เศรษฐกิจ

ภาวะเงินฝืดคืออะไร (Deflation)

ภาวะเงินฝืดคืออะไร (Deflation)

ภาวะเงินฝืดคืออะไร (Deflation)

 

ภาวะเงินฝืด (Deflation) คือ ภาวะที่ราคาทั่วไปของสินค้าและบริการลดลง เป็นภาวะที่อัตราเงินเฟ้อติดลบ หรือ อธิบายอย่างง่าย ๆ ว่าเป็นภาวะที่ตรงกันข้ามกับภาวะเงินเฟ้อ นั่นเอง โดยเมื่อเกิดขึ้นแล้วมูลค่าของสกุลเงินจะเพิ่มขึ้น ทำให้มีกําลังซื้อเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้มากขึ้นด้วยเงินจํานวนเท่าเดิม ส่วนราคาของสินค้าและบริการที่ลดลงนั้นอาจจะไม่ได้หมายถึงทุก ๆ สินค้า และการบริการ แต่หมายถึงค่าเฉลี่ยโดยรวมที่ลดลง โดยอาจยังมีบางส่วนที่ราคาสูง และบางส่วนราคาต่ำลง

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะเงินฝืดนั้นมีสาเหตุมาจากหลายประการด้วยกัน เช่น การเพิ่มขึ้นของอุปทาน การหดตัวของอุปสงค์ มาตรการปรับเพิ่มภาษี การดำเนินนโยบายและการคลังของรัฐบาลที่ผิดพลาด การลดลงของต้นทุน อัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง สภาพคล่องทางการเงินเกิดการตึงตัว และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เป็นต้น

 

ถึงแม้ว่า “ภาวะเงินฝืด” เมื่อดูเผิน ๆ แล้วนั้น ทำให้รู้สึกว่าเป็นภาวะที่ดี แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่กล่าวว่า หากเกิดภาวะเงินฝืดขึ้นอย่างกระทันหัน ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาทางเศรษฐกิจที่สามารถทำให้เกิดภาวะถดถอยและทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้

 

ภาวะเงินฝืดสามารถวัดได้โดยใช้ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่ติดตามแนวโน้มของผู้บริโภค รวมถึงราคาสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาจากช่วงเวลาหนึ่งไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง ตัวชี้วัดที่ถูกนำมาใช้วัดภาวะเงินฝืดที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index : CPI) ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงค่าเฉลี่ยของ ตะกร้าสินค้า หรือ Market Basket ซึ่งเป็นคำเฉพาะที่หมายถึงกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค และบริการที่กำหนด

 

โดยเป็นการเปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการอย่างเดียวกันกับช่วงปีฐาน (Base Year) ซึ่งจะเป็นปีที่มีเลขดัชนีเท่ากับ 100 นอกจาก CPI จะถูกใช้ในการวัดภาวะเงินฝืดแล้วนั้นยังสามารถนำมาใช้ในการวัดภาวะเงินเฟ้อได้อีกด้วยเช่นกัน

 

ภาวะเงินฝืดมักจะเกิดขึ้นในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก เพราะจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบมากมายต่อระบบเศรษฐกิจ เช่น

 

1. เพิ่มอัตราการว่างงาน ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการที่เมื่อระดับราคาสินค้าและบริการลงลง นั่นจึงหมายถึงส่วนของกำไรที่ลดลงตามไปด้วย ผู้ผลิตและผู้ให้บริการมักจะลดต้นทุนการผลิตด้วยการเลิกจ้างพนักงาน

 

2. การเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่แท้จริงของหนี้ (real value of debt) โดยภาวะเงินฝืดมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทําให้มูลค่าที่แท้จริงของหนี้เพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายในช่วงเวลานั้น ๆ

 

3. เกิดภาวะเงินฝืดขั้นรุนแรง (Deflation spiral)

 

เนื่องมาจากประชาชนคาดการณ์ว่าราคาสินค้าและบริการน่าจะลดต่ำลงไปอีกจากเดิม ทำให้พยายามที่จะเก็บเงินไว้ ฝ่ายผู้ผลิตก็ยิ่งต้องลดราคาสินค้า ลดต้นทุนการผลิต มีการลดการจ้างงาน เมื่อประชาชนตกงานก็ยิ่งทำให้กำลังซื้อลดลงไปอีก ผู้ผลิตก็ต้องพยายามหาวิธีลดราคาและต้นทุนอีกครั้ง กลายเป็นเกิดผลกระทบแบบเชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์แบบลูกโซ่จนยากที่จะแก้ไข ทำให้ปริมาณเงินในระบบลดน้อยลง และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
https://corporatefinanceinstitute.com/resources/knowledge/economics/deflation/
https://economictimes.indiatimes.com/definition/deflation
https://www.investopedia.com/articles/personal-finance/030915/why-deflation-bad-economy.asp

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน