เศรษฐกิจ

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปี

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปี

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปี

 

สามนักวิเคราะห์จากสามธนาคารพาณิชย์ใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รายงานสถานการณ์เงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 5 ปี

 

โดยนางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ถึงจุดที่เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปีแล้ว และ นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยในทางเดียวกันว่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปี 3 เดือน แตะระดับ 33.12 บาท ส่วนฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า การที่เงินบาทอ่อนค่าลงนี้ ซ้ำเติมความน่ากลัวท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย

 

ทั้งนี้นักวิเคราะห์จากหลายแหล่งเห็นไปในทางเดียวกันว่า การอ่อนค่าของเงินบาทนั้นมาจากปัจจัยทั้งนอกประเทศและในประเทศ

 

สำหรับปัจจัยนอกประเทศนั้น สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากกระแสเงินทุนไหลออกและการปิดรับความเสี่ยงทั่วโลกท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการใช้ยาแรงในการคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางหลายแห่งซึ่งต้องแลกด้วยการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่การฟื้นตัวของแต่ละประเทศแตกต่างกัน

 

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าความเชื่อมั่นในการลงทุนปรับตัวลดลง เป็นผลมาจากภาวะค่าครองชีพที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นซ้ำเติมกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ ขณะที่ผู้ประกอบการไม่มีความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ

 

ขณะที่แนวโน้มเงินบาทในครึ่งปีหลังยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจดี และการท่องเที่ยวฟื้นตัว อาจทำให้เงินบาทกลับมาฟื้นคืนได้อีกครั้ง โดยช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสินทรัพย์ตลาดหุ้นไทยและพันธบัตรไทยรวมกันแล้วกว่า 2,603 ล้านบาท

 

ฝั่ง ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เงินบาทเป็นการอ่อนค่าในระดับกลาง ๆ เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น เช่น เงินเยน เงินวอน และเงินเปโซ เป็นต้น ที่มีทิศทางการอ่อนค่ามากกว่าเงินบาท

 

โดยปัจจัยหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เงินบาทอ่อนค่ายังมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยยังไม่เห็นเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายที่เป็นจำนวนมากอย่างผิดปกติ เป็นเรื่องของค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จนส่งผลให้เงินบาทอ่อนลง และเมื่อมองไปในระยะข้างหน้า ก็เป็นไปได้ที่ค่าเงินดอลลาร์อาจจะกลับมาอ่อนค่าอีก หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มเปลี่ยนแปลง และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำเนินการนอกเหนือจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้

 

ทางธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถปรับตัวไปทิศทางเป็นไปตามกลไกตลาด ดอลลาร์แข็งเมื่อไร แนวโน้มบาทก็จะอ่อนค่า ถ้าดอลลาร์อ่อน แนวโน้มบาทก็จะแข็งค่า และมั่นใจว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีข้อจำกัดในการที่จะเข้าไปดำเนินการตรงนี้

 

จึงเป็นที่ต้องจับตามองกันต่อไปว่าสถานการณ์ค่าเงินบาทจะปรับตัวไปตามปัจจัยต่าง ๆ อย่างไรบ้าง และที่สำคัญคือผู้เล่นในตลาดหรือนักลงทุนจำเป็นต้องรู้เท่าทันปัจจัยแวดล้อมเพื่อลดความเสี่ยงเชิงลบที่เกิดจากการลงทุนด้วย

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
Bangkokbiznews, เงินบาทวันนี้เปิดอ่อนค่าสุดรอบ5ปีกว่าครั้งใหม่ ที่ 35.94 บาทต่อดอลลาร์, อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/business/1013880
ประชาชาติธุรกิจ, บาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปี กังวลเศรษฐกิจโลกถดถอย, อ้างอิงจาก https://www.prachachat.net/finance/news-974289
Dailynews, เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปี 3 เดือน ลุ้นผลเฟดขึ้นดอกเบี้ยคืนนี้, อ้างอิงจาก https://www.dailynews.co.th/news/1147765/
Moneyandbannking.co, ผู้ว่าธปท.เผยเงินบาทอ่อนค่า 7% มากที่สุดในรอบ 7 ปี ย้ำพร้อมดูแลใกล้ชิด, อ้างอิงจาก https://www.moneyandbanking.co.th/article/news/bot-baht-depreciation-110765

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน