ธุรกิจ

Andrew Carnegie เด็กโรงทอผ้าสู่เศรษฐีผู้ค้าเหล็กแห่งประวัติศาสตร์อเมริกา

Andrew Carnegie เด็กโรงทอผ้าสู่เศรษฐีผู้ค้าเหล็กแห่งประวัติศาสตร์อเมริกา

Andrew Carnegie เด็กโรงทอผ้าสู่เศรษฐีผู้ค้าเหล็กแห่งประวัติศาสตร์อเมริกา

 

Andrew Carnegie เป็นบุคคลประวัติศาสตร์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในอุตสาหกรรมเหล็กและการค้าชั้นนำในยุคบุกเบิกอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกา ความพยายามและความมุ่งมั่นของเขาในการก้าวสู่ความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ที่น่าทึ่งแล้ว ในชีวิตของ Andrew Carnegie จากเด็กโรงทอผ้าที่ก้าวข้ามมาสู่ยุคบุกเบิกแห่งการค้าเหล็ก เส้นทางการเติบโตของเขาก่อนที่จะเป็นนักธุรกิจแห่งประวัติศาสตร์อเมริกานั้นน่าทึ่งกว่า

 

Andrew Carnegie เกิดเมื่อ 25 พฤศจิกายน ปีค.ศ. 1835 ในเมือง Dunfermline ประเทศ Scotland เขาเป็นลูกชายของครอบครัวที่มีสภาพยากจน และต้องทำงานเพื่อส่งเงินเข้าครอบครัว วัยเด็ก Carnegie ทำงานในโรงทอผ้าและร้านขายหนังสือ เรียกได้ว่าเป็นนักอ่านที่หลงใหลในความรู้ และการอ่านหนังสือถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสำหรับเขา Carnegie มีความใฝ่ฝันที่จะสร้างชีวิตที่ดีขึ้น และเมื่อเขาอายุครบ 13 ปี เขาและครอบครัวตัดสินใจที่จะต้องย้ายมาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อหาโอกาสสร้างชีวิตใหม่

 

Andrew Carnegie มาถึงสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ. 1848 เพื่อสานฝันในอเมริกาให้เป็นจริง แต่ความเป็นจริงกลับไม่ง่ายเท่าที่คิด เขาเริ่มต้นชีวิตในสหรัฐอเมริกาด้วยการทำงานในโรงงานผลิตเสื้อผ้า แต่เขาไม่เคยจะหยุดคิดหรือมองหาเส้นทางของชีวิตที่ดีกว่า เพราะเขาเชื่อว่ามีโอกาสของเขานั้นรออยู่ข้างหน้า และในที่สุดโอกาสก็มาถึง เมื่อเขาได้รับการรับเข้าทำงานในบริษัทเดินรถไฟ Carnegie เข้าสู่วงการขนส่งรถไฟในสหรัฐอเมริกา และมีโอกาสที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็ก การค้าเหล็ก และธุรกิจอื่น ๆ เขาพบว่าอุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคตไกล และเป็นเส้นทางที่เขาควรจะต้องหาโอกาสให้ตัวเองและคว้ามันไว้ เขาจึงใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตเหล็กและเทคนิคในการค้าเหล็ก โดยพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญและศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ

 

เมื่อ Carnegie เข้าใจถึงกระบวนการการผลิตและค้าเหล็กอย่างลึกซึ้ง เขาจึงเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจของตนเอง ด้วยการสร้างโรงงานผลิตเหล็กขนาดเล็กบนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแร่เหล็ก และนำเทคนิคการผลิตที่ล้ำสมัยมาใช้งานเพื่อสร้างความได้เปรียบกับคู่แข่ง เขาไม่เพียงแต่สามารถจัดการกับกระบวนการการผลิตอย่างมืออาชีพ แต่ยังเน้นการขยายกำลังการผลิต ซึ่งรวมถึงการสร้างสถานที่ผลิตใหม่ ด้วยเทคนิคนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อเอาชนะคู่แข่งในวงกว้างขึ้น

 

ด้วยความพยายามและความเสี่ยงจากการลงทุนของเขา ทำให้ Carnegie เริ่มมีทรัพย์สินจำนวนมหาศาล การลงทุนของเขาไม่เพียงแต่อยู่ในอุตสาหกรรมเหล็ก แต่ยังเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น รถไฟ การสร้างรถไฟแบบตู้นอน ฯลฯ

 

ความสำเร็จทางธุรกิจของ Carnegie ยังคงเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง โดยในปีค.ศ. 1890 เขาได้นำกิจการเหล็กของตนรวมกับบริษัทของผู้ลงทุนรายอื่นเพื่อก่อตั้ง Carnegie Steel Company ซึ่งเป็นของอุตสาหกรรมเหล็กรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อ Carnegie Steel กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเหล็กในสหรัฐอเมริกา เขาได้ก้าวเข้าสู่ช่วงที่สำคัญของชีวิตแห่งการค้าเหล็กและการเป็นเศรษฐี โดยในปีค.ศ. 1901 Carnegie ได้มอบอำนาจทั้งหมดใน Carnegie Steel ให้กับกลุ่มนักลงทุนภายใต้ความนำของ JPMorgan Chase

 

อย่างไรก็ตาม Carnegie ได้เสียชีวิตในปีค.ศ. 1919 เขาไม่เพียงแต่จะใช้เวลาและพลังงานในการสร้างความร่ำรวยส่วนตัว แต่เขายังเห็นคุณค่าของการสร้างสังคมที่ดีขึ้น ในช่วงปลายชีวิต เขาบริจาคทรัพย์สินส่วนหนึ่งของเขาให้แก่องค์กรด้านการศึกษา วัฒนธรรม เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะสร้างความสมดุลในสังคม และเพื่อสร้างสันติภาพในอเมริกา

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
https://www.pbs.org/wgbh/americanexperience/features/carnegie-biography/
https://www.investopedia.com/articles/financial-theory/09/andrew-carnegie.asp
https://www.medalofphilanthropy.org/andrew-carnegie/
https://www.philanthropyroundtable.org/hall-of-fame/andrew-carnegie/

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน