ทัศนคติ

เริ่มต้นด้วยคำว่า “ทำไม”

เราต้อง… เริ่มต้นด้วยคำว่า “ทำไม” เพราะความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลสำคัญกว่าความสามารถในการจดจำ

 

ในสมัยที่ผมเรียนอยู่มัธยมปลาย ผมเรียนวิชาประวัติศาสตร์โลกซึ่งตอนนั้นพูดถึงยุคมืดของยุโรปหลังจากที่จักรวรรดิโรมันล่มสลาย ในช่วงวาระสุดท้ายของจักรพรรดิสแตนติที่ 1 พระองค์เห็นนิมิตจากสวรรค์และมีคำสั่งให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของจักรวรรดิ ประชาชนทุกคนถูกบังคับให้นับถือศาสนาคริสต์ หลังจากนั้นไม่นานจักรวรรดิโรมันที่ยิ่งใหญ่ก็ล่มสลายลง ยุโรปแตกออกเป็นหลายต่อหลายส่วน แต่มรดกที่ยังเหลือทิ้งไว้คืออิทธิพลของศาสนาคริสต์ที่แทบจะเรียกได้เป็นคือทุกอย่างของชีวิตมนุษย์ในยุคนั้น

 

ยุคกลางหรือยุคมืดก็มีความมืดมิดสมกับชื่อยุค

 

ประชาชนในยุคนั้นมีความเชื่อว่าชีวิตได้ถูกกำหนดไว้แล้วจนหมดสิ้น ต่างฝ่ายต่างก้มหน้าก้มตาทำตามแบบแผนชีวิตของตนเองไป ไม่มีคำถาม ไม่มีคำอธิบาย เกิดเป็นทาสก็ต้องเป็นทาส เกิดเป็นชาวนาก็ต้องเป็นชาวนา เกิดเป็นพ่อค้าก็ต้องเป็นพ่อค้า ความเชื่อ ทัศนคติ และสิ่งแวดล้อมในยุคนั้นหล่อหลอมให้มนุษย์คิดแบบนั้น มนุษย์ต่างก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตตามคำบอกอย่างปราศจากคำว่า “ทำไม” และสุดท้าย โลกก็ได้ออกจากยุคกลางหลังจากโยฮันน์ กูเทนเบิร์กประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ได้สำเร็จ

 

ผมเรียนมัธยมปลายมาแบบนี้แหละ

 

ใช้ชีวิตผ่านมาเป็นสิบปีจนกระทั่งเรียนจบและได้ศึกษาประวัติศาสตร์มากขึ้น ได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ดีๆ หลายๆ คน ได้พูดคุยกับผู้รู้ด้านประวัติศาสตร์อย่างถ่องแท้จึงเริ่มมีความสงสัยว่า “การประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ทำไมถึงเปลี่ยนโลกได้ขนาดนี้”

 

เมื่อกลับมาศึกษาใหม่จึงค้นพบว่ายุคมืดนั้นไม่ได้มืดโดยศาสนา แต่มืดโดยผู้ที่นำศาสนาไปใช้ ยุคนั้นไม่มีคัมภีร์ไบเบิ้ลให้ประชาชนได้ศึกษา ศาสนาที่ทุกคนเข้าใจจึงถูกถ่ายทอดออกมาทางนักบวชที่คอยชี้นำเท่านั้น แน่นอนว่านักบวชก็คือปุถุชนคนธรรมดา เมื่อมีคนดีก็ย่อมมีคนไม่ดีเช่นกัน นักบวชจำนวนมากบิดเบือนศาสนาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน อย่างเหตุการณ์ที่อื้อฉาวที่สุดคงจะหนีไม่พ้นการขาย “ใบไถ่บาป” หรือการให้สิทธิ์ทุกคนสามารถขึ้นสวรรค์ได้เพียงคุณยอมจ่ายเงินเท่านั้น สิ่งที่เป็นอันตรายที่สุดจึงเป็น “ความจริง” ที่นักบวชเหล่านั้นไม่เคยบอก

 

เมื่อโยฮันน์ กูเทนเบิร์กสร้างเครื่องพิมพ์ออกมาได้ คัมภีร์ไบเบิ้ลจำนวนมหาศาลที่ถูกตีพิมพ์และส่งต่อกับไปทั่วยุโรปจึงเหมือนการเปิดโลกที่เคยมืดบอดและแสงแห่งปัญญาให้กับประชาชนในยุคสมัยนั้น นักบวชที่เคยใช้ประโยชน์จากความเชื่อทางศาสนาไม่อาจบิดเบือนคำสอนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนอีกต่อไป เครื่องพิมพ์จึงกลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกทัศนคติของมนุษย์ในยุคนั้นอย่างแท้จริง

 

ความตลกคือผมเพิ่งสงสัยว่าทำไมเครื่องพิมพ์ถึงเปลี่ยนโลกได้หลังจากที่ผมเรียนเรื่องนี้มาแล้วกว่า 10 ปี

 

ความน่าสนใจคือระบบการศึกษาในอดีตกระตุ้นให้เด็ก “จำ” มากกว่า “คิด” แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ใช่ทางที่ผิดเสียทีเดียว เพราะยุคสมัยก่อน การเข้าถึงข้อมูลอย่างปัจจุบันทันด่วนทำได้ยาก ความจำจึงเป็นเรื่องสำคัญเพราะเราไม่อาจพกหนังสือสารานุกรม 100 เล่มไปทุกที่ที่ทำงานได้ การเรียนยุคก่อนจึงเน้นให้จำ เพราะความจำสำคัญ ถ้าพื้นฐานความรู้ยังจำไม่ได้ก็จะต่อยอดต่อไปไม่ได้

 

แต่บริบทในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก

 

โลกสมัยนี้อนุญาตให้เราพกหนังสือทั้งโลกไปกับเราแทบทุกที่ผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว การจำจึงเป็นทักษะที่สำคัญน้อยลงและการคิดจึงเป็นทักษะที่สำคัญมากขึ้นมาก ข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ไหลผ่านตัวเราทุกวันต้องการการวิเคราะห์แยกแยะและวิพากย์ให้ออกถึงเหตุผลและความถูกต้อง

 

ทุกอย่างจึงควรเริ่มต้นด้วยคำว่า “ทำไม”

 

ก่อนที่เราจะจำหรือจะเชื่อสิ่งใดเข้าไปในสมอง เราทุกคนควรถามหาเหตุผลก่อนว่า “ทำไม” และวิพากย์วิจารณ์ความคิดหลักการนั้นว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ก่อนจะเชื่อและนำไปใช้เป็นชุดความรู้ความเชื่อของชีวิต การคิดว่าทำไมจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการตื่นรู้และระแวดระวังในชีวิต ในความเชื่อ ในเหตุและผลที่จะให้ชีวิตดำเนินไป

 

รายได้จะโต 20% …ทำไมถึงจะโต

อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวสูงขึ้น …ทำไมถึงปรับตัวสูงขึ้น

บริษัทจะขยายสาขาเป็น 2 เท่าในอีก 5 ปี …ทำไมเป้าหมายนี้ถึงจะสำเร็จ

 

ก่อนจะเชื่อ ถามตัวเองว่า “ทำไม” ก่อนเสมอ หาเหตุและผลที่น่าเชื่อถือเพียงพอมาวิพากย์และรองรับ ก่อนจะตัดสินใจจดจำ

 

คนที่ไม่ใช้คำว่า “ทำไม” ล้วนเป็นคนที่เชื่อง่าย แน่นอนว่าคนที่เชื่อคนง่ายย่อมเป็นเหยื่อของคนที่มีความสามารถในการชักจูงความคิดผู้อื่นได้อย่างชาญฉลาด

 

การเชื่อง่ายเป็นอันตรายเสมอ

ไม่ว่าจะในยุคมืดหรือยุคปัจจุบัน

ไม่ว่าจะในโลกการลงทุนหรือโลกแห่งชีวิตจริง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน