สังคมศาสตร์

ปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่อาจทำให้จีนเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่อาจทำให้จีนเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่อาจทำให้จีนเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

 

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 ที่ผ่านมา ตลอดช่วงระยะเวลาปีกว่ามานี้ สงครามไม่ได้ส่งผลดีต่อฝ่ายใดเลย ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ การขาดแคลนอาหาร ภาวะว่างงาน ผู้ลี้ภัย ผู้คนบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่าย ทหารของรัสเซียสูญเสียประมาณการณ์มากถึง 50,000 รายแล้ว [1] จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายในสงครามทั้งรัสเซียและยูเครนมีจำนวนมากถึง 354,000 ราย [2] นานาประเทศนำโดยสหรัฐอเมริกากดดันคว่ำบาตรรัสเซียอย่างหนัก แต่ก็จะเห็นได้ว่ารัสเซียยังคงทำสงครามต่อไป

 

แม้ขณะนี้จะยังไม่เห็นภาพว่าสงครามจะจบลงที่ตรงไหน แต่ตามการคาดการณ์ของ David Rennie ผู้เชี่ยวชาญแห่งสำนักข่าวดังอย่าง The Economist [3] ชัยชนะในครั้งนี้ สุดท้ายแล้วอาจตกเป็นของจีน คำถามสำคัญที่น่าจับตามองก็คือ สงครามที่มีคู่ขัดแย้งหลักเป็นรัสเซียและยูเครน ลงท้ายที่จีนเป็นฝ่ายชนะไปได้อย่างไร จากประเด็นนี้ David Rennie ได้อธิบายถึงปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่อาจทำให้ผู้ชนะในสงครามรัสเซีย-ยูเครน กลายเป็นจีน ดังนี้

 

ปัจจัยข้อแรก จีนประกาศว่าตนเองมีความเป็นกลาง และมีอำนาจพอจะนำรัสเซียและยูเครนมาร่วมโต๊ะเจรจากันได้ สำหรับจีนแล้ว ชัยชนะในสงครามไม่ใช่การเป็นผู้ชนะในขณะที่อีกฝ่ายพ่ายแพ้ แต่หมายถึงการเป็นผู้ได้รับผลกระโยชน์สูงสุดในสงคราม หากพิจารณาจากแง่มุมนี้ การที่จีนพยายามเสนอตนเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนเสมอมาก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าจีนรู้ดีถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ หากสามารถไกล่เกลี่ยให้สงครามจบลงได้ภายใต้การควบคุมของตนเอง แม้นานาประเทศต่างก็เคลือบแคลงถึงความเป็นกลางของจีน เนื่องจากจีนมีแนวโน้มจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซีย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจีนยังคงมีอำนาจมากพอที่จะเป็นความหวังในการทำให้สงครามครั้งนี้จบลง

 

ปัจจัยข้อต่อมา ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างก็ต้องการความช่วยเหลือจากจีนด้วยกันทั้งสองฝ่าย ศึกสงครามที่ยาวนานอาจยืดเยื้อต่อไปได้ สู้กันได้ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากแต่ละฝ่าย ยูเครนอาจมีอาวุธใหม่ ๆ มารับมือกับรัสเซีย ส่วนรัสเซียก็สามารถต้านทานกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้ แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองประเทศต่างก็กำลังเป็นผู้แพ้จากความเสียหายที่ทำลายประเทศจากภายใน การฟื้นฟูประเทศหลังจากสงครามเป็นศึกใหญ่ที่ทั้งรัสเซียและยูเครนต้องเผชิญ และจีนก็มีคุณสมบัติดีพอจะเป็นที่พึ่งพิงในด้านการซ่อมแซม บูรณะตึกอาคาร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน การที่ทั้งสองประเทศต้องพึ่งพิงจีนขึ้นมา เท่ากับว่าจีนมีแต่ได้กับได้

 

ปัจจัยข้อสุดท้าย ความสูญเสียของรัสเซียเป็นโอกาสทองของจีนที่จะผนึกรวมอำนาจกับประเทศโลกตะวันตก แม้ว่าจีนและรัสเซียจะมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แต่เดิมแล้ว แต่การเป็นพันธมิตรที่ไม่หันหลังไปจากรัสเซียในวันที่หลายประเทศทั่วโลกหันหลังให้รัสเซียก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะดึงมหาอำนาจอย่างรัสเซียมาเป็นพวก และเป็นประโยชน์ในการควบคุมประเทศอื่น ๆ ที่ยังต้องพึ่งพิงรัสเซีย เพื่อให้ส่งผลดีที่สุดต่อจีนเอง ยกตัวอย่างเช่น หากวันใดอินเดียที่ได้อาวุธทางการทหารจากรัสเซียเป็นอันดับต้น ๆ เกิดแข็งข้อกับจีนขึ้นมา เพียงแค่จีนขอร้องให้รัสเซียไม่สนับสนุนอินเดีย ชัยชนะก็จะเป็นของจีนอย่างง่ายดาย

 

จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คงไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่า ชัยชนะสำหรับจีน คือการอยู่ให้เป็น เย็นให้พอ แล้วรอเก็บกวาดผลประโยชน์ทั้งหมด ในวันที่ต่างฝ่ายต่างบอบช้ำจากสงคราม จากนี้ไปเราคงได้แต่จับตาดูกันต่อไปว่า ผลลัพธ์ของสงครามนี้ สุดท้ายแล้วจะเป็นผลดีต่อจีนอย่างไรต่อไป

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
[1] Al Jazeera. (July 10, 2023). New data suggests 50,000 Russian deaths during Ukraine war. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2023/7/10/new-data-uncovers-50000-russian-deaths-during-the-ukraine-war
[2] Guy Faulconbridge. (April 13, 2023). Ukraine war, already with up to 354,000 casualties, likely to last past 2023 – U.S. documents. Retrieved from https://www.reuters.com/world/europe/ukraine-war-already-with-up-354000-casualties-likely-drag-us-documents-2023-04-12
[3] The Economist. (June 29, 2023). Ukraine war: will China be the real winner?. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=pz8qsDw5DX4&ab_channel=TheEconomist

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน