เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของเยอรมนีพึ่งพิงจีนมากไปหรือเปล่า

เศรษฐกิจของเยอรมนีพึ่งพิงจีนมากไปหรือเปล่า

เศรษฐกิจของเยอรมนีพึ่งพิงจีนมากไปหรือเปล่า ?

 

ในโลกที่แต่ละชาติไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว การทำธุรกิจการค้าพึ่งพาซึ่งกันและกันไม่นับเป็นเรื่องแปลก แต่หากน้ำหนักของการทำธุรกิจนั้นถ่ายเทไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจนเกินไป ก็อาจกลายเป็นประเด็นให้เกิดความสงสัยได้ ไม่นานมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีและจีนเริ่มถูกตั้งคำถามขึ้นมาว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีนั้น พึ่งพาจีนมากเกินไปหรือเปล่า

 

เหตุใดการค้าระหว่างเยอรมนีและจีนจึงถูกตั้งคำถาม ?

ในสถานการณ์ที่รัสเซียรุกรานยูเครน กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปล้วนไม่เห็นด้วยและประณามการกระทำของรัสเซีย รวมถึงเยอรมนี แต่ในขณะเดียวกัน จีนที่สนับสนุนรัสเซียและมีทีท่าว่าจะรุกรานไต้หวันในลักษณะเดียวกันกลับกลายเป็นประเทศที่เยอรมนีเลือกคบค้ามากที่สุด ในช่วง 6 เดือนแรกของปีค.ศ. 2022 นี้ เยอรมนีทุ่มเงินลงทุนในจีนไปมากกว่า 10 พันล้านยูโร ความน่าสนใจของตลาดจีนและแนวโน้มการทำกำไรให้ได้มหาศาลมีส่วนในการกวักมือเรียกให้เยอรมนีทุ่มทุนเพิ่มขึ้น จากช่วงครึ่งปีก่อนที่ลงทุนไปเพียง 6 พันล้านยูโรเท่านั้น [1]

 

แต่การลงทุนในจีนนั้น ไม่แน่ว่าจะราบรื่นเสมอไป เหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ของจีน รวมถึงการรุกรานไต้หวันเรียกร้องให้เยอรมนีต้องออกมาแสดงจุดยืนตรงข้ามกันกับจีนหลายครั้ง สถานการณ์ที่โลกร่วมกันกดดันจีนจะทำให้เยอรมนีซึ่งลงทุนในจีนต้องตกที่นั่งลำบาก แต่ถึงอย่างนั้น เยอรมนีก็ยังคบค้ากับจีนอย่างต่อเนื่อง โดยจีนยังคงเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของเยอรมันเช่นเดียวกับเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเยอรมนีจึงเป็นทั้งพันธมิตร คู่แข่งขัน และคู่ปรับเชิงระบบ [2]

 

แต่ในลักษณะความสัมพันธ์เช่นนี้ แน่นอนว่าเยอรมนียังคงเป็นผู้ได้ประโยชน์ ในปีค.ศ. 2021 เยอรมนีมีรายได้ทั้งจากการนำเข้าและส่งออกสินค้ากับจีนรวมมูลค่ามากถึง 245 พันล้านยูโร [3] การพึ่งพาจีนทำให้เยอรมนีมีรายได้ แต่ในขณะเดียวกัน เยอรมนีก็เริ่มถูกตั้งคำถามต่อมาว่า ในการทำธุรกิจร่วมกันกับจีน เยอรมนีเป็นฝ่ายพึ่งพิงจีนมากกว่าหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น เยอรมนีจะเป็นฝ่ายถูกควบคุมในเกมการเมืองของจีนต่อไปหรือไม่ หรือร้ายกว่านั้น หากจีนได้รับผลกระทบจากมาตรการกดดันคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เยอรมนีจะเป็นฝ่ายที่ล้มลงไปพร้อมกับจีนหรือไม่ [1]

 

แม้ว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างเยอรมนีและจีนจะยังคงดำเนินไปได้อย่างดี แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจของเยอรมนีก็ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า เยอรมนีไม่ควรทุ่มเทเงินลงทุนไปที่จีนมากจนเกินไป การห้ามไม่ให้เยอรมนีค้าขายกับจีนเลยนั้นไม่มีวันเป็นไปได้ แต่เยอรมนีก็ควรเลือกพิจารณาลงทุนในประเทศเอเชียอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือแม้แต่ประเทศไทย ในมุมมองของสหภาพยุโรปแล้ว เยอรมนีสามารถพัฒนาประเทศเหล่านี้ให้เป็นคู่ค้าและเป็นตลาดสำหรับการนำเข้าส่งออกสินค้าได้เช่นกัน [4]

 

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเยอรมนีจะเลือกอย่างไร เราคงได้แต่จับตาดูกันต่อไปว่า ตาชั่งการค้าระหว่างเยอรมนีและจีนจะสมดุลต่อไปได้อย่างไร และจะเป็นอย่างไร หากมีด้านใดด้านหนึ่งที่เอียงไปจนยากจะกลับมารักษาสมดุลของตัวเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
[1] Reuters. (August 19, 2022). German dependence on China growing “at tremendous pace” – IW. Retrieved from https://www.reuters.com/world/german-dependence-china-growing-tremendous-pace-iw-2022-08-19/
[2] Hein, M.V. (May 27, 2022). The China shock: Germany turns away from its biggest trading partner. Retrieved from https://www.dw.com/en/the-china-shock-germany-turns-away-from-its-biggest-trading-partner/a-61957483
[3] The Economist. (June 16, 2022). Germany is recalibrating its close economic ties with China. Retrieved from https://www.economist.com/europe/2022/06/16/germany-is-recalibrating-its-close-economic-ties-with-china
[4] DW News. (August 26, 2022). Germany increases investments in China to record highs | DW News. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=A43uP41F0J4&ab_channel=DWNews

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน