ธุรกิจ

ขาขึ้นของธุรกิจคอนเสิร์ตกับการคลายล็อคมาตรการโควิด

ขาขึ้นของธุรกิจคอนเสิร์ตกับการคลายล็อคมาตรการโควิด

ขาขึ้นของธุรกิจคอนเสิร์ตกับการคลายล็อคมาตรการโควิด

 

โรคระบาดโควิด 19 ทำให้การจัดคอนเสิร์ตเป็นหนึ่งในกิจกรรม Blacklist ห้ามทำ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่เป็นการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก มีคำสั่งและกฎระเบียบมากมายโดยรัฐบาลที่สั่งห้ามการรวมตัวกันของผู้คนเป็นจำนวนมาก กับจัดคอนเสิร์ตจึงถูกยกเลิกไปอย่างมากมาย แผนการจัดงานที่เตรียมไว้ก็พังไม่เป็นท่า แต่เมื่อเดินทางกันมาถึงจุดนี้แล้ว ธุรกิจคอนเสิร์ตก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้จะยังไม่มีตัวเลขแน่ชัดว่าแล้วเมื่อไหร่ คอนเสิร์ตจะช่วยคืนทุนที่เสียไป ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถจัดคอนเสิร์ตได้เลยตลอดหลายปี

 

ธุรกิจคอนเสิร์ตและวงการเพลงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เรียกได้ว่าต้องปรับตัวเข้ากับความท้าทายหลายอย่างตามยุคสมัย อย่างก่อนที่จะมีอินเทอร์เน็ตใช้กันอย่างแพร่หลาย ผู้คนสามารถฟังเพลงจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ เมื่อย้อนไปตอนนั้น รายได้หลักของธุรกิจเพลงมาจากการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการฟังดนตรี ไม่ว่าจะเป็นตลับเทป แผ่นซีดี เครื่องเล่น MP3

 

แต่หลังจากนั้นผู้คนก็สามารถเข้าถึงดนตรีได้มากขึ้นโดยไม่ต้องซื้อสินค้าเหล่านั้นเนื่องจากโลกออนไลน์เอื้อให้ใครก็ฟังดนตรีได้ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา รายได้จากการขายวัตถุบันทึกเสียงก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้วงการผลิตเพลงต้องปรับตัว โดยเน้นไปที่การขายบัตรคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นโอกาสที่ทำให้คนฟังดนตรีหรือแฟนคลับได้ดูการแสดงสดจากศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ

 

โชคไม่ดีเท่าไหร่นัก การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อการจัดคอนเสิร์ตเต็ม ๆ ด้วยมาตรการ social distancing ในช่วงเวลาที่การระบาดไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้หนึ่งในลิสต์กิจกรรมที่ภาครัฐออกนโยบายห้ามไม่ให้จัด ก็คือคอนเสิร์ตนั่นเอง

 

การสำรวจจาก Pollstar ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจการแสดงดนตรีในสหรัฐอเมริกาชี้ให้เห็นว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ส่งผลให้รายได้จากการแสดงดนตรีสดลดลงไปถึง 40-70% โดยจำนวนหรือขนาดของความเสียหายขึ้นอยู่กับระยะเวลา เงินลงทุน ความควบคุมไม่ได้ และข้อจำกัดอื่น ๆ ที่พ่วงมากับการระบาดของโรค

 

การแสดงคอนเสิร์ตหนึ่งครั้ง ไม่ได้สร้างรายได้ให้แก่เจ้าของค่ายเพลงหรือศิลปินเท่านั้น แต่มันหมายถึงรายรับของผู้คนมากมายที่ทำงานสนับสนุนการแสดงคอนเสิร์ตในแต่ละครั้ง เช่น คนทำการตลาดเพื่อโฆษณาเพื่อให้มีคนสนใจซื้อบัตรคอนเสิร์ตเยอะ นักดนตรีประกอบ คนทำงานด้านเทคนิคการควบคุมแสงสีเสียง สตาฟที่ทำงานดูแลความเรียบร้อย อำนวยความสะดวกให้คนเข้าร่วมงาน เหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของคนทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

โชคดีที่ตอนนี้เทรนด์การจัดคอนเสิร์ตกลับมา แปรผันตามมาตรการคลายล็อคเกี่ยวกับโรคโควิด 19 นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การจัดคอนเสิร์ตหลาย ๆ ครั้งยังถูกประยุกต์ให้เป็นการจัดคอนเสิร์ตในรูปแบบเสมือนจริง นั่นหมายความว่าคนดูคอนเสิร์ตจะไม่ได้ไปที่สถานที่จัดคอนเสิร์ตเพื่อดูศิลปินอย่างสด ๆ แต่ด้วยการพัฒนาของระบบการถ่ายทอดสด ทำให้มีการจัดคอนเสิร์ตที่ขายตั๋วเพิ่มรายได้ได้ แม้จะไม่สามารถกลับไปเป็นคอนเสิร์ตแบบดั้งเดิมก็ตาม

 

หลังจากนั้น นับจากเดือนเมษายนเป็นต้นมา ธุรกิจคอนเสิร์ตในไทยก็กลับมาคึกคักมาก ๆ มีศิลปินแถวหน้าของโลกมากมายมาจัดคอนเสิร์ตที่ไทย จนทุกวันนี้ เมื่อเลื่อนหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย ก็จะเห็นได้ว่าเพื่อน ๆ ไปร่วมคอนเสิร์ตอย่างคึกคักกันอีกครั้ง

 

เราจะได้ยินคำพูดของศิลปินบนเวทีบ่อย ๆ ว่า ไม่ได้เจอกันตั้งนาน จากการแพร่ระบาดของโรค การกลับมาจัดคอนเสิร์ตอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่ทั้งศิลปิน กลุ่มผู้จัด และคนฟังดนตรีรอคอย และตอนนี้ธุรกิจคอนเสิร์ตจึงกลับมาบูมได้อีกครั้ง

 

แต่คำถามทิ้งท้ายที่ยังไม่มีคำตอบคือ การกลับมาของธุรกิจคอนเสิร์ตนั้น ชดเชยหรือทดแทนช่วงเวลาตลอดมาของการแพร่ระบาดของโรคได้มากน้อยแค่ไหน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
CreativeEconomyAgency, Covid-19 จะนำพาอุตสาหกรรมดนตรีสู่จักรวาลใหม่ใช่หรือไม่, อ้างอิงจาก https://www.cea.or.th/th/single-research/music-industry-covid-19
CreativeTalk, Concert Trend: ภาพรวมเทรนด์การพูดถึงคอนเสิร์ตในปี 2565, อ้างอิงจาก https://creativetalklive.com/concert-trend-2022/
OKPlayer., 10 ways coronavirus will change the music industry, Retrieved from https://www.okayplayer.com/music/ways-the-coronavirus-will-effect-the-music-industry.html

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน