ธุรกิจ

PTT จะได้รับผลแค่ไหน ถ้าคนแบน เลิกเติมน้ำมันปั้มปตท

PTT

PTT หรือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คือบริษัทจดทะเบียนที่ทำธุรกิจด้านพลังงานในประเทศไทย ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไล่มาตั้งแต่สำรวจและขุดค้นพลังงานปิโตรเลียม ทำโรงกลั่นน้ำมัน แปรรูปพลังงานและปิโตรเคมี ไปจนถึงค้าส่งค้าปลีกพลังงานจนถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย

 

ปัญหาเรื่องการทวงคืนพลังงานไทยร้อนระอุขึ้นทุกปี ยิ่งมีประเด็นเรื่องราคาน้ำมันแพงเข้ามาก็ยิ่งมีคนออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการขายพลังงานเรื่อยๆ และในเกือบทุกปีลุกลามไปจนถึงการตั้งเป้าจะบอยคอตการเติมน้ำมันในปั้มปตท.อยู่เสมอ การแบนปั้มปตท. หรือการประท้วงไม่เติมน้ำมันปตท. ดูเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นทุกปี

 

คำถามคือถ้าคนไม่เติมน้ำมันปั้มปตท.จริง หุ้น PTT จะได้รับผลกระทบแค่ไหน

 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าปตท.มีบริษัทในเครือเยอะมาก และแบ่งการทำธุรกิจออกเป็นหลายสาย ได้แก่ ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและความยั่งยืน

 

ปตท

 

ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นเกี่ยวกับการสำรวจปิโตรเลียมเป็นหลัก

 

ธุรกิจในกลุ่มหลักได้แก่ ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งจะซื้อสัมปทานในการค้นหาแหล่งน้ำมันเพื่อขุดเจาะออกมาจำหน่าย ได้แก่ PTTEP หรือบมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจจัดหาและจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ PTTLNG หรือบจ. พีทีที แอลเอ็นจี (PTTLNG)

 

ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายเกี่ยวกับโรงกลั่น ปิโตรเคมี และขายพลังงาน

 

ธุรกิจกลุ่มแรกคือโรงกลั่นน้ำมัน คือบริษัทที่จะนำน้ำมันดิบหรือพลังงานขุดค้นได้มากลั่นลำดับส่วน เพื่อแปรรูปไปเป็นพลังงานที่พร้อมใช้ บริษัทหลักในเครือได้แก่ TOP หรือบมจ.ไทยออยล์ ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดในประเทศไทย รวมไปถึงโรงกลั่นที่มีกำลังการผลิตอันดับสองอย่าง IRPC หรือบมจ.ไออาร์พีซีก็อยู่ในเครือเช่นกัน

 

ธุรกิจกลุ่มที่สองคือธุรกิจปิโตรเคมี คือบริษัทที่นำพลังงานส่วนต่างๆ ที่แปรรูปได้จากการกลั่นลำดับส่วนมาแปรรูปต่อไปเพื่อได้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน บริษัทหลักในเครือได้แก่ PTTGC หรือบมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล

 

ธุรกิจส่วนสุดท้ายของปิโตรเลียมขั้นปลาย คือกลุ่มธุรกิจที่กำลังเป็นที่สนใจ หรือธุรกิจขายพลังงงาน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ B2B หรือธุรกิจที่ขายพลังงานให้กับภาคธุรกิจด้วยกัน เช่น หน่วยงานราชการ ภาคอุตสาหกรรม ตลาดต่างประเทศ รวมไปถึง “ ปั้มน้ำมันอื่น “ และธุรกิจ B2C หรือธุรกิจที่ขายพลังงานให้กับผู้บริโภคโดยตรง หรือการขายผ่านหน้าปั้มน้ำมันของตนเองนี่เอง

 

ปตท

ปริมาณการค้าปลีกน้ำมันในประเทศไทย

 

จากข้อมูลของปตท. พบว่าบริษัทมีการขายผ่านตลาดค้าปลีกของตนเองอยู่ที่ 244,329 ล้านบาทในปี 2560 ในขณะที่ขายผ่านปั้มน้ำมันอื่น 102,040 ล้านบาทในปีเดียวกัน หรือตีง่ายๆ เป็นอัตราประมาณ 2 : 1 ในการขาย

 

เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปพบว่ากำไรจากการขายน้ำมันในภาคค้าปลีกของปั้มปตท.นั้นไม่มาก เทียบกับผลการดำเนินงานของบริษัท PTTOR ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือของปตท.ที่ทำธุรกิจค้าปลีกและบริหารพื้นที่ค้าปลีกโดยตรง พบว่าจากรายได้ 51,419 ล้านบาท เหลือเป็นกำไรเพียง 387 ล้านบาท หรือเทียบเท่าเป็นอัตรากำไรสุทธิ 0.75% ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับ PTG หรือบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าปลีกและบริหารพื้นที่ค้าปลีกปั้มน้ำมัน PT โดยตรงก็มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 1.09% ในปีเดียวกัน

 

PTT

 

ดังนั้น หากเทียบรายได้จากการค้าปลีกน้ำมันโดยตรงของเครือปตท.ที่ 244,329 ล้านบาทแล้ว อาจจะสรุปโดยอนุมานว่าเป็นกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,832.46 ล้านบาทในปี 2560 (ไม่สามารถเทียบงบ PTTOR ได้โดยตรง เพราะมีปั้มน้ำมันบางส่วนยังขึ้นตรงกับปตท.โดยตรง เพราะยังโอนย้ายกิจการไม่เสร็จ)

 

เมื่อนำกำไรจากการค้าปลีกน้ำมันมาเปรียบเทียบกับกำไรทั้งเครือปตท.แล้วก็พบว่ามีสัดส่วนน้อยมาก เพราะทั้งปีปตท.มีกำไรอยู่ที่ 135,179.60 ล้านบาท ดังนั้น สัดส่วนจากกำไรขายปลีกจึงอาจเทียบได้เพียง 1.35% ของกำไรรวมเท่านั้น ต่อให้ตีว่าเหตุการณ์การบอยคอตรุนแรงจนกำไรจากภาคค้าปลีกหายไปเกือบหมด กำไรก็หายไปเพียง 1.35% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับภาพรวม

 

อย่าลืมประเด็นสำคัญคือ ปตท.ดูแลกิจการพลังงานในประเทศไทยเกือบทั้งหมด ปั้มน้ำมัน “เกือบทุกปั้ม” ก็ซื้อน้ำมันจากปตท.มาขายทั้งสิ้น ดังนั้นต่อให้บอยคอตอย่างไร เราก็ต้องเติมน้ำมันจากปตท.อยู่ดี ถึงแม้ว่าป้ายที่แปะอยู่หน้าปั้มจะไม่ใช่ป้ายปตท.ก็จริง

 

สิ่งน่ารู้อีกอย่างคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของปตท.คือ “ กระทรวงการคลัง “ ซึ่งถือมากในสัดส่วน 51.11% ของทั้งกิจการ นั่นแปลว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของปตท.ก็คือคนไทยทุกคนนี่แหละ หากปตท.เจ๊งในที่สุด คนที่ได้รับผลกระทบสูงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นพวกเราทุกคน เพราะกำไรจากธุรกิจน้ำมันของชาติจะหายไปเกือบ 70,000 ล้านบาทต่อปี นั่นแปลว่า สุดท้ายรัฐก็ต้องหาเงินจากด้านอื่นมาโปะอยู่ดี

 

บอยคอตปตท.ก็คือบอยคอตกระทรวงการคลังก็คือบอยคอตคนไทยด้วยกันเอง
บอยคอตปตท.ปั้มน้ำมันอื่นก็ซื้อน้ำมันปตท.มาขายอยู่ดี

 

สรุปว่า PTT น่าจะได้รับผลกระทบน้อยมาก ถึงแม้ว่าจะบอยคอตกันจนภาคค้าปลีกน้ำมันของปตท.ไม่เหลือกำไรแม้แต่บาทเดียว

 

อ่านเรื่องราวของPTT เพิ่มเติม

1 ใครคือเจ้าของPTT

2 หุ้นPTT แตกพาร์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

3 หุ้นPTT จะได้รับผลขนาดไหน ถ้าคนแบนเลิกเติมน้ำมั้นปั้มปตท

4 โครงสร้างราคาน้ำมัน

5 ทำไมราคาน้ำมันไทยถึงแพงกว่ามาเลเซีย

6 PTTOR ความหวังใหม่ของPTT

7 PTTEP กับผลกระทบราคาน้ำมัน

8 รัฐบาลอินโดถอนฟ้อง PTTEP

9 โรงไฟฟ้า GPSC และกำไรที่มั่นคงของPTT

10 ทำไมรัฐต้องนำหุ้นPTT เข้าตลาดหุ้น

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy