เศรษฐกิจ

5 ความเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจปี 2565 จากสายตานักวิเคราะห์กระทรวงการคลัง

5 ความเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจปี 2565 จากสายตานักวิเคราะห์กระทรวงการคลัง

5 ความเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจปี 2565 จากสายตานักวิเคราะห์กระทรวงการคลัง

 

พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 โดยคาดว่า GDP จะขยายตัวได้ที่ 1.2% (มีช่วงคาดการณ์ที่ 0.9-1.4%) ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประมาณการครั้งก่อน ณ เดือนตุลาคม ที่ 1% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมาฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ จากปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ การส่งออกสินค้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศที่ปรับดีขึ้นและการเร่งกระจายวัคซีนที่มีความครอบคลุมมากขึ้น

 

โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวที่ 0.2% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวที่ 3.7% ขณะที่มูลค่าการส่งออกคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 19% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Disruption) ที่ทยอยคลี่คลายลง

 

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2565 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ในช่วง 4% ต่อปี (มีช่วงคาดการณ์ที่ 3.5-4.5%) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายในประเทศที่ขยายตัวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เริ่มมีผลกระทบในวงจำกัด

 

ความไม่แน่นอนและความไม่สมดุลในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะยังดำเนินต่อไป ซึ่งเป็นความท้าทายต่อการประมาณการเศรษฐกิจ ตัวเลขจะแตกต่างกันมากจากการประเมินจากหลายสำนัก มีความเป็นไปได้สูงที่นักเศรษฐศาสตร์จะต้องปรับตัวเลขประมาณการกันอยู่ตลอดปี

 

โดยมี 5 ปัจจัยหลัก ที่ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นห่วง ได้แก่

1. ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ทั้งสายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ และสายพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต เป็นงานท้าทายของภาครัฐที่จะออกมาตรการเพื่อบรรเทาปัญหาจากการระบาดอย่างทันท่วงที รวมถึงการใช้งบประมาณที่เหมาะสม

2. ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและการเงินโลก เช่น การส่งสัญญาณปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในหลายประเทศจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เริ่มชะลอการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยพบว่านโยบายภาครัฐที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ จะมีส่วนสำคัญมากต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่มองไปข้างหน้ารัฐบาลแต่ละประเทศจะเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากต้องรักษาวินัยการคลังไว้ ซึ่งมาตรการรัดเข็มขัดนี้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงในระยะข้างหน้า

3. ตลาดแรงงานยังคงฟื้นตัวไม่เต็มที่ จึงเป็นข้อจำกัดสำหรับการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และความสามารถในการชำระหนี้สินของภาคครัวเรือนที่ยังคงมีความเปราะบาง อีกทั้งบริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกมีแนวโน้มปรับย้ายฐานการผลิต พึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศลดลง พึ่งพาวัตถุดิบจากในประเทศมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงขาดแคลนวัตถุดิบนำเข้าจนกระทบการผลิตสินค้า กระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีแนวโน้มให้เกิดการปรับเปลี่ยนฐานการผลิตทั่วโลก ประเทศไทยในฐานะเป็นแหล่งลงทุนเพื่อผลิตสินค้าขั้นกลาง มีบริษัทผู้ผลิตสินค้าขั้นกลางจำนวนมาก เสี่ยงสูญเสียคำสั่งซื้อและถูกย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น การย้ายฐานการผลิตและการลงทุนเสี่ยงกระทบการจ้างงานในประเทศ

4. ปัญหาข้อจำกัดในห่วงโซ่อุปทานการผลิต (Supply Disruption) เช่น การขาดแคลนอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่อาจยืดเยื้อ

5. ราคาพลังงานและน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

The Standard, ‘คลัง’ ประเมิน GDP ไทยปี 65 โต 4% พร้อมจับตา 5 ความเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจฟื้นตัว. 28 มกราคม 2022, อ้างอิงจาก https://thestandard.co/mof-estimate-thailand-gdp-2022/?fbclid=IwAR0kRopwLwcXIvOWZfbRmNVDwAbNHZX4QTnFnPApwpZrSVMXKL5XLarGoF8
BangkokBizNews.com, 5 ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย 2565, 28 ธันวาคม 2564, อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/business/979579
ประชาชาติธุรกิจ, 5 ความเสี่ยง กระทบปี 2565 นักลงทุนต้องจับตา, 24 ธันวาคม 2564,อ้างอิงจาก https://www.prachachat.net/finance/news-828544

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน