การเงิน

การซื้อรถ ไม่ได้มีแต่ค่าผ่อนรถ

การซื้อรถ ไม่ได้มีแต่ค่าผ่อนรถ

การซื้อรถ ไม่ได้มีแต่ค่าผ่อนรถ

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์” แทบจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักสำคัญของผู้คนในยุคนี้ที่ต้องการซื้อความสะดวกสบายและเวลา เมื่อเริ่มต้นทำงานไปสักพัก หลายคนก็อาจจะเริ่มมองหารถคันแรก แต่รู้หรือไม่ว่าการซื้อรถในแต่ละครั้งนั้นมีรายจ่ายมากมายที่ตามมานับตั้งแต่วันแรกที่เราไปจองรถเลยทีเดียว

 

เริ่มต้นเมื่อเราเกิดสนใจรถสักคันหนึ่ง เมื่อเราได้คุยและตกลงกับฝ่ายขายที่โชว์รูมรถแล้ว เราก็จะต้องทำการจองรถโดยการจ่าย “เงินจอง” ซึ่งก็คือการวางเงินเพื่อที่จะเป็นหลักประกันว่าเราต้องการซื้อรถคันนี้ ซึ่งเงินจองนี้หากเราไปยื่นกู้ไฟแนนซ์แล้วไม่ผ่าน เงินส่วนนี้ทางบริษัทรถจะต้องทำการคืนให้เราเต็มจำนวนภายในระยะเวลา 15 วัน ซึ่งหากทางบริษัทไม่ยอมคืนเงิน เรามีสิทธิ์ที่จะไปฟ้องทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ได้

 

แต่ถ้าหากการกู้ไม่มีปัญหาอะไร เราก็จะต้องทำการนัดวันเพื่อรับรถกับทางเซลล์ โดยในวันนั้นจะต้องทำการเตรียมเงินก้อนที่ 2 นั่นก็คือเงินดาวน์ ส่วนใหญ่แล้วนั้นจะดาวน์กันอยู่ที่ประมาณ 15 – 20% ของราคารถ หากเรายิ่งดาวน์เยอะ ดอกเบี้ยก็จะยิ่งลดลง เงินก้อนที่ 3 คือค่าจดทะเบียนรถ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ราว ๆ 5,000 บาท เงินก้อนที่ 4 คือค่ามัดจำป้ายแดง เวลาที่เราออกรถใหม่นั้นเราจะได้ทะเบียนป้ายแดงมาใช้ก่อนซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นประมาณ 3,000 บาท แต่ในส่วนนี้นั้นเราจะได้คืนเมื่อเราเอาป้ายแดงไปเปลี่ยนเป็นป้ายขาว ส่วนเงินก้อนที่ 5 คือเงินค่าประกันรถ โดยจะมีประกันหลากหลายรูปแบบ หลัก ๆ จะเป็นประกันชั้น 1-3 ที่เราจะได้ยินกันบ่อย ๆ โดยประกันชั้นหนึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 20,000 บาท และเงินก้อนสุดท้ายที่เราจะต้องจ่ายในวันออกรถนั่นก็คือค่าน้ำมันรถที่เราจะต้องจ่ายเพื่อเติมสำหรับวันออกรถนั่นเอง

 

ที่กล่าวไปเบื้องต้นนั้นคือรายจ่ายเพียงแค่ในวันออกรถเท่านั้น ในขณะที่ส่วนต่อมาจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำปีต่าง ๆ ที่เราจะต้องจ่ายเพื่อทำการซ่อมบำรุงรถ ส่วนที่ 1 คือเงินค่างวดรถ ถือเป็นเงินก้อนสำคัญที่เราต้องมีการวางแผนจัดการให้ดี เพราะเป็นส่วนที่เราจะต้องทำการผ่อนจ่ายในทุก ๆ เดือน และต้องจ่ายให้ตรงเวลา ส่วนที่ 2 คือค่าน้ำมัน ส่วนที่ 3 คือค่าเช็คระยะ ซึ่งจะคิดเป็นทุก ๆ หมื่นกิโล หรือ 6 เดือน ส่วนที่ 4 คือค่าประกันภัยรถยนต์ที่มีให้เลือกหลากหลายแบบแตกต่างกันไปตามแต่ละเงื่อนไข ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบชั้นคือ ชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 ส่วนที่ 5 คือภาษีรถยนต์ ที่จะต้องจ่ายทุกปี ส่วนที่ 6 คือพรบ. ซึ่งเป็นส่วนที่บังคับให้รถทุกคันต้องทำเพราะการทำพรบ. คือการคุ้มครองทั้งคนขับ คนโดยสาร รวมไปถึงคู่กรณี และสุดท้ายคือค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับรถของเราอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นค่าล้างรถ ค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ค่าปะยาง และอื่น ๆ

 

เมื่อการซื้อรถหนึ่งคันไม่ใช่แค่เพียงการถือเงินแล้วไปนำรถออกมาขับเท่านั้น แต่เหมือนเป็นการที่เราจะต้องตัดสินใจรับภาระอีกก้อนหนึ่งมา ดังนั้นหากใครสักคนคิดจะออกรถสักคันก็ควรจะตัดสินใจให้ดีและตรวจสอบว่าเรามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน เพราะหากวางแผนไม่ดีก็อาจจะทำให้เราขัดสนและเกิดกลายเป็นปัญหาทางการเงินได้

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน