เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจทำงานอย่างไร

เศรษฐกิจทำงานอย่างไร

เศรษฐกิจทำงานอย่างไร

 

ในมุมมองของ เรย์ ดาลิโอ เศรษฐกิจนั้นดำเนินไปอย่างมีระบบ แม้จะดูเข้าใจง่าย แต่กลับไม่เคยได้รับการทำความเข้าใจถึงการทำงานของมันอย่างถ่องแท้ [1] ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ได้สรุปคำอธิบายของ เรย์ ดาลิโอ [2] ที่กล่าวถึงวงจรการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ โดยอธิบายผ่านมุมมองของการซื้อขาย (Transactions-based approach) [3] ดังนี้

 

หากมองผ่านมุมมองของการซื้อขาย จะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจขับเคลื่อนเป็นวงจรผ่านการแลกเปลี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมีแรงกระตุ้น 3 ประการ ได้แก่ อัตราการเติบโตของผลิตภาพ (productivity growth) วงจรหนี้ระยะสั้น (short term debt cycle) และวงจรหนี้ระยะยาว (long term debt cycle)

 

ในเบื้องต้น เศรษฐกิจคือภาพรวมของการซื้อขาย ทั้งที่ใช้เงินสดและเครดิต ผู้คนซื้อขายแลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลาเพื่อสินค้า บริการหรือสินทรัพย์ต่าง ๆ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจึงได้แก่ผู้ซื้อและผู้ขายที่อยู่ในตลาด โดยตลาดนั้นมีมากมายหลายประเภทตามแต่สิ่งที่ผู้คนต้องการซื้อหามา ไม่ว่าจะเป็นตลาดรถ ตลาดเหล็ก ตลาดหมู หรือตลาดไก่

 

ดังนั้น ผู้คนที่มีความเกี่ยวข้องกับวงจรเศรษฐกิจจึงประกอบไปด้วยผู้คน ธุรกิจ ธนาคาร และรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลนับเป็นผู้ซื้อผู้ขายรายใหญ่ที่สุด โดยรัฐบาลทำหน้าที่เก็บภาษีและใช้จ่ายเงิน ในขณะที่ธนาคารกลางมีหน้าที่ควบคุมจำนวนเงินและเครดิตในระบบเศรษฐกิจ

 

ธนาคารกลางควบคุมระบบเศรษฐกิจโดยการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและการพิมพ์ธนบัตร ด้วยเหตุนี้ ธนาคารกลางจึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมเครดิต ซึ่งเครดิตนับเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

 

เมื่อพิจารณาเครดิตในแง่มุมของการแลกเปลี่ยน จะเห็นได้ว่าธนาคารอยู่ในฐานะผู้ให้ยืม และผู้ใช้เครดิตเป็นผู้ยืม ธนาคารได้ประโยชน์จากการให้ยืมเป็นดอกเบี้ย ส่วนผู้ใช้เครดิตได้โอกาสในการยืมเงินในอนาคตไปใช้เพื่อต่อยอดโอกาสต่าง ๆ ในชีวิต เพื่อสร้างผลผลิตในธุรกิจให้เติบโตขึ้น เงินที่ได้จากเครดิตกระตุ้นให้ผู้คนมีความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยตามต้องการ วงจรของการซื้อขายขับเคลื่อนไปในลักษณะนี้ไม่สิ้นสุด

 

แต่ทั้งนี้ วงจรของเศรษฐกิจที่ดำเนินไปไม่ได้มีเพียงด้านที่ผู้กู้เงินสามารถใช้เงินต่อยอดสร้างผลผลิตต่าง ๆ ได้เพียงเท่านั้น ในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นมุมที่สำคัญต่อเศรษฐกิจคือวงจรหนี้ วงจรหนี้ระยะสั้นอาจมีเวลา 5-8 ปี ในขณะที่วงจรหนี้ระยะยาวอาจกินเวลามากถึง 75-100 ปี

 

วงจรหนี้ระยะสั้นเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้เครดิตยืมเงินจากธนาคารมาใช้ และสามารถจ่ายคืนได้ในระยะเวลาอันสั้น ธนาคารมีเงินไปหมุนสำหรับให้ผู้กู้รายอื่นได้ยืม เมื่อวงจรการกู้เงินมีความคล่องตัว ผู้คนมีเงินมากขึ้น อาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

 

อย่างไรก็ตาม การให้เครดิตของธนาคารนั้นก็ถูกควบคุมโดยธนาคาร ธนาคารสามารถเลือกกำหนดดอกเบี้ยกู้ที่สูง เพื่อให้ผู้คนตัดสินใจกู้ยืมน้อยลง เป็นการหลีกเลี่ยงภาวะเงินเฟ้อ หรือเลือกกำหนดดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจูงใจให้คนกู้ยืม และสร้างวงจรของการใช้จ่ายต่อไป

 

ในทางกลับกันจากที่กล่าวมาทั้งหมด หากผู้กู้ไม่มีเงินมาใช้คืนธนาคาร ตัวผู้กู้เสียเครดิต ไม่สามารถหาเงินมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ธนาคารสูญเสียเงินที่จะใช้หมุนเวียนในการให้ผู้กู้รายอื่นได้ยืม รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ เท่ากับว่าผู้มีส่วนในวงจรเศรษฐกิจทั้งหมดเกิดภาวะชะงักงัน เศรษฐกิจก็จะกระทบกระเทือนไปเรื่อย ๆ กลายเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นที่ผู้คนก่อจลาจลประท้วงรัฐบาลเพื่อให้เศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง

 

ในการวางแผนนโยบายด้านเศรษฐกิจใดใดก็ตาม หากรัฐบาลเข้าใจถึงกลไกการทำงานของเศรษฐกิจ รัฐบาลจะมองเห็นว่าประชาชนทุกภาคส่วนล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนที่ส่งผลต่อทิศทางของเศรษฐกิจอย่างมากทีเดียว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

[1] bridgewater. (2022). HOW THE ECONOMIC MACHINE WORKS. Retrieved from https://www.bridgewater.com/research-and-insights/how-the-economic-machine-works
[2] Principles by Ray Dalio. (May 11, 2021). How The Economic Machine Works by Ray Dalio. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=PHe0bXAIuk0
[3] ศรชัย สุเนต์ตา. (5 พฤศจิกายน 2562). ทั่วโลกกำลังเดินเข้าสู่’กับดัก’เศรษฐกิจ?. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/business/853315

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน