ธุรกิจ

ผู้ชนะท่ามกลางความขัดแย้ง เมื่อจีนเป็นที่หนึ่งด้านการส่งออกรถ เพราะผลประโยชน์จากสงคราม

ผู้ชนะท่ามกลางความขัดแย้ง เมื่อจีนเป็นที่หนึ่งด้านการส่งออกรถ เพราะผลประโยชน์จากสงคราม

ผู้ชนะท่ามกลางความขัดแย้ง เมื่อจีนเป็นที่หนึ่งด้านการส่งออกรถ เพราะผลประโยชน์จากสงคราม

 

ความขัดแย้งใดก็ตามบนโลกใบนี้มักเกิดขึ้นจากการต่อรองผลประโยชน์ รัสเซียทำสงครามกับยูเครนเพราะต้องการแสดงอำนาจและอ้างสิทธิในดินแดน อย่างไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องในสงครามไม่ได้มีเพียงแค่คู่ขัดแย้งโดยตรง แต่ยังรวมถึงเหล่าผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ประเทศที่น่าจับมองมากที่สุดก็คือจีน ผลประโยชน์ที่จีนได้จากการสนับสนุนรัสเซียมีอยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือการก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกรถอันดับหนึ่ง แซงหน้าญี่ปุ่นได้ในที่สุด [1, 2, 3]

 

ในปี ค.ศ. 2022 ที่ผ่านมา จีนส่งออกรถยนต์มากเป็นอันดับสองของโลกในจำนวน 3.2 ล้านคัน นับเป็นอันดับสองของโลก แต่ในช่วงไตรมาสแรกของปี ค.ศ. 2023 นี้ ยอดการส่งออกของจีนมีจำนวน 1.07 ล้านคัน นับว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วมากถึงร้อยละ 58 ในขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแชมป์ส่งออกรถอันดับหนึ่งทำยอดได้เพียง 954,185 คัน ยอดการขายของจีนที่เพิ่มขึ้นจนแซงหน้าญี่ปุ่นได้เกิดขึ้นจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าของรัสเซียที่เพิ่มมากขึ้น แต่กลับถูกชาติตะวันตกและญี่ปุ่นคว่ำบาตร จีนจึงเข้าไปมีบทบาทในการส่งออกรถให้แก่รัสเซีย การให้ความช่วยเหลือรัสเซียครั้งนี้ส่งผลดีต่อกิจการส่งออกรถของจีนไปโดยปริยาย

 

นอกเหนือจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน จะเป็นประโยชน์ต่อจีนแล้ว สงครามการต่อสู้กับโรคระบาดก็มีส่วนโจมตีให้การผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นอ่อนแอลงด้วยเช่นกัน โรงงานของญี่ปุ่นมีผลการดำเนินงานน้อยลงตั้งแต่โควิด-19 แพร่ระบาด ค่า PMI ในเดือนกุมภาพันธ์ร่วงตกลงอยู่ที่ 47.7 จากเดือนมกราคมที่มีค่า PMI อยู่ที่ 48.9 นับเป็นการร่วงตกลงอย่างรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 2020 นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก รวมถึงการเรียกร้องค่าแรงเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนค่าครองชีพที่สูงขึ้นของแรงงาน ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเสียหายอย่างต่อเนื่อง

 

ในทางกลับกัน กิจการโรงงานของจีนกลับเฟื่องฟูขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจีนจะมีมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของภาคการผลิตมาระยะใหญ่ แต่ค่า PMI ของจีนในเดือนกุมภาพันธ์กลับเพิ่มไปถึง 52.6 จากเดือนมกราคมที่มีค่า PMI อยู่ที่ 50.1 นับเป็นการเติบโตที่รวดเร็วนับตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2012 เป็นต้นมา จากค่า PMI ดังกล่าวนี้ จะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มจะเติบโตดีขึ้นหลังการแพร่ระบาด แต่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นกลับร่วงตกลงอย่างชัดเจน การเดินเกมให้ความช่วยเหลือรัสเซียอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของจีนกลับมาฟื้นตัวได้เร็วหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่จีนทุ่มเทพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งก็ยังมีส่วนสำคัญที่จะทำให้จีนมีแนวโน้มที่จะสามารถครองแชมป์การส่งออกรถไว้ได้ต่อไป ต่อจากนี้ เราคงได้แต่จับตาดูกันต่อไปว่า ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซียและยูเครน ใครจะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากสงครามที่ยังไม่จบครั้งนี้ และจีนจะรักษาแชมป์การส่งออกรถต่อไปได้อย่างไร

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , และ WEBSITE

 

อ้างอิง
[1] Michael Harley. (May 22, 2023). China Overtakes Japan As The World’s Biggest Exporter Of Passenger Cars. Retrieved from https://www.forbes.com/sites/michaelharley/2023/05/22/china-overtakes-japan-as-the-worlds-biggest-exporter-of-passenger-cars/?sh=34d99c572c4f
[2] BBC. (May 19, 2023). China overtakes Japan as world’s top car exporter. Retrieved from https://www.bbc.com/news/business-65643064
[3] Peter Hoskins. (March 1, 2023). Chinese factories boom while Japan’s are in reverse. Retrieved from https://www.bbc.com/news/business-64807491

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน