ธุรกิจ

Nestlé S.A. ภูมิปัญญาจากผืนปฐพีและแผ่นหิมะแห่งสวิสเซอร์แลนด์ บริษัทผู้มีอายุยืนยาวมากกว่า 150 ปี

Nestlé S.A. ภูมิปัญญาจากผืนปฐพีและแผ่นหิมะแห่งสวิสเซอร์แลนด์ บริษัทผู้มีอายุยืนยาวมากกว่า 150 ปี

Nestlé S.A. ภูมิปัญญาจากผืนปฐพีและแผ่นหิมะแห่งสวิสเซอร์แลนด์ บริษัทผู้มีอายุยืนยาวมากกว่า 150 ปี

 

Nestle เป็นบริษัทสวิสเซอร์แลนด์ ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์สินค้าจำพวกอาหาร (ทั้งคนและสัตว์) และเครื่องดื่มที่มีการจำหน่ายทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลก

โดยหลัก ๆ แล้วเรามักจะคุ้นเคยกับแบรนด์สินค้าคุ้นหูอย่างช็อกโกแลต Kitkat , ซอส Maggi , นม Milo , น้ำดื่ม Nestle PureLife , กาแฟ NesCafe/CoffeMate , นม Carnation , ไอศครีม Nestle เป็นต้นครับ

(นอกจากนี้บริษัทยังถือหุ้นในสัดส่วน 23% ในบริษัทเครื่องสำอางอย่าง L’Oréal อีกด้วย)

 

ว่ากันว่า หากเรานำชื่อแบรนด์สินค้าที่ทางเนสท์เล่มีอยู่ในมือเราจะพบว่าบริษัทมีชื่อแบรนด์สินค้าเกือบครอบคลุมตัวอักษรทั้ง 26 ตัวอักษรเลยครับ โดยมีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในมือของตัวเองมากกว่า 2000 แบรนด์ใน 186 ประเทศ

 

สำหรับผลตอบแทนตลอดช่วงชีวิตกว่า 150 ปีของบริษัท บริษัทได้มอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นกว่า 2,458% นับตั้งแต่วันที่เข้าตลาด

 

โดยบริษัทมีงบการเงินย้อนหลังดังต่อไปนี้

ปี 2018

บริษัทมีรายได้ 91,750 ล้านสวิสฟรังก์

บริษัทมีกำไรขั้นต้น 45,680 ล้านสวิสฟรังก์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 49.79%)

บริษัทมีกำไรสุทธิคิดเป็น 10,135 ล้านสวิสฟรังก์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 11.05%)

บริษัทได้มอบผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity) อยู่ที่อัตรา 17.36%

 

ปี 2019

บริษัทมีรายได้ 92,865 ล้านสวิสฟรังก์

บริษัทมีกำไรขั้นต้น 46,218 ล้านสวิสฟรังก์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 49.77%)

บริษัทมีกำไรสุทธิคิดเป็น 12,609 ล้านสวิสฟรังก์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 13.58%)

บริษัทได้มอบผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity) อยู่ที่อัตรา 23.20%

 

ปี 2020

บริษัทมีรายได้ 84,681 ล้านสวิสฟรังก์

บริษัทมีกำไรขั้นต้น 41,840 ล้านสวิสฟรังก์ (คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 49.41%)

บริษัทมีกำไรสุทธิคิดเป็น 12,232 ล้านสวิสฟรังก์ (คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 14.44%)

บริษัทได้มอบผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity) อยู่ที่อัตรา 24.90%

 

 

จากงบการเงินที่ได้แสดงข้างต้นทำให้เราได้ข้อสังเกตหนึ่ง ว่าบริษัทเองมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สม่ำเสมอมากในสัดส่วนที่ราว ๆ 49% ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี ท่ามกลางวิกฤติเอง บริษัทก็ได้ทำกำไรในระดับที่ไม่ได้ด้อยกว่าปีที่พบวิกฤติเลย

 

เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการบริหารจัดการภายในค่อนข้างดีจากความส่ำเสมอของอัตรากำไรขั้นต้นรวมถึงการคุมอัตรากำไรสุทธิได้ในระดับเลข 2 หลัก กอปรกับสามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีการแข่งขันรุนแรงจากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

 

ทุกวันนี้ สิ่งที่บริษัทยังทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อความยั่งยืน คือการพัฒนาสินค้าแบรนด์ของตัวเองเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมถึงขยายพอร์ตฟอริโอแบรนด์ผ่านการเข้าควบรวมกิจการอย่างสม่ำเสมอ (ล่าสุดนี้คือ The Bountiful Company ผู้ประกอบธุรกิจอาหารเสริมสุขภาพ) เพื่อเติมเต็มศักยภาพในการแข่งขันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเครือผ่าน Know How ของบริษัทที่ควบรวมเข้าไปด้วย

 

นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังได้ทำโปรเจค Synergy กับพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย เช่น เป็นพาร์ทเนอร์กับร้านกาแฟสตาร์บัคในการจำหน่ายนมสดสูตรพิเศษ เป็นต้น

 

จากรายงานล่าสุดของบริษัท เราจะพบว่าหมวดหมู่สินค้าที่เติบโตในระดับ 10% ของบริษัท

โดยประกอบด้วยเครื่องดื่มแบบผง(Powdered and Liquid Beverages) เติบโต 11.0%

หมวดของหวาน (Confectionery) เติบโต 11.0%

หมวดอาหารสัตว์ (Pet Care) เติบโต 10.3%

และหมวดหมาสินค้าที่มอบ Operating Margin ให้บริษัทสูงที่สุด 3 อันดับแรกก็คือ

หมวดผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม(Milk productsand Ice cream) ที่ 25.2%

หมวดเครื่องดื่มแบบผง(Powdered and Liquid Beverages) ที่ 24.9%

หมวดอาหารสัตว์ (Pet Care) ที่ 21.2%

 

 

โดยเป้าหมายด้านการเงินหลัก ๆ ของบริษัทจะเป็นการเพิ่มยอดขายให้เติบโตแบบ Organic ปีละราว ๆ 5-7% การทำ Portfolio Mix ปรับปรุงสายการผลิตกระบวนการภายใน ทำ R&D รวมถึงการทำ Marketing เพื่อดึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รับรู้แก่ผู้บริโภค จากกระบวนการทั้งหลายนี้นำมาซึ่ง Real Internal Growth (RIG) ของผลิตภัณฑ์ในแต่ละหมวด และที่เป็นไม้เด็ดของทางเนสท์เล่คือความสามารถในการบายพาสผลกระทบจากเงินเฟ้อผ่านตัวราคาสินค้า

เมื่อประกอบร่างระหว่าง Real Internal Growth กับการปรับราคา (Pricing) นี้เองครับที่เป็น 2 ตัวชับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตแบบยั่งยืนแก่บริษัท และเป็นบรรทัดฐานแกนกลางที่ฝ่ายบริหารต้องควบคุมดูแลอย่างรัดกุม

 

เนสท์เล่ถือเป็นสมบัติชิ้นงามของแผ่นดินและผืนหิมะที่สวิสเซอร์แลนด์ได้มอบคุณค่าให้แก่โลกนี้ผ่านทั้งสินค้า ทั้งผลตอบแทนแก่นักลงทุนอย่างแน่แท้ บางทีบริษัทดี ๆ อาจถูกสร้างมาจากภูมิปัญญาที่ผืนปฐพีได้มอบให้ประเทศก็ได้ โดยเนสท์เล่เองก็แสดงให้เห็นผ่านการนำพืชผลและสิ่งที่มีอยู่ในประเทศออกมาให้เกิดสินค้าที่ช่วยผลักดันให้บริษัทเป็นบริษัทระดับโลก

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

Financial Analysis (koyfin.com)

https://www.nestle.com/brands

https://www.nestle.com/investors/presentations

Speaking through our brands | Nestlé Annual Report (nestle.com)

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน