เศรษฐกิจ

ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมแค่ไหนในสงคราม สัญญาณจากการกลับมาพัฒนาอาวุธ

ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมแค่ไหนในสงคราม สัญญาณจากการกลับมาพัฒนาอาวุธ

ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมแค่ไหนในสงคราม สัญญาณจากการกลับมาพัฒนาอาวุธ

 

นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายสันตินิยมอย่างเคร่งครัด ญี่ปุ่นงดส่งออกอาวุธ สละสิทธิ์ในการทำสงคราม มีเพียงกองกำลังป้องกันตนเอง แม้ในปีค.ศ. 2014 จะมีการผ่อนผันกฎให้ส่งออกอาวุธได้ใน 5 หมวดหมู่ที่จำเป็น เช่นการกู้ภัย การเฝ้าระวัง แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นข้องเกี่ยวกับสงคราม อย่างไรก็ตาม ในปีค.ศ. 2026 นี้ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ นโยบายที่เคยจำกัดการส่งออกอาวุธได้ถูกยกเลิกในเดือนเมษายน ญี่ปุ่นกลับมาพัฒนาอาวุธ เช่น เครื่องบินขับไล่ เรือดำน้ำ และขีปนาวุธ ส่งออกให้แก่ประเทศพันธมิตร ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจความเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่นในด้านการเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม ดังนี้ [1, 2, 3]

 

รัฐบาลญี่ปุ่นในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศ โดยเฉพาะการลดข้อจำกัดด้านการสละสิทธิ์ในการทำสงคราม ผลักดันให้กองกำลังป้องกันตนเองมีความพร้อมรบมากขึ้น และกระตุ้นให้บริษัทภาคพลเรือนหันมาพัฒนาอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูง ยกตัวอย่างเช่น บริษัท Mitsubishi Heavy Industries (MHI) ที่รับผิดชอบการผลิตเรือฟริเกตชั้นโมกามิ (Mogami-class), เรือดำน้ำ, ขีปนาวุธนำวิถี Type 12 รวมถึงการร่วมผลิตขีปนาวุธ Patriot, ขีปนาวุธ SM-3, รถถัง, เครื่องบินขับไล่ ไปจนถึงตอร์ปิโดและยานอวกาศ 

 

ส่วนบริษัท Mitsubishi Electric เน้นผลิตระบบเซนเซอร์และเรดาร์ เช่น เทคโนโลยีต่อต้านโดรน เรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศรุ่น FPS-3ME (แบบติดตั้งคงที่) และ TPS-P14ME (แบบเคลื่อนที่) ขณะที่บริษัท Kawasaki Heavy Industries รับผิดชอบผลิตเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-1 และเครื่องบินขนส่งทางทหาร C-2 นอกจากนี้ Toshiba ที่แต่เดิมเคยผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ก็กลับหันมาผลิตโดรนล่าทำลายอัตโนมัติ หรือ Fujitsu ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ก็รับผิดชอบในการป้องกันทางดิจิทัล พื้นฐานที่แข็งแกร่งในการผลิตแต่เดิมของบริษัทพลเรือนทั้งหลายในญี่ปุ่นช่วยส่งเสริมให้การผลิตอาวุธของญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ ช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการส่งออกอาวุธ 

 

ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมอย่างยิ่งในการเผชิญสงคราม ทั้งจากการเสนอแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 9 เพื่อเพิ่มกองทัพที่แข็งแกร่งสำหรับรับมือกับการคุกคามของจีน, การเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศมากถึง 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณค.ศ. 2026, การเริ่มสะสมคลังอาวุธโดรนราคาถูกจำนวนมาก, การเข้าร่วมการซ้อมรบกับสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้สู้รบเป็นครั้งแรก และการเจรจาร่วมกับสมาชิก NATO เพื่อหาแนวทางร่วมมือกันทางด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 

 

จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่าญี่ปุ่นมีความแข็งแกร่งในฐานะประเทศที่พร้อมสำหรับการทำสงครามชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จากนี้ไป เราคงได้แต่คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของนานาประเทศที่ทยอยเตรียมความพร้อมสำหรับสู้รบ ทั้งในฐานะผู้สู้รบ และผู้ป้องกัน ลงทุนศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเตรียมรับมือกับสงครามที่อาจมาถึงได้ในสักวัน และขอให้ความขัดแย้งทั้งหลายค่อย ๆ คลี่คลายลงในที่สุด 

 

ลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

[1] Task & Purpose. (May 13, 2026). Japan Wants In on the Global Arms Boom. https://www.youtube.com/watch?v=l0BniXW5B8A 

[2] CBC News. (April 23, 2026). How Japan is rebuilding its war machine | About That. https://www.youtube.com/watch?v=-mTqQ6XbSoc

[3] Mainichi Japan. (May 16, 2026). Japan defense paper to hint alarm over Chinese military activity in Pacific. https://mainichi.jp/english/articles/20260516/p2g/00m/0na/011000c

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน