ธุรกิจ

สงครามชิป การเมืองเรื่องเทคโนโลยี

สงครามชิป การเมืองเรื่องเทคโนโลยี

สงครามชิป การเมืองเรื่องเทคโนโลยี

 

นอกเหนือจากสงครามยูเครนแล้ว หนึ่งอีกสงครามใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกที่ท้าทายเศรษฐกิจและการเมืองของหลายประเทศคือสงครามชิป หรือ semiconductor โดยตัวแสดงที่สำคัญของความตึงเครียดนี้คือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน

 

ชิปคือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกมส์ ไมโครเวฟ รถยนต์ และอื่น ๆ โดยขณะนี้ชิปนั้นเป็นทรัพยากรสำคัญที่ทั่วโลกต้องการ ถึงขั้นมีการเปรียบเทียบว่าชิปนั้นสำคัญไม่ต่างอะไรจากน้ำมันเชื้อเพลิงเลย

 

โดยประเทศที่ผลิตชิปขนาดใหญ่ประกอบไปด้วย สหรัฐอเมริกา ประเทศบางประเทศในเอเชีย เช่น ไต้หวัน จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เมื่อนำจำนวนการผลิตของประเทศทั้งหมดนี้มารวมกัน ถือได้ว่าเป็นการผลิตชิปในสัดส่วนกว่า 87% ของการผลิตชิปทั่วโลกเลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมชิปก็ต้องเผชิญความท้าทายที่เข้ามาทำให้ระบบการผลิตการขายรวนไม่ต่างอะไรจากอุตสาหกรรมอื่น นั่นคือการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในขณะเดียวกันกับที่ความต้องการชิปทั่วโลกนั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ

 

สำหรับคู่แข่งการผลิตชิป ประเทศใหญ่ที่มาเป็นที่หนึ่งคือสหรัฐ มีการส่งออกชิปประมาณ 50% ของตลาดชิปทั่วโลกต่อปี แต่ในแง่ของการส่งออกสินค้านั้น ช่องทางหลักคือการส่งออกผ่านประเทศไต้หวัน

 

ในทางกลับกัน จีนก็กำลังเป็นคู่แข่งมาแรงในตลาดการผลิตชิปเช่นกัน มีการคาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี ค.ศ. 2030 จีนจะครอบครองปริมาณการผลิตชิปได้ 24% จากการผลิตทั่วโลก โดยใช้ไต้หวันเป็นทางผ่านเช่นกัน จนเริ่มมาเป็นความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจทั้งสองแห่ง

 

เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2022 สหรัฐอเมริกาประกาศใช้กฎหมาย The CHIPS and Science Act รัฐบาลสหรัฐ มีเงินทุนในมือ 52 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ฟื้นฟูอุตสาหกรรมชิป ให้กลับคืนมาผลิตภายในสหรัฐฯ อีกครั้ง แม้ตัวชิปจะคิดค้นขึ้นมาครั้งแรกในสหรัฐ และการออกแบบและการผลิตยังต้องอาศัยซอฟต์แวร์ของสหรัฐ แต่โรงงานผลิตแทบทั้งหมดอยู่ในเอเชีย

 

เมื่อสหรัฐ ได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อกีดกันไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีการประมวลผลที่ล้ำหน้า การยกระดับให้สหรัฐ เป็นแหล่งการผลิตตัวชิป จึงกลายมาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอันดับแรกต่อความมั่นคงของสหรัฐ เพราะปัจจุบันนี้ การที่ชิปประมวลผลที่ก้าวหน้าที่สุดทำการผลิตนอกสหรัฐเท่านั้น และส่วนใหญ่ผลิตในไต้หวัน ทำให้เกิดความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

 

การกระจุกตัวของการผลิตชิปที่อยู่ในไต้หวัน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของทั้งสหรัฐและจีนทำให้ไต้หวันตกอยู่ในความเสี่ยง อย่างกรณีที่แย่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้นคือโดนโจมตี

 

สงครามความตึงเครียดนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป การเดิมพันนั้นไม่ได้อยู่ระหว่างคู่แข่งขันอย่างสหรัฐและจีนเท่านั้น แต่มันหมายถึงผลกระทบถึงการผลิต ราคา จำนวนสินค้าในตลาด เศรษฐกิจโลก

 

คู่แข่งขันจะออกนโยบายหรือตัดสินใจอะไร และไต้หวันเองจะรับมือกับความเสี่ยงอย่างไรบ้าง ไทยเองก็ต้องจับตามองและรู้เท่าทันเพื่อปรับเปลี่ยนนโยบายให้ตอบสนองต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
Moderndiplomacy.eu, Chip War: Who will win?, Retrieved from https://moderndiplomacy.eu/2023/01/02/chip-war-who-will-win/
ThaiPublica, สงครามไมโครชิประหว่างสหรัฐกับจีนเพื่อช่วงชิงเทคโนโลยีสำคัญในศตวรรษที่ 21, อ้างอิงจาก https://thaipublica.org/2022/12/pridi334/
MGROnline, นโยบายสงครามชิปของไบเดนกำลังสร้างความเสียหายให้พวกบริษัทสหรัฐหนักหน่วงกว่าจีน, อ้างอิงจาก https://mgronline.com/around/detail/9650000101515

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน