ธุรกิจ

สรุปข้อมูลธุรกิจ Traveloka : ยูนิคอร์นยักษ์แห่งอินโดนีเซีย

สรุปข้อมูลธุรกิจ Traveloka

สรุปข้อมูลธุรกิจ Traveloka : ยูนิคอร์นยักษ์แห่งอินโดนีเซีย

 

สมมติมีบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มูลค่ากิจการเติบโตขึ้นกว่า 4 เท่าในช่วงเวลาเพียง 2-3 ปี เราคิดว่าธุรกิจนั้นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

 

แน่นอน คุณสมบัติข้อแรกที่ควรจะมีก็คือรายได้และกำไรที่เติบโต ถ้าไม่มีทั้งสองอย่างนี้ การจ่ายเงินเพื่อซื้อธุรกิจที่รายได้เพิ่มแต่กำไรลดลงจนถึงขั้นขาดทุน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาเงินไปทิ้ง เพราะยิ่งขาดทุนเท่าไหร่ มูลค่าของธุรกิจนั้นก็ควรจะลดลงเรื่อย ๆ

 

แต่ก็ไม่แน่ เพราะนั่นคือโลกของธุรกิจตามปกติ ไม่ใช่โลกของธุรกิจแบบสตาร์ทอัป ที่บางบริษัทอาจจะยังขาดทุนอยู่ แต่ก็สามารถมีมูลค่าธุรกิจที่ใหญ่พอจะไปแข่งกับบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ได้สบาย ๆ

 

และหนึ่งในธุรกิจที่ว่าก็คือ Traveloka

 

 

 

Traveloka คือแพลตฟอร์มสัญชาติอินโดนีเซียที่ใช้สำหรับการจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ก่อตั้งโดย Ferry Unardi, Derianto Kusuma, และ Albert Zhang เมื่อปี 2014

 

จุดเริ่มต้นของ Traveloka มีที่มาจากหนึ่งในผู้ก่อตั้งที่ต้องเดินทางเป็นประจำ แต่พบปัญหาที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอ นั่นคือการจองตั๋วเครื่องบินที่ยุ่งยาก มีราคายุบยับแอบแฝงเต็มไปหมด แถมตอนนั้นก็ไม่มีแพลตฟอร์มอะไรที่ตอบโจทย์ความต้องการเขาได้ ก็เลยตัดสินใจทำเองซะเลย และกลายเป็นที่มาของบริษัทแพลตฟอร์มจองตั๋วเครื่องบินและที่พักระดับโลก

 

หลังจากก่อตั้งได้ไม่นานนัก จำนวนผู้ใช้บริการก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม Traveloka ก็ไม่ต่างกับธุรกิจสตาร์ทอัปส่วนใหญ่ที่มักจะไม่มีกำไรในช่วงแรก ระหว่างทางจึงมีการระดมเงินทุนเพิ่มเสมอ

 

ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าจะมีคนเชื่อในธุรกิจของ Traveloka ไม่น้อย เพราะเมื่อปี 2017 บริษัทยังมีมูลค่าที่ถูกประเมินไว้ราว ๆ 1,000 ล้านเหรียญ แต่เมื่อปีที่ผ่านมา มูลค่าของธุรกิจที่นักลงทุนประเมิน (คำนวณจากตัวเลขระดมทุน) นั้นสูงถึงกว่า 4,500 ล้านเหรียญเลยทีเดียว พร้อมกับตัวเลขผู้ใช้งานประจำที่สูงกว่า 35 ล้านคนเข้าไปแล้ว

 

 

 

แล้ว Traveloka มีทำเงินได้เท่าไหร่?

 

น่าเสียดายที่ข้อมูลรายได้และผลกำไรของบริษัทไม่เป็นที่เปิดเผย แต่สิ่งที่พอจะบอกได้ว่าทำไมธุรกิจนี้ถึงมีคู่แข่งมากมายในช่วงหลัก ก็มาจากส่วนแบ่งที่ทางแพลตฟอร์มจะได้รับจากเจ้าของสายการบินหรือเจ้าของโรงแรม

 

นั่นก็คือ Traveloka จะได้ส่วนแบ่ง 15-30% จากค่าห้องพักที่ลูกค้าจองไว้เพื่อพักผ่อน และส่วนแบ่ง 3-8% จากค่าตั๋วเครื่องบินที่ลูกค้าจองเพื่อเดินทางไปสู่ทริปในฝัน ดังนั้นการที่บริษัทมีทั้งให้จองห้องพักและตํ๋วเครื่องบิน ก็เท่ากับว่า Traveloka จะได้ส่วนแบ่งถึงสองต่อจากการพักผ่อนหย่อนใจและทริปในฝันของลูกค้านั่นเอง

 

และก็เหมือนกับธุรกิจสตาร์ทอัปทั้งหลาย Traveloka ก็มีแผนจะพาตัวเองเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ จึงทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองกลับมามีกำไรไว้ที่สุด แต่อนิจจา ใครจะไปคิดว่า COVID-19 จะเป็นตัวฉุดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก

 

 

 

อย่างที่ทุกคนรู้ว่า COVID-19 ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกต้องสั่นสะเทือน เนื่องจากการระบาดของโรคเลยทำให้การเดินทางท่องเที่ยวต่าง ๆ ต้องลดลงโดยปริยายเพื่อลดการกระจายของ COVID-19 แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ลดการทำเงินของโรงแรมและสายการบินทั่วโลกด้วย และเมื่อโรงแรมและสายการบินทั่วโลกมีคนใช้บริการน้อยลง นั่นก็หมายถึงยอดการใช้งานของ Traveloka ที่น้อยลงเพราะไม่มีใครอยากเที่ยว

 

ดังนั้น หนทางการกลับมามีกำไรของ Traveloka จึงอาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คิดเอาไว้ แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ แค่ประคองตัวเองไม่ให้ต้องปิดกิจการก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะถึงแม้ Traveloka อาจจะขาดทุนต่อไป แต่ถ้าโอกาสเติบโตยังมี วิกฤตโรคร้ายนี้หายไป นักลงทุนก็พร้อมจะให้ค่าและใส่เงินลงทุนเข้ามาใหม่ได้เสมอ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
คุยกับ Traveloka ยูนิคอร์นแห่ง SEA กับการขับเคลื่อนองค์กรด้วยคนรุ่นใหม่ : techsauce.co
Traveloka to raise USD 500m in latest funding round : traveldailymedia.com
SE Asia’s biggest travel app Traveloka eyes dual listing, bets on fintech : businesstimes.com.sg
Traveloka เกมที่เชือดเฉือนมากกว่าราคา? : marketeeronline.co
Traveloka adds to travel apps : bangkokpost.com

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน