การลงทุน

เส้นทางนักลงทุนของ Warren Buffett

เส้นทางนักลงทุนของ Warren Buffett

เส้นทางนักลงทุนของ Warren Buffett

 

หากจะกล่าวถึงนักลงทุนที่เรียกได้ว่ามีความสำคัญระดับโลกคนหนึ่งคงหนีไม่พ้นชายคนนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ Warren Buffett  เขาถือเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก บัฟเฟตต์ เป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลมากที่สุดในธุรกิจอเมริกัน ซึ่งจากการจัดอันดับของ Forbs 400 ในปีค.ศ. 2021 บัฟเฟตต์ นั้นอยู่ในลำดับที่หกของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยเขามีทรัพย์สินสุทธิ 117 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เดือนมีนาคม ค.ศ.2022) ปัจจุบันเขาเป็นประธานและซีอีโอของบริษัท Berkshire Hathaway

 

บัฟเฟตต์ เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1930 เขามีความสนใจในธุรกิจและการลงทุนตั้งแต่ยังเด็ก เขาสามารถทำรายได้ถึงเดือนละ 175 ดอลลาร์ด้วยการทำงานเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) เมื่อเขาอายุได้ 11 ปี เขาได้ซื้อหุ้น (share) ของบริษัท Cities Service preferred stock ซึ่งเป็นหุ้นของบริษัทน้ำมัน มาในราคา 38 เหรียญดอลลาร์สหรัฐจำนวนหกหุ้น สามหุ้นสำหรับตัวเขาเองและอีกสามหุ้นสำหรับดอร์ริส พี่สาวของเขา ไม่นานนักราคาหุ้นก็ตกลงมาอยู่ที่ 27 ดอลลาร์ ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปที่ 40 ดอลลาร์ ณ ตอนนั้นเองบัฟเฟตต์และพี่สาวของเขาก็ขายหุ้นในทันที ก่อนที่ราคาหุ้นจะพุ่งต่อไปถึง 200 ดอลลาร์ ซึ่งเหตุการณ์เล็ก ๆ นี้ถือเป็นประสบการณ์แรกของการเริ่มเข้าสู่วงการการลงทุน ทุกครั้งที่เล่าถึงเหตุการณ์นี้ บัฟเฟตต์ มักจะกล่าวอยู่เสมอว่าในการลงทุนแต่ละครั้งนั้นนักลงทุนควรมองในระยะยาวและไม่ควรคิดถึงเพียงแค่ผลกำไรในระยะสั้น ๆ เท่านั้น

 

เมื่อย่างเข้าวัยรุ่นในช่วงปีสุดท้ายของโรงเรียนมัธยม บัฟเฟตต์และเพื่อนซื้อเครื่องพินบอลที่ใช้แล้วมาในราคา 25 ดอลลาร์ ซึ่งบัฟเฟตต์ ก็ได้เริ่มคิดหาวิธีที่จะสร้างผลกําไรจากเครื่องพินบอลนี้ จึงได้เอาไปวางไว้ในร้านตัดผมที่รู้จักกัน ระยะเวลาภายในไม่ถึงเดือนเขาก็คืนทุนแถมยังได้กำไรมากมายจนสามารถซื้อเครื่องพินบอลมาเพิ่มอีกสองเครื่อง เขาทำแบบเดิมคือนำเครื่องพินบอลเหล่านั้นไปตั้งในที่ต่าง ๆ นั่นทำให้เขามีกำไรอยู่เรื่อย ๆ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ตัดสินใจขายธุรกิจเล็ก ๆ นี้ให้กับทหารผ่านศึกในราคาราว ๆ 1,200 ดอลลาร์

 

บัฟเฟตต์ เข้าเรียนที่โรงเรียนวาร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ก่อนที่จะย้ายและไปจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเนแบรสก้าเมื่ออายุได้ 19 ปี ต่อมาเขาได้เข้าศึกษาในโรงเรียนธุรกิจของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่ง ณ ที่นี้เองที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาการลงทุนแบบเน้นคุณค่าของนักลงทุนคนสำคัญอย่างเบนจามิน เกรแฮม นั่นทำให้บัฟเฟตต์เริ่มบ่มเพาะความรู้และกลั่นกรองออกมาเป็นรูปแบบและวิธีการในการลงทุนของตัวเขาเอง

 

หลังจากนั้นเขาได้เข้าศึกษาที่สถาบันการเงินของนิวยอร์ก (New York Institute of Finance) เพื่อมุ่งเน้นไปที่ด้านเศรษฐศาสตร์ หลังจากจบการศึกษาเขาได้ถูกชักชวนทำงานตำแหน่งต่าง ๆ ในหลาย ๆ บริษัท ก่อนที่จะเขาจะตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการลงทุนอย่างจริงจังด้วยการก่อตั้งบริษัทของเขาเอง เมื่อปี ค.ศ.1956 ในชื่อว่า Buffett Partnership, Ltd. ซึ่งเกิดจากการร่วมหุ้นของคนในครอบครัวและเพื่อน ๆ

 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1962 บัฟเฟตต์เริ่มเข้ามาซื้อหุ้นของกิจการสิ่งทอบริษัท Berkshire Hathaway ซึ่งในช่วงเวลานั้นราคาหุ้นมีราคาถูกมาก เพียงแค่หุ้นละ 8 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการจบลงของสงครามโลกครั้งที่ 1 สภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ มีการลดการจ้างงาน ส่งผลต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอไปด้วย บัฟเฟตต์ค่อยๆทยอยซื้อหุ้นจนกระทั่งในปี ค.ศ.1965 เขาก็สามารถเข้าซื้อกิจการ Berkshire Hathaway ได้สำเร็จ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ที่ทำผลกำไรตอบแทนอย่างมหาศาลในแต่ละปี

 

อาจกล่าวได้ว่าเส้นทางชีวิตของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย และเขาก็มีความเป็นนักธุรกิจตั้งแต่ยังเด็ก เขามักจะมองเห็นโอกาสของการลงทุนอยู่ในทุกที่อยู่เสมอ ๆ ซึ่งนับว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ลึกซึ้งของนักลงทุนที่ดีที่เหล่านักลงทุนรุ่นใหม่สามารถศึกษาเรียนรู้และนำไปปรับใช้กับการลงทุนของตัวเองได้

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
https://www.thebalance.com/warren-buffett-timeline-356439#citation-6
https://www.investopedia.com/articles/01/071801.asp
https://www.britannica.com/biography/Warren-Edward-Buffett

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน