ธุรกิจ

ทำไมสหรัฐอเมริกาต้องการแบน TikTok

ทำไมสหรัฐอเมริกาต้องการแบน TikTok

ทำไมสหรัฐอเมริกาต้องการแบน TikTok

 

TikTok นับเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้โดยไม่เสียเงิน เพียงมีแอป TikTok ผู้ใช้งานก็สามารถเข้าถึงวิดีโอขนาดสั้น ติดตามช่องที่ตนสนใจ รวมถึงสร้างเนื้อหาและอัพโหลดลงใน TikTok ได้ด้วยเช่นกัน ผู้คนจากหลายแวดวงใช้ TikTok เพื่อจุดประสงค์ต่าง ๆ ทั้งโฆษณาสินค้า เผยแพร่ความรู้เพื่อการศึกษา แนะนำด้านสุขภาพ ไปจนถึงการร้องเพลงหรือลงคลิปวิดีโอเพียงเพื่อความบันเทิง

 

TikTok เป็นที่รักของผู้ใช้งานจำนวนพันล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้งาน 140.6 ล้านรายในสหรัฐอเมริกา [1] อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาอาจไม่ได้คิดเช่นนั้น ความพยายามในการแบน TikTok ไม่ได้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในปีนี้ แต่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 ในยุคสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ [2] และในปีนี้ ความต้องการแบน TikTok ก็กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุผลสองประการ ดังนี้ [3]

 

ประการแรก สหรัฐอเมริกามีความกังวลว่า TikTok จะส่งต่อข้อมูลของพลเมืองในสหรัฐอเมริกาไปให้ทางรัฐบาลจีน เนื่องจากบริษัท ByteDance ผู้เป็นเจ้าของ TikTok นับเป็นบริษัทของจีน หากทางการจีนมีคำสั่งให้ส่งต่อข้อมูลใดใดให้ ทางบริษัทย่อมไม่อาจต่อต้านได้ ไม่เพียงแต่ความกังวลทางด้านการส่งต่อข้อมูลเท่านั้น สหรัฐอเมริกายังกังวลว่า TikTok จะแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอมอีกด้วย

 

ประการที่สอง เนื้อหาที่แสดงในแอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งมีเจ้าของเป็นบริษัทจีนอาจผ่านการควบคุมจากทางการจีน ส่งผลให้เนื้อหาที่พลเมืองสหรัฐอเมริกาได้ติดตามเป็นไปตามการชี้นำของจีน และอาจกลายเป็นการล้างสมอง หรือแม้แต่ควบคุมการเมืองในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น วิดีโอที่เผยแพร่ซ้ำ ๆ ใน TikTok อาจชี้นำการตัดสินใจเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐอเมริกา และส่งผลให้ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ กลายเป็นคนที่ทางการจีนต้องการได้

 

จากความกังวลสองประการข้างต้นนี้ อย่างไรก็ตาม ทาง TikTok ได้ยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดย Shou Zi Chew ซีอีโอของ TikTok ได้ยืนยันว่าแอปพลิเคชันระมัดระวังเรื่องการรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้งาน รวมถึงการเก็บรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอยู่เสมอ และจะไม่มีการส่งต่อข้อมูลให้แก่ทางการจีน ไม่มีการรับคำสั่งจากทางการจีนมาชี้นำการเข้าถึงเนื้อหาของพลเมืองอเมริกาเป็นอันขาด [4]

 

แม้ทาง TikTok จะให้คำอธิบายที่ดีอย่างไร ก็ยังก้าวไม่พ้นความเคลือบแคลงสงสัยในประเด็นที่ว่า เหตุใดจีนจึงไม่ยอมให้แอปพลิเคชัน TikTok เปิดใช้งานในประเทศ แต่กลับเลือกใช้แอปพลิเคชัน Douyin ซึ่งผลิตโดยบริษัท ByteDance เช่นเดียวกัน [5] แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางข้อมูลแล้วก็กลับพบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่ TikTok สามารถรวบรวมได้ไม่ได้มีความแตกต่างจากการเก็บรวมรวมข้อมูลที่เว็บไซต์ทั่วไปหรือแอปพลิเคชันอื่น เช่น Facebook กำลังทำ [4]

 

และเพื่อที่จะไม่โดนแบน สหรัฐอเมริกาเสนอทางออกให้แก่ TikTok ให้ขายบริษัทซึ่งแต่เดิมเป็นของจีนให้กลายเป็นบริษัทของสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าทาง TikTok ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ความขัดแย้งระหว่าง TikTok และสหรัฐอเมริกาครั้งนี้จะลุกลามไปไกลจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศได้หรือไม่ หรือจะลงเอยอย่างไร คงเป็นประเด็นที่เราต้องจับตาดูกันต่อไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
[1] Brian Dolan. (February 09, 2023). What Is TikTok?. Retrieved from https://www.investopedia.com/what-is-tiktok-6826240
[2] Brian Fung. (August 1, 2020). Trump says he will ban TikTok. Retrieved from https://edition.cnn.com/2020/07/31/tech/tiktok-trump-bytedance-sale/index.html
[3] Stu Woo. (March 16, 2023). Why Is the U.S. Threatening to Ban TikTok?. Retrieved from https://www.wsj.com/articles/why-is-the-u-s-threatening-to-ban-tiktok
[4] Al Jazeera English. (March 25, 2023). Why are the U.S. and China clashing over TikTok? | Inside Story. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=dBLdeX-kw_8&ab_channel=AlJazeeraEnglish
[5] Jessie Yeung and Selina Wang. (March 24, 2023). TikTok is owned by a Chinese company. So why doesn’t it exist there?. Retrieved from https://edition.cnn.com/2023/03/24/tech/tiktok-douyin-bytedance-china-intl-hnk/index.html?fbclid=IwAR3NSq-3ni9Oeq5k-tRpEVgmmGbYVy_uck1YMV_gh8jiHg5nvmQXgGdkfoI

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน