สังคมศาสตร์ เศรษฐกิจ

ทำความรู้จักกับ ragebait marketing การตลาดที่เล่นกับใจผู้บริโภค 

ทำความรู้จักกับ ragebait marketing การตลาดที่เล่นกับใจผู้บริโภค 

ทำความรู้จักกับ ragebait marketing การตลาดที่เล่นกับใจผู้บริโภค 

ลูกค้าคือพระเจ้า เป็นคำที่สายงานบริการล้วนต้องเคยได้ยิน และอาจกลายเป็นคำขวัญที่ต้องท่องไว้ ยิ่งบริการถูกใจลูกค้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จมากเท่านั้น แทบไม่มีใครต้องการทำให้ลูกค้าโกรธ อย่างไรก็ตาม การยั่วยุอารมณ์กลับกลายเป็นหนึ่งในวิธีการที่ช่วยให้ธุรกิจได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น ในปี ค.ศ. 2025 ragebait กลายเป็นคำแห่งปีตามการจัดอันดับโดย Oxford ธุรกิจทั้งหลายเริ่มใช้การตลาดแบบปั่นประสาทเพื่อดึงดูดยอดเอนเกจเมนท์ ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ ขอพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ ragebait marketing การตลาดที่เล่นกับใจผู้บริโภค ดังนี้ [1, 2, 3]

ragebait marketing คือรูปแบบการตลาดที่เน้นการปั่นป่วนอารมณ์ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการแกล้งให้ข้อมูลที่ผิด พูดจาเกินจริง หรือการสร้างกระแสเชิงลบ การตลาดแนวนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในยุคโซเชียลมีเดีย เพราะยิ่งผู้คนรู้สึกโกรธ สงสัย หรือไม่พอใจมากเท่าไหร่ ยอดวิว ยอดไลก์ และยอดแชร์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น คอนเทนต์ครีเอเตอร์จำนวนไม่น้อยเลือกสร้างสถานการณ์ที่ทำให้คนกล่าวถึงในแง่ลบ เพื่อจะทำกำไรจากการถูกพูดถึง แม้สังคมจะกล่าวถึงในแง่ลบ แต่กระแสที่ได้ก็มากเพียงพอจะสร้างรายได้ให้อยู่ดี

สมองของมนุษย์ถูกออกแบบให้ดึงดูดเรื่องที่เป็นลบ ดร. William Brady ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานของสมองและเทคโนโลยีแสดงความเห็นไว้ว่า ตั้งแต่อดีต มนุษย์ถูกสอนให้เพ่งเล็งและให้ความสำคัญกับสิ่งที่อาจเป็นภัยคุกคามหรือก่อให้เกิดอันตราย สัญชาตญาณของมนุษย์ถูกผูกติดกับการให้ความสนใจกับประเด็นในแง่ลบ จึงไม่แปลกเลยที่ ragebait marketing จะสามารถดึงดูดให้ผู้คนเสพติด ในขณะเดียวกัน Andrea Jones นักจัดพ็อดคาสท์ด้านการตลาด ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ragebait marketing ถูกออกแบบมาให้ควบคุมอารมณ์ของผู้คน ผู้คนที่รู้ไม่เท่าทันอาจถูกปั่นประสาท และหลงติดกับดักคอนเทนต์ลักษณะนี้อย่างง่ายดาย

การตลาดที่ยั่วยุอารมณ์เช่นนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก และอาจปรากฏในสื่อได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การแกล้งโฆษณาสูตรอาหารที่ผิดพลาด ไปจนถึงการประกบเหล่าดาราคนดัง แต่ทั้งนี้ เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ หากการตลาดปั่นป่วนอารมณ์คนมากเกินไป ผู้คนที่ไม่ได้สนใจมีส่วนร่วมในสื่อโซเชียลมีเดียอาจเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย และเลือกที่จะไม่ให้ความสนใจกับสินค้าที่ใช้ ragebait marketing ยิ่งไปกว่านั้น หากคอนเทนต์ที่ผลิตขึ้นมาเข้าข่ายการหลอกลวงผู้บริโภค หรือสร้างความรำคาญให้แก่ผู้คนมากจนเกินไป อาจส่งผลเสียกับผลิตภัณฑ์ และเกิดกระแสตีกลับ

การตลาดที่ดีไม่จำเป็นต้องมีกลยุทธ์แบบเดียว หากผู้บริหารเลือกที่จะใช้การตลาดที่เล่นกับใจคน ก็ต้องพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐาน เพราะการมีกระแสที่ดีอย่างเดียวไม่ช่วยให้กิจการอยู่รอดได้ในระยะยาว ลงทุนศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้อ่านจะไม่ถูกปั่นป่วนในเกมอารมณ์ทางการตลาด และหวังว่ากิจการที่ใช้กลยุทธ์ดังกล่าว จะสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการให้ดีด้วยเช่นกัน

 

ลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

[1] Sam Gruet & Megan Lawton. (December 10, 2024). What is rage-baiting and why is it profitable?. https://www.bbc.com/news/articles/c4gp555xy5ro

[2] Noor Nanji. (December 1, 2025). ‘Rage bait’ named Oxford word of the year 2025. https://www.bbc.com/news/articles/cewjxqvqzgyo

[3] Mad Genius. (May 26, 2026). Rage Bait as an Advertising Tactic. https://madg.com/blog/rage-bait-as-an-advertising-tactic/

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน