ธุรกิจ

Vincent Van Gogh ผลงานความบิดเบี้ยวในจิตใจที่ขายได้เมื่อไร้ซึ่งชีวิต

Vincent Van Gogh ผลงานความบิดเบี้ยวในจิตใจที่ขายได้เมื่อไร้ซึ่งชีวิต

Vincent Van Gogh ผลงานความบิดเบี้ยวในจิตใจที่ขายได้เมื่อไร้ซึ่งชีวิต

 

หลายยุคหลายสมัยที่งานศิลปะยังคงเป็นภาพสะท้อนของความเป็นไปในสังคม และความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้น หรือแม้แต่การสะท้อนเรื่องราวชีวิตของเจ้าของภาพ ที่ประสบกับความแร้นแค้นและความทุกข์ทนกับอาชีพที่เลือกเดิน เพราะดูเหมือนอาชีพศิลปินและความยากจนในสมัยก่อนนั้นจะเป็นของคู่กัน หนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากคนหนึ่งของโลก กับชีวิตที่อาภัพและแสนรันทดประกอบกับสภาวะทางจิตใจที่อาจจะไม่ปกติ เขาคือจิตกรชาวดัชท์ผู้ขับเคลื่อนศิลปะแนว Post-Impressionism ที่มีชื่อว่า Vincent Van Gogh หรือที่รู้จักกันในชื่อ แวน โกะห์ นั่นเอง

 

แวน โกะห์ เกิดเมื่อราวปี ค.ศ. 1853 ในครอบครัวที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงและมั่งคั่งในประเทศเนเธอแลนด์ มีน้อง ๆ ทั้งหมด 5 คนโดยตัวเขาเองเป็นคนโตสุด แต่เขากลับเป็นคนที่มีชีวิตล้มเหลวที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด ชีวิตวัยเด็กของเขาก็ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรือน่าสนใจมากนัก เมื่อ แวน โกะห์ อายุได้ 16 ปี เขาก็ได้เริ่มงานแรกใน แกลอรี่ขายภาพ Goupil et Cie. ซึ่งลุงของเขาได้ถือหุ้นอยู่ ตลอดหลายปีที่เขาทำงานและย้ายไปประจำตามสาขาต่าง ๆ ในหลายประเทศ เขาก็เริ่มที่จะหมดไฟและหมดความทะเยอทะยานต่อหน้าที่การงานและหันไปหมกมุ่นอยู่กับหลักศาสนาและหลักปรัชญาที่ก่อให้เกิดความศรัทธาอย่างสุดโต่ง อาจจะเป็นเพราะเขาถูกปฏิเสธความรักจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้เธอไปจนหมด หรืออาจจะเป็นเพียงแค่เขานั้นเกิดความศรัทธาต่อหลักศาสนาอย่างแรงกล้าและอยากที่จะเดินตามรอยพ่อของเขาที่เป็นบาทหลวง จนทำให้เขาสนใจงานน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นละเลยต่อหน้าที่และถูกไล่ออกจากงานขายภาพในที่สุด

 

ชีวิตตกงานของ แวน โกะห์ ในวัย 23 ปี เขารู้สึกเคว้งคว้างและไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต เขาเขียนจดหมายพร้อมกับวาดรูปหรือภาพลายเส้นต่าง ๆ ลงในจดหมายเพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้ Theo van Gogh น้องชายรู้ถึงความเป็นไปของเขา แวน โกะห์ ตัดสินใจสอบเข้าเรียนในคณะศาสนวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม เพราะเขาปรารถนาที่จะศึกษาด้านศาสนาและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่น จึงนับว่าเป็นจุดหมายใหม่ในชีวิตเลยทีเดียวที่จะเดินตามรอยเท้าพ่อของเขา แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้งเมื่อเขาไม่ผ่านการทดสอบเพื่อจะได้เป็นนักบวชอย่างสมบูรณ์ เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปเขตเหมืองถ่านหิน ทางตอนใต้ของเบลเยี่ยมเพื่อเผยแผ่ศาสนาด้วยการทำหน้าที่เป็นนักเทศน์ เขาช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ ด้วยการมอบอาหารและเงินให้จนหมดตัว ส่วนตนเองกลับอยู่อย่างยากลำบากและล้มป่วย แม้ชาวบ้านจะซาบซึ้งและรักเขา แต่ทางวัดมองว่าเป็นเรื่องประหลาดและไม่เหมาะสม สุดท้ายจึงถูกไล่ออกจากการเป็นนักเทศน์ เรียกได้ว่า  แวน โกะห์ นั้นล้มเหลวในอาชีพและความฝันในทุก ๆ ด้านกันเลยทีเดียว

 

แวน โกะห์ ยังคงใช้ชีวิตอย่างยากจนข้นแค้นที่เหมืองแห่งนั้น จนกระทั่งน้องชายของเขาได้เสนอให้เขามาเอาดีด้านการวาดภาพ เพราะเห็นว่า แวน โกะห์ นั้นเองก็มีฝีมือโดยดูจากจดหมายที่มักจะมีการวาดภาพแบบร่างต่าง ๆ มาในจดหมายเสมอ เขากลับมากระตือรือร้นและเริ่มมีไฟที่จะศึกษาศิลปะอย่างจริงจังเมื่อปี ค.ศ.1880 โดยเริ่มวาดจากสิ่งที่เขาพบ เห็น และประทับใจ ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเหมือนหรือภาพจริงของคนงานเหมืองและวิถีชีวิตที่เขาพบเจอ ผลงานของเขาในตอนนั้นจะเป็นแนวสัจนิยม ที่เน้นถึงความเหมือนจริงและการใช้สีที่เน้นไปทางสีทึมและหม่อ เขาเริ่มหมกมุ่นและทุ่มเทให้กับงานศิลปะของเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา และยังได้รับการสนับสนุนด้านอุปกรณ์การวาดภาพต่าง ๆ รวมถึงเงินบางส่วนเพื่อจุนเจือชีวิตจาก Theo น้องขายของเขา

 

อาชีพศิลปินของ แวน โกะห์ ทำให้เขาได้ติดตามผลงานของศิลปินอื่น ๆ รวมถึงเดินทางไปศึกษาด้านศิลปะมากมายหลายที่ ทำให้เขาพบเจอ Paul Gauguin พวกเขากลายเป็นเพื่อนเป็นคู่หูที่ถูกคอ และเช่าบ้านเพื่อวาดภาพด้วยกัน ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีแต่ก็ทะเลาะกันบ่อยด้วยการที่ความเห็นไม่ตรงกัน จุดแตกหักของทั้งสองมาถึงเมื่อ แวน โกะห์ คว้ามีดไล่ทำร้าย Paul Gauguin และใช้มีดนั้นตัดใบหูของตัวเอง ทำให้ Paul Gauguin กลัวแทบบ้าถึงกับเก็บข้าวของย้ายออกจากบ้านทันทีพร้อมกับนำเรื่องไปบอก Theo ถึงความวิปริตในตัว แวน โกะห์ ส่วนใบหูที่ แวน โกะห์ ตัดทิ้งนั้น เขาได้นำมันใส่กล่องไปมอบให้กับโสเภณีที่เขาใช้บริการเป็นประจำ

 

อาการป่วยทางจิตของเขาดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน แต่เขาก็ยังคงวาดภาพเรื่อยมาไม่เคยหยุด ทุกความผิดปรกติและความบิดเบี้ยวในจิตใจถูกถ่ายทอดออกมาอย่างแปลกใหม่ ด้วยสีที่ฉูดฉาดและจัดจ้าน  แวน โกะห์ ทุกข์ทรมานกับสภาวะทางจิตที่ผิดปรกติ ประกอบกับความผิดหวังต่าง ๆ ในชีวิตที่ล้มเหลวซ้ำซาก เขาเข้าออกโรงพยาบาลจิตเวชหลายครั้ง และบางครั้งชาวบ้านในละแวกบ้านเขาต่างก็หวาดกลัว แวน โกะห์  ทำให้เขาต้องย้ายไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช แต่การรักษาก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อ Theo ได้ขอร้องให้ทางโรงพยาบาลอนุญาตให้พี่ชายของเขาได้วาดภาพอย่างที่ชอบจนอาการดีขึ้นและได้ออกจากโรงพยาบาลในที่สุด แต่อาการเหล่านั้นกลับไม่เคยหายไป มันยังคงหลอกหลอนเขาอยู่เรื่อยมาจนแทบคลุ้มคลั่ง

 

27 กรกฎาคม ค.ศ. 1890 แวน โกะห์ ใช้ปืนยิงตัวเองและเสียชีวิตในอีกสองวันต่อมาด้วยวัย 37 ปี ในอ้อมกอดของ Theo น้องชายที่คอยโอบอุ้มเขาเสมอมา แวน โกะห์ สร้างสรรค์ผลงานมากมายในเวลาไม่กี่ปีทั้งภาพร่างดินสอ ภาพสีน้ำและสีน้ำมันรวมแล้วกว่าสองพันภาพ เขาพยายามขายผลงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ทั้งชีวิตครั้งเมื่อยังมีลมหายใจ เขากลับขายภาพได้เพียงภาพเดียว นั้นคือภาพ Red Vineyards at Arles ถูกขายไปในราคา 400 ฟรังก์ (ประมาณ 13,000 บาท) ให้กับศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง

 

ชื่อภาพ Red Vineyards at Arles
ที่มา : https://sirawichkwanbua.blogspot.com/

 

ปัจจุบัน แวน โกะห์ กลายเป็นศิลปินชื่อดังระดับโลก เขาทิ้งไว้เพียงผลงานอันทรงคุณค่าที่มีมูลค่าสูงถึง 40 – 80 ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าคิดเป็นเงินไทยมูลค่าจะอยู่ที่พันล้านเหรียญเลยทีเดียว ส่วนภาพที่มีมูลค่าสูงที่สุดของ แวน โกะห์ คือ Portrait of Dr. Gachet มีราคา 137.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (4.2 พันล้านบาท) เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ตัวเขานั้นไม่มีทางได้รู้เลยว่าการเป็นที่ยอมรับเป็นอย่างไร ความสำเร็จที่เขาโหยหามาตลอดได้เกิดขึ้นแล้วอย่างท่วมท้น โดยที่เขาไม่มีทางได้สัมผัสกับมัน แต่ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือการที่เขาได้จากโลกนี้ไปอย่างผู้แพ้ และสูญสลายกลายเป็นธุลีไปพร้อมกับความสิ้นหวังในจิตใจอย่างไม่อาจกลับคืน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

https://www.vincentvangogh.org/biography.jsp

https://www.biography.com/artist/vincent-van-gogh

https://sirawichkwanbua.blogspot.com/

https://www.youtube.com/watch?v=RILermCITq0

https://adaymagazine.com/van-gogh-life-and-art

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน