ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท Solar City : ธุรกิจที่ดีจน Tesla ต้องมาซื้อ

สรุปข้อมูลบริษัท Solar City

สรุปข้อมูลบริษัท Solar City : ธุรกิจที่ดีจน Tesla ต้องมาซื้อ

 

การสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ ในบางครั้งอาจหมายถึงการทำสิ่งใหม่ที่ต้องยอมเสียประโยชน์บ้างในช่วงแรก และยอมรับความเสี่ยงบ้างประมาณหนึ่ง

 

อย่างค่ายโทรศัพท์มือถือ เมื่อก่อนนี้แทบไม่มีค่ายไหนที่ลดราคาโทรศัพท์ถูก ๆ เพื่อให้คนใช้บริการเครือข่ายของตน การลดราคาโทรศัพท์ลง 50% จากราคาปกติคงเป็นไอเดียที่บ้ามาก ๆ แต่ก็อย่างที่เราเห็น ทุกวันนี้ใครก็ทำกัน

 

การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจึงเป็นสิ่งที่ยากเสมอ แต่ถ้าใครทำได้ มันก็มาพร้อมกับรายได้และกำไรที่เติบโต หรืออาจถึงขั้นมีคนมาเทคโอเวอร์บริษัท

 

เหมือนที่เกิดขึ้นกับ Solar City

 

 

 

 

Solar City เป็นบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้วขายให้กับผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2006 โดย Lyndon และ Peter Rive

 

ในตอนแรก ทั้งสองคนมีความตั้งใจที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานสะอาดอยู่แล้ว เพราะเล็งเห็นว่าความร้ายกาจของเชื้อเพลิงฟอสซิลจะต้องทำให้โลกนี้ร้อนขึ้นเป็นแน่ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ทั้งสองคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับยอดอัจฉริยะของโลก Elon Musk ที่เขาเองก็เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องพลังงานสะอาดเช่นกัน

 

แต่จะทำธุรกิจไหนรูปแบบไหนดีล่ะ?

 

เพราะในช่วงเวลานั้น ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์จะมีรูปแบบธุรกิจอยู่สองแบบ คือถ้าไม่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับโซลาร์เซลล์ ก็จะเป็นบริษัทรับติดตั้ง ไม่มีบริษัทไหนเลยที่ขายพลังงานไฟฟ้าซึ่งมาจากแสงอาทิตย์

 

ทั้ง Lyndon และ Peter Rive จึงตัดสินใจเลือกโมเดลธุรกิจแบบที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน คือการขายพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับคนทั่วไปโดยตรง ส่วนเรื่องอุปกรณ์น่ะเหรอ? ไม่ต้องห่วง Solar City พร้อมให้เช่าอุปกรณ์ที่จำเป็นด้วย จึงทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ในราคาที่ถูกลงมาก

 

ด้วยเหตุนี้เอง Solar City จึงกลายเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จะเรียกว่าก้าวกระโดดก็ว่าได้ เพราะบริษัทได้กลายเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐ พร้อมกับพาตัวเองเข้าตลาดหุ้นในปี 2012

 

แต่นั่นยังไม่จบ เพราะหลังจากนั้นอีกเพียงแค่ 4 ปี บริษัทก็ถูกถอดออกจากตลาด ไม่ใช่เพราะบริษัทขาดทุนหรือเจ๊งแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะความรุ่งเรืองของบริษัท ที่รุ่งเรืองถึงขนาดว่ามีคนมาซื้อกิจการออกไปเลยทีเดียว

 

และคนที่ซื้อกิจการไปก็ไม่ใช่ใคร นั่นคือ Tesla ของ Elon Musk

 

 

 

งบการเงิน Solar City

ปี 2013
รายได้ 164 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 220 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ -56 ล้านเหรียญ

 

ปี 2014
รายได้ 255 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 313 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ -58 ล้านเหรียญ

 

ปี 2015
รายได้ 400 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 458 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ -58 ล้านเหรียญ

 

 

 

ในการซื้อ Solar City ครั้งนั้น Elon Musk จ่ายเงินถึง 2,600 ล้านเหรียญ หรือสูงกว่ากำไรปีล่าสุดถึง 6 เท่า และบริษัทยังไม่มีกำไรเลยแม้แต่เหรียญเดียว โดยการซื้อครั้งนั้น Elon Musk จ่ายเป็นหุ้นของ Tesla

 

หากถามว่าทำไมเขาถึงยอมซื้อธุรกิจนี้ในราคาแสนแพง ถ้ามองในมุมของนักลงทุน กิจการที่ยังไม่มีกำไรคงไม่เหมาะเท่าไหร่ที่จะซื้อในราคาแพงขนาดนี้

 

แต่สำหรับ Elon Musk ผู้เป็นเจ้าของ Tesla เราต้องไม่ลืมว่าบริษัทนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องสร้างสถานีชาร์จไฟรวมถึงเครื่องชาร์จไฟตามบ้านอีกหลายพันหลายหมื่นเครื่อง นั่นแปลว่า การซื้อ Solar City จะทำให้ธุรกิจของ Tesla ได้ประโยชน์นั่นเอง

 

ถ้าคิดว่าราคา 2,600 ล้านเหรียญถือว่าแพงแล้วสำหรับบริษัทที่ไม่มีกำไร ยังมีความจริงที่น่าตกใจกว่านั้นอีก เพราะหุ้น Tesla ที่ Elon Musk จ่ายเพื่อซื้อ Solar City ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 4 เท่าแล้ว หรือถ้าคิดเป็นตัวเงิน เท่ากับว่า Elon Musk จ่ายเงินเพื่อซื้อบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเงินที่สูงกว่าหมื่นล้านเหรียญ

 

จนเขาเองออกมายอมรับเลยว่า นั่นเป็นการซื้อกิจการในราคาที่แพงเกินไปจริง ๆ

 

แต่ในมุมของสองผู้ก่อตั้ง Lyndon และ Peter Rive ที่กล้าทำธุรกิจแบบใหม่เพื่อให้คนได้ใช้พลังงานสะอาดในราคาถูก มันก็เป็นราคาที่คุ้มค่ากับความพยายามของทั้งสองคนไม่น้อย

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง
Solar City พลิกโฉมพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยไอเดีย : ahead.asia
This is why Elon Musk is buying SolarCity : washingtonpost.com
Elon Musk made a $6 billion mistake when he bought SolarCity with Tesla stock : markets.businessinsider.com
งบการเงิน : investing.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน