ทัศนคติ

ก้าวข้ามข้อจำกัด และโอบรับในสิ่งที่เราเป็น

ก้าวข้ามข้อจำกัด และโอบรับในสิ่งที่เราเป็น

ก้าวข้ามข้อจำกัด และโอบรับในสิ่งที่เราเป็น

 

มนุษย์เราใช้ชีวิตเติบโตมาด้วยความกลัว ความกลัวที่ว่าคือความกลัวที่จะพบว่าตนเองมีขีดจำกัดในเรื่องอะไรสักเรื่อง ขีดจำกัดที่จะใช้ชีวิตตามความฝันและไขว่คว้ามันอย่างเต็มที่ ขีดจำกัดนั้นอาจมาจากความคิดของคุณเอง หรือแม้กระทั่งการมีเหตุการณ์ใหญ่ไม่คาดฝันเข้ามากระทบ แต่นั่นไม่สามารถเปลี่ยนเราไปได้ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปลดปล่อยตัวเองออกจากขีดจำกัดนั้น Caroline Casey เล่าให้เราฟังใน Ted Talk ที่ชื่อว่า “Looking past limits” ถึงชีวิตภายใต้ขีดจำกัดทางสายตา และการก้าวพ้นเพื่ออิสระ

 

ชีวิตของแคโรไลน์เริ่มต้นจากการมีฝันอันยิ่งใหญ่ ไม่เคยคิดว่ามีอะไรเป็นอุปสรรคที่จะทำให้ก้าวไปถึงฝันไม่ได้ เมื่อนึกย้อนกลับไปตอนอายุแค่สิบเจ็ดปี สิ่งที่แคโรไลน์ฝันอยากจะเป็นคือการเป็นนักแข่งรถ คาวบอย และเมาคลีลูกหมาป่า แต่วันช่วงวันเกิดปีนั้น แคโรไลน์ไปหาหมอกับน้องสาวเพราะน้องสาวเริ่มมีปัญหาในการมองเห็น จึงพาน้องสาวไปตรวจตา แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือแคโรไลน์เองอยากตรวจด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเธอมีสายตาที่เฉียบแหลม พอจะลงสมัครเป็นนักแข่งรถ

 

แต่ความฝันก็พังทลายลงตรงหน้า เมื่อผลการตรวจตาของแคโรไลน์ทำให้พบว่าเธอกลายเป็นคนตาบอดตามกฎหมาย ตาของแคโรไลน์ไม่ได้บอดสนิท แต่มีปัญหาในการมองเห็น เวลามองอะไรจะเห็นเป็นแค่ภาพเบลอ ๆ ไม่สามารถมองรายละเอียดของสิ่งของรอบตัวได้ เป็นเพียงภาพลาง ๆ เหมือนการที่คนตาดีมองอะไรผ่านเลนส์แว่นที่ถูกทาด้วยวาสลีน มันยากมาก ๆ ที่จะใช้ชีวิตด้วยข้อจำกัดทางสายตาแบบนี้

 

ความจริงแล้วพ่อแม่ของแคโรไลน์รู้ถึงปัญหานี้อยู่แล้ว ตอนเธออายุแค่สามขวบครึ่ง พ่อแม่ตัดสินใจส่งแคโรไลน์เข้าเรียนในโรงเรียนปกติ ไม่ใช่โรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษ เพราะพวกเขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าแคโรไลน์จะใช้ชีวิตอย่างปกติ และก้าวข้าวขีดจำกัดได้ เมื่อความมุ่งมั่นในตัวแคโรไลน์ยังคุกรุ่นอยู่ตลอด เธอจึงลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนคนอื่น ๆ

 

แต่แล้วก็พบว่า พอไปถึงเป้าหมายเมื่อไหร่ จะต้องพบอุปสรรคและทำอะไรผิดพลาดเสมอ โดยมีต้นเหตุมาจากการมองไม่เห็น เมื่อทำงานเป็นนักโบราณคดี แคโรไลน์ก็ทำทรัพย์สินโบราณเสียหาย เมื่อทำงานในภัตตาคารก็ทำข้าวของเสียหาย สุดท้ายแคโรไลน์ไปเข้าเรียนโรงเรียนบริหารธุรกิจ และจบออกมาเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้บริษัทแห่งหนึ่ง

 

หลังจากทำงานไปได้สองปีครึ่ง ดวงตาของแคโรไลน์ก็ปิดลง เธอมองแทบไม่เห็นแล้ว และนั่นทำให้ต้องร้องขอความช่วยเหลือ แคโรไลน์ตัดสินใจเดินไปบอกฝ่ายบุคคลว่า เธอมีปัญหาในการมองเห็น แล้วก็ไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านตา หมอถามคำถามสำคัญว่า ทำไมคุณถึงไม่อยากเป็นในสิ่งที่คุณเป็นมากขนาดนั้น หมอบอกกับแคโรไลน์ว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะหยุดต่อสู้กับข้อจำกัดนี้แล้วทำสิ่งใหม่ ๆ ประตูในการต่อสู้ปิดลงที่ตรงนั้น แคโรไลน์เจ็บจี้ดเข้าไปในอก

 

แต่สุดท้ายหลังการผจญพายุลูกใหญ่และหายนะทางอารมณ์ แคโรไลน์กลับมาคิดทบทวนอีกทีว่าจริง ๆ แล้ว อยากจะทำอะไร แล้วก็นึกย้อนไปถึงความฝันตอนเด็ก ๆ ที่ว่า อยากจะเป็นเมาคลีลูกหมาป่า เมื่อคิดนั้นแบบนั้นแล้วแคโรไลน์ตัดสินใจเดินทางข้ามประเทศอินเดียโดยการนั่งบนหลังช้าง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวทำให้ผู้คนฮือฮา แคโรไลน์ระดุมทุนได้เป็นจำนวนมาก สร้างเงินพอสำหรับการผ่าตัดต้อกระจกสำหรับผู้คนถึงหกพันคน เธอตั้งองค์กรช่วยอนุรักษ์ช้างเอเชียในเวลาต่อมา

 

แคโรไลน์ภูมิใจในการมองไม่เห็นของตัวเอง เธอเริ่มโอบรับความเป็นตัวเองและภูมิใจในข้อจำกัดที่ตัวเองมี อิสรภาพที่แท้จริงแล้วไม่ใช่ดวงตาคู่ใหม่หรือการมองเห็น แต่มันคือวิสัยทัศน์และความเชื่อ เชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะด้วยข้อจำกัดอะไรก็แล้วแต่ เราเป็นตัวเราได้ดีที่สุด

แล้วคุณล่ะ อยากจะก้าวข้ามข้อจำกัดที่มีเพื่อไปสู่อะไร

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน