิบายการวัดผลอย่างเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้นได้เข้าใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก รวมถึงเข้าใจถึง Key Performance ที่ทำให้รู้ว่าบริษัทจะแข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างไรผ่านตัวเลขและเกณฑ์ชี้วัดพวกนี้

 

ที่น่าสนใจอีกเรื่องก็คือการได้เปิดโลกตัวเลขวัดผล เช่นตัวเลขผู้ใช้บริการใหม่ และบริษัทนี้ยังวัดถึงการเติมเงินไปในพอร์ตด้วย เฉกเช่นเดียวกันกับตัวเลข Active User ที่วัดจากการที่คนๆ หนึ่งคีย์ออเดอร์ซื้อแล้วขาย “และได้กำไร” จากการเทรด

 

ซึ่งเหนือกว่าสิ่งที่คาดไป 1 Step และทำให้มองว่านี่แหละคือเกณฑ์ชี้วัดที่ยั่งยืนจริง ๆ

 

โดยนอกเหนือจาก KPI ที่แสดงแล้ว เกณฑ์วัดผลนี้ก็ได้ส่งผลกระทบต่อตัวเลขผลการดำเนินงานดังที่อธิบายใน MD&A ดังต่อไปนี้

 

ในส่วนตัวเลขการเงินและผลการดำเนินงานที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของบริษัทที่จะทำให้บริษัทตัวเอง Lean ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ที่เราต้องจ่ายเพื่อให้เราได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

 

เช่นค่า Marketing Cost กับค่า R&D ในการพัฒนากับการหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า โดยการ R&D นี้เองก็รวมไปถึงการทุ่มงบเพื่อทำวิจัยและถ่ายทอดข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าของเขาฟาดฟันกับตลาดโลกเพื่อให้ได้กำไรมาให้ได้ (พูดง่าย ๆ คือ เหมือนกับทำวิจัยในทุกอย่างเพื่อหาหนทางที่จะให้ลูกค้าได้กำไรจากการเทรดนั่นเอง)

 

สะท้อนให้เห็นถึงการทำเพื่อลูกค้าจริง ๆ กำไรของลูกค้า คือกำไรของเรา แม้ทาง Platform จะได้ค่าบริการจากการเทรดแล้ว เขายังมุ่งหวังให้ลูกค้าของเขาก้าวไปได้ไกล เพื่อให้เขาเติบโตและเราก็โตไปด้วยกัน

 

นอกจากนี้แล้ว ค่าใช้จ่ายที่ดูลวงตา อย่างภาษีเอง บริษัทก็บริหารจัดการ โดยการบรรลุข้อตกลงด้านภาษีกับหน่วยงานที่บริษัทข้องเกี่ยวด้วย (ประเทศอิสราเอล) เพื่อปรับสถานะบริษัทเป็น “Preferred Technological Enterprise” (หรือที่รู้จักกันในชื่อ “PTE” )

 

โดยสิทธิประโยชน์ของ PTE นี้เอง ที่ช่วยลดหย่อนภาษีจาก 24% ให้เหลือ 12% ได้ ซึ่งไม่ใช่ว่าการลดหย่อนภาษีผ่านการแปรรูปเป็น PTE จักเป็นการใช้ช่องโหว่เพื่อให้บริษัทได้เปรียบ หากแต่เป็นการใช้ Incentive จากประเทศอิสราเอลที่ต้องการให้มีการลงทุนในด้านเทคโนโลยีให้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มการจ้างงานแก่ตลาดแรงงานในประเทศด้วย

(ตรงส่วนนี้ มองว่านอกจากบริษัทจะได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีแล้ว ก็เป็นการเปิดตลาดใหม่ที่ไม่เลวเลย)

 

สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือความตั้งใจของบริษัทที่ต้องการให้ Stakeholder ทั้งลูกค้า ทั้ง Regulator รวมถึงพนักงานเองได้ประโยชน์สูงสุดจากการทำธุรกิจของบริษัทนั่นเอง

 

ตัวเลข KPI ที่เข้มงวดเองได้ส่งผลทางตรงกับตัวเลขการเงินรวมถึงประสิทธิภาพการดำเนินงาน

 

ทำให้อดคิดไม่ได้เลย ว่าการมอบคุณค่าให้แก่ทุกภาคส่วนจะทำให้บริษัทนี้มีคุณค่าได้ขนาดนี้ หากเปรียบบริษัทเป็นเสมือนประเทศหนึ่งแล้ว บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ให้คุณค่าแก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกมิติรอบด้าน ทำให้เราได้ตระหนักว่าการทำธุรกิจเป็นงานของการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง และธุรกิจที่เก่งเหนือเกมคือธุรกิจที่มอบทางออกให้แก่ผู้คนได้หลากหลายและมีความยุติธรรม สิ่งที่น่าประทับใจมากที่สุด คือตรงที่บริษัทสามารถบรรลุถึงข้อตกลงในการเป็น PTE ที่นอกจากช่วยสร้างงานสร้างอาชีพแล้ว บริษัทก็ได้มอบผลตอบแทนนี้ถึงผู้ถือหุ้น รวมถึงการบรรลุถึงการบริหารบรรษัทอย่างยั่งยืนผ่านกระบวนการ ESG ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าให้บริษัทมีจิตวิญญาณและเอื้อเฟื้อต่อสังคมมากขึ้น

Plus500 นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีครับในการ Integrate สิ่งที่บริษัทมีสู่ความยั่งยืนเหนือกาลเวลา เพราะลึก ๆ แล้วบริษัทได้ก้าวข้ามการให้บริการแพลตฟอร์มที่มีลูกค้านักลงทุนปกติ สู่การต่อยอดการสร้างคุณค่าแก่ผู้คนรอบด้านนั่นเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

Online CFD Trading | Trading the Markets | Plus500

Investors | Investor Relations | Plus500

https://cdn.plus500.com/media/Investors/Reports/Plus500_Annual_Report_20.pdf?_ga=2.136165233.1314609472.1625452810-120768505.1625452810

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน