เศรษฐกิจ

โลกหลังการระบาดโควิดและทฤษฏีเศรษฐศาสตร์

โลกหลังการระบาดโควิดและทฤษฏีเศรษฐศาสตร์

โลกหลังการระบาดโควิดและทฤษฏีเศรษฐศาสตร์

หลังการลุกลามของโรคระบาดโควิดทั่วโลก ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการล๊อคดาวน์ ปิดเมือง ธุรกิจต่างๆเสื่อมโทรม เศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น เข้าซื้อหุ้นกู้ของบริษัทขนาดใหญ่ ส่งผลให้รัฐบาลต่าง ๆ ต้องออกมาตรการการเงินการคลังที่รุนแรง

 

ดร. ปิยะศักดิ์ มานะสันต์ ระบุว่าเมื่อวิกฤติโควิดลุกลามไปทั่วโลก ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจการเงินการคลังทั่วโลกมีความเปลี่ยนไป 4 ด้าน
1. เกิดการอัดฉีดนโยบายทางการคลังจำนวนมหาศาล ด้วยเม็ดเงินรวมในปัจจุบันกว่าร้อยละสิบเจ็ดของ GDP โลก และเม็ดเงินรวมกว่า 4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้แนวโน้มในการอัดฉีดยังมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
2. มีการพิมพ์ธนบัตรเพื่ออัดเงินเข้าระบบที่ธนาคารกลางอย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นอัดฉีดแล้วกว่า 6 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มจะอัดฉีดต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่คือการซื้อพันธบัตรรัฐบาล โดยผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ในระดับต่ำเพราะพันธบัตรนั้นก็คือต้นทุนทางการเงินของภาครัฐและเอกชน
3. ธนาคารกลางเข้าสนับสนุนสภาพคล่องในตลาดการเงิน รวมถึงเศรษฐกิจโดยตรง ผ่านการซื้อหุ้นกู้และตราสารการเงินระยะสั้น
4. เงินเฟ้อทั่วโลกจะต่ำต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคกลัความเสี่ยงมากขึ้น ไม่กล้าใช้จ่าย บวกกับปัจจัยเช่น สังคมผู้สูงอายุ เทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลง และภาคเอกชนพยายามออมเงินและจ่ายปันผลมากกว่าการลงทุนใหม่

จากสถานการณ์ 4 ด้านที่อธิบายไปข้างต้น จะส่งผลให้แนวนโยบายเศรษฐกิจการเงินการคลังใหม่มีลักษณะที่ต่างจากเดิมอยู่ 3 ข้อ
1. ทฤษฏีการเงินแนวใหม่จะเป็นที่ยอมรับ ธนาคารกลางจะพิมพ์ธนบัตรเพื่ออเข้าซื้อพันธบัตรของภาครัฐโดยตรง ดังนั้นรัฐบาลจะได้รับเงินสดโดยตรงและเอาเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นที่ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจระยะยาวได้
2. เนื่องจากดอกเบี้ยสูง จะทำให้ภาระทางการเงินของรัฐบาลและเอกชนสูงไปด้วย จึงมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะต้องกดดอกเบี้ยนโยบายลงไปให้ติดลบมาก ๆ ทำให้คนไม่อยากฝากเงิน นำเงินไปจับจ่ายแทน อีกทางคือยุติการออกธนบัตรมูลค่ามาก ออกเป็นเหรียญแทน หรือหันไปใช้ Digital Currency แทน เพื่อทำให้ต้นทุนการเก็บเงินสูงขึ้น
3. ออกนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อสร้างความเท่าเทียมมากขึ้น เช่น การยุติการหักลดหย่อนภาษี และให้ Universal Basic Incomes หรือเงินรายได้พื้นฐานให้แก่ประชาชนแทน

ในแง่รูปแบบการฟื้นตัว มี 5 รูปแบบด้วยกัน
1. ลงเร็ว ฟื้นเร็ว: เป็นไปได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบันเพราะการแพร่ระบาดกระจายไปทั่วโลกแล้ว
2. ไถลลงเร็ว ค่อย ๆ ฟื้นตัว: ทยอยฟื้นตัวตามการทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่การค้าและการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงแรกจะยังทำได้จำกัด
3. หดตัวนาน ฟื้นตัวช้า: เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศและภาคการท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาฟื้นตัวได้ง่าย ๆ ผู้คนยังลังเลกับกิจกรรมนอกบ้าน เกิดการชะงักงันด้านอุปทาน
4. ฟื้นเร็ว ดิ่งลงรอบสอง: ผ่อนคลายมาตรการเร็วเกินไป แต่ระบบสาธารณสุขและประชาชนยังไม่พร้อมปรับเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่
5. หดตัวยาวนาน ไร้สัญญาณการฟื้นตัว: คล้ายช่วง Great Depression ที่ใช้เวลานานกว่า 10 ปี

การฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัย
1. ระยะเวลาการล็อกดาวน์
2. ระดับการพึ่งพาทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับการส่งออกและการท่องเที่ยว
3. พื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจในหลายประเทศ
4. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
กรุงเทพธุรกิจ, ทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ใหม่ ในโลกหลังโควิด 19, 5 สิงหาคม 2563, อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/125725?fbclid=IwAR2eIZaGQ119qriIjLiVTm-zRHQwV_vuUxGyUIwpI0CsNCpXaSIM8kKylfM
– ธนาคารแห่งประเทศไทย, เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยหลังโควิด 19 : โรคปฏิวัติโลก ยกเครื่องสู่อนาคตวิถีชีวิตใหม่, อ้างอิงจาก https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256303_CoverStory.aspx
– BBC News, โควิด-19 : เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้อย่างไรหลังวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นี่คือความเป็นไปได้ 4 รูปแบบ, 13 พฤษภาคม 2020, อ้างอิงจาก https://www.bbc.com/thai/international-52636170

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน