ธุรกิจ

ENPHASE ENERGY ผู้ผลิตแผงโซลาร์ ตำนานบริษัท 10 เด้ง ใน 5 ปี

ENPHASE ENERGY ผู้ผลิตแผงโซลาร์ ตำนานบริษัท 10 เด้ง ใน 5 ปี

ENPHASE ENERGY ผู้ผลิตแผงโซลาร์ ตำนานบริษัท 10 เด้ง ใน 5 ปี

 

Inverter เป็นอุปกรณ์ทางไฟฟ้าอย่างหนึ่งที่มีหน้าที่แปลงไฟฟ้าจาก DC ให้เป็น AC ได้
โดยรับไฟ DC มาจากกระบวนการเคมีที่ทำระหว่างแผงโซลาร์กับแสงแดด

 

ซึ่งอุปกรณ์นี้มักจะทำงานแยกกัน ปกติแล้วระยะเวลาการใช้งานของ Inverter เองยังมีแค่ 8- 10 ปี เมื่อเทียบกับ Life Cycle ของแผงโซลาร์ที่มีราว ๆ 20 ปี

 

Emphase เป็นบริษัทที่ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ แบบ Microinverter แผงที่รวมอินเวอร์เตอร์ไว้กับแผงโซลาร์ในตัวเดียวกัน ซึ่งแก้ปัญหา PainPoint ของ String Invertor ตามปกติแล้วเราจะมีการติดตั้งแยกต่างหาก แต่สำหรับ Micro Inverter เราไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Inverter แยกออกมาเลยครับ เพราะว่าที่ตัวแผงจะมี Inverter อยู่ที่ตัวเลย

 

ต่อมาก็เรื่องของ Shading Effect ซึ่งหากว่าแผงใดแผงหนึ่งโดนการบดบังจากต้นไม้ก็จะส่งผลต่อคุณภาพไฟฟ้าโดยรวมด้วย เมื่อเทียบกับ Micro Inverter แล้วการที่ Inverter แยกออกจากกันนี้เองจะทำให้ไฟฟ้าที่ได้เป็นไปตามคุณภาพ

 

ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ Life Cycle ของ Sting Inverter ที่มีระยะเวลาการใช้งานที่จำกัดเพียง 8-10 ปี ในขณะที่ Microinverter จะมีระยะการใช้งานนานกว่า 20 ปีเลยครับเทียบเท่ากับอายุแผงโซล่า โดยผลิตภัณฑ์ของ Emphase นี้มีการ Warranty แผงไมโครอินเวอร์เตอร์นี้กว่า 25 ปี

 

 

บริษัทมีรายได้ย้อนหลังดังต่อไปนี้
ปี 2018
บริษัทมีรายได้          316.16 ล้านเหรียญ
บริษัทมีกำไรขั้นต้น     94.44 ล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 29.87%)

บริษัทมีกำไรสุทธิ     – 11.63 ล้านเหรียญ  (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ -3.68%)

 

ปี 2019
บริษัทมีรายได้          624.33 ล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ 97.47%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น    221.25 ล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 35.44%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ      161.15 ล้านเหรียญ  (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ  25.81%)

 

 

ปี 2020
บริษัทมีรายได้          774.42 ล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ 24.04%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น    343.80 ล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 44.39%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ      134.00 ล้านเหรียญ  (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ  17.30%)

 

ปี 2021
บริษัทมีรายได้          1.38 พันล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ 78.46%)
บริษัทมีกำไรขั้นต้น    554.42 ล้านเหรียญ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 40.12%)
บริษัทมีกำไรสุทธิ      145.45 ล้านเหรียญ  (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ  10.52%)

 

โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ นับตั้งแต่ปี 2019 หลังจากที่บริษัทสามารถสร้างตัวเลขกำไรได้แล้ว บริษัทสามารถทำตัวเลขในส่วน Return on Equity (ROE) ได้ในระดับมากกว่า 30% เลย ซึ่งหากอ้างอิงจากประสบการณ์ส่วนตัวในการได้ลองวิจัยเชิงปริมาณกับหุ้นในหมวดเพื่อน ๆ กัน บริษัท Emphase นับว่าสามารถทำตัวเลขออกมาในระดับที่น่าพึงพอใจ และดีกว่าเพื่อนในกลุ่มมาก (เช่น Solar Edge, Sungrow, SMA, ABB ที่มีระดับ ROE ตั้งแต่หลักเดียว จนถึง 3x%)

 

และด้วยการที่บริษัทมีตัวเลขในส่วนการบริหารจาก ROE ที่ดี อัตราการเติบโตของรายได้ที่มากกว่า 20% อย่างต่อเนื่อง การขยายตัวของ Margin โดยเฉพะในส่วน Gross Margin ต้นน้ำ จาก 30% สู่ 40% การอยู่ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

 

ทั้งหลายนี้จึงหลอมรวมให้บริษัทถูกเทรดด้วยความคาดหวังที่สูงมาก โดย ณ เวลาที่เขียนอยู่นี้บริษัทถูกเทรดที่ Market Cap 26.34 พันล้านเหรียญ หรือที่ PE 198 เท่า เทรดที่ PBV 62.99 และเทรดที่ราว ๆ 21 เท่าของรายได้

 

แต่ก็พอเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะว่ารายได้ของบริษัทเองยังสามารถสเกลได้มากกว่านั้นจริง ๆ กอปรกับบริษัทมีความสม่ำเสมอในเรื่องของ Free Cash Flow ที่สามารถสร้างมาติดต่อกันได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวตนเมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่หลายบริษัทเข้ามาทั้ง ๆ ที่กำไรขั้นต้นติดลบ การยังไม่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

 

ตรงส่วนนี้เองจุดที่บริษัทเริ่มพลิกผันตัวเองได้มาจากการที่บริษัทค่อย ๆ เริ่มเทิร์นกำไรเป็นบวกได้ แถมสร้างกระแสเงินได้นั่นเอง   บริษัทจึงเปรียบเสมือนบัวที่เริ่มลอยพ้นน้ำได้แล้วครับ จากการมีโปรเจกต์ที่ทำเงินได้ มีสินค้าที่ตอบโจทย์ อยู่ถูกที่ถูกเวลาในอุตสาหกรรมที่ใช่ กอปรกับการมาของรถ EV และกระแสการบอยคอตพลังงานยุคดึกดำบรรพ์ที่สร้างมลพิษต่อโลก ผมมองว่าคงเป็นแรงส่งที่ทำให้บริษัทยังพอไปได้ ดูมีอนาคตที่น่าสดใสอย่างต่ำ ๆ ก็ระยะสั้นและกลาง

 

แต่กระนั้นแล้วในมุมมองนักลงทุน ผมมองว่าเราเองก็ต้องมองให้ขาด โดยเฉพาะเรื่องของ TAM (Total Addressable Market) หาเราในฐานะนักลงทุนได้ประเมินว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างต่ำ ๆ น่าจะสามารถเจาะตลาดทำยอดขายได้สัก 1000 ล้านเหรียญได้แน่ ๆ การได้ซื้อหุ้นของบริษัทตั้งแต่ปี 2018 ณ Valuation 500 ล้านเหรียญ และประเมิน Net Margin ที่บริษัทจะทำได้คร่าวๆ เช่น 12% ดังนั้นแล้ว หากมองผ่านอนาคตไป บริษัทเองอาจสามารถทำกำไรได้ 0.12*1000 = 120 ล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับ 500 ล้านเหรียญแล้ว ก็นับว่าคุ้มค่าไม่น้อย Forward PE ราว ๆ 4 เท่าหน่อยๆ

 

แต่ความท้าทายกว่าของการลงทุนคือการติดตามผลงานของบริษัทและอาจต้องพึ่งการ Scuttlebutt ลงพื้นที่จริงว่าสินค้าของบริษัทเองสามารถแก้ปัญหาได้จริงไหม ผู้คนสนใจและอยากบอกต่อหรือไม่

 

ทั้งนี้เองบริษัท Enphase นับว่าเป็นหนึ่งในหัวหมู่ของบริษัทที่น่าสนใจมากกับการมีต้นทุนที่ดี การออกแบบที่ชาญฉลาดและเข้าถึงผู้บริโภคทั่วไป แต่ ณ Valuation ระดับ 26 พันล้านเหรียญ นี้จะคุ้มค่าหรือแพงไปหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่มุมมองของท่าน เมื่อปี 2018 valuation 500 ล้านอาจสเกลการสร้างรายได้ระดับเมืองหรือภูมิภาคได้ ระดับหมื่นล้านเหรียญอาจจะต้องเป็นการสเกลในระดับประเทศเลย ซึ่งนับว่าท้าทายมากสำหรับบริษัทไม่น้อย

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
https://www.tradingview.com/symbols/NASDAQ-ENPH/financials-statistics-and-ratios/
https://investor.enphase.com/?_ga=2.28699772.1748038328.1648702481-872947336.1648702481
https://www.solarreviews.com/blog/pros-and-cons-of-string-inverter-vs-microinverter#what-is-a-microinverter
https://enphase.com/homeowners

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน