เศรษฐกิจ

ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งทะยานในประเทศไทย กับผลที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ

ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งทะยานในประเทศไทย กับผลที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ

ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งทะยานในประเทศไทย กับผลที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ

 

ภาวะเงินเฟ้อที่ประเทศไทยเผชิญอยู่ในปัจจุบันมาจากสองสาเหตุหลักคือผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อโลก และผลกระทบของสงครามรัสเซียยูเครน ลงทุนศาสตร์ชวนวิเคราะห์ผลกระทบจากปัจจัยทั้งสองข้อนี้ แล้วดูมาตรการของรัฐว่ามีทางไหนในการช่วยเหลือประชาชนได้บ้าง

 

หากว่ากันที่ต้นตอของภาวะเงินเฟ้อที่คนไทยกำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน มาจากเหตุผลสองประการ ประการแรกคือการที่ประเทศพัฒนาแล้วมีการฟื้นตัวจากการระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 เร็ว เนื่องจากมีการปูพรมฉีดวัคซีนเร็ว และรัฐบาลเหล่านั้นก็อัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือในประเทศจำนวนมาก ทำให้คนมีเงิน แต่การผลิตสินค้ามีอัตราเร่งไม่ทันกลับมาตอบสนองความต้องการ ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในระดับโลกสูงขึ้น เหล่านี้ ส่งผลต่อไทยเช่นกัน เพราะไทยเป็นประเทศที่มีการเชื่อมโยงกับการค้าโลกสูง

 

เหตุผลอีกประการหนึ่งที่นำมาสู่ภาวะเงินเฟ้อ คือปัญหาสงคราม การที่รัสเซียบุกยูเครนทำให้ราคาพลังงานขึ้นทะยาน ทั้งด้วยปัญหาของสงครามเองและมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ จากเดิมที่มีเพียงปัจจัยเงินเฟ้อก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าราคาน้ำมันโลกจะขึ้นสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แต่ปัจจุบันเมื่อมีการขัดแย้งของสองประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันโลกกระโดดไป 100-105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นไปอีก

 

เงินเฟ้อจากต่างประเทศ หนึ่งเหตุผลคือคนเริ่มถือเงินมากขึ้น ในขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อในไทยนั้นต่างออกไป เนื่องจากการที่ไทยมีการฉีดวัคซีนล่าช้ากว่าหลายประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ และลักษณะเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง แต่ภาคการท่องเที่ยวยังไม่กลับมา จึงเป็นที่แน่นอนว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว เพราะฉะนั้น สภาวะเงินเฟ้อของไทยจึงเป็นสภาวะที่น่ากลัวกว่า เพราะรับทั้งผลกระทบจากเงินเฟ้อต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ประชาชนก็ยังไม่มีรายได้เพิ่มขึ้น

 

ก่อนที่จะมีสงครามรัสเซียกับยูเครน คาดว่าสภาวะเงินเฟ้อไทยจะคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังปี 2565 จากที่มองว่าโควิดสายพันธุ์โอมิครอนจะจบลงในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งรัฐบาลอาจจะออกมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่ม ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว แต่เมื่อเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างน้อยในครึ่งปีแรกนี้ คงจะหนักหนาอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะจบลงเมื่อไร และส่งผลกระทบอย่างไร

 

คำถามต่อมาคือ รัฐบาลไทยจะช่วยอะไรเราได้บ้าง

1. เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นห่วงว่าสถานการณ์ที่รัสเซียเกิดขึ้นในยูเครนจะส่งผลต่อราคาสินค้าที่จะแพงขึ้น และบอกด้วยว่ารัฐบาลพยายามจะหามาตรการเข้าไปช่วยเหลือดูแลให้ได้ทุกเรื่อง รวมถึงต้องขอร้องภาคเอกชนอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า

2. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เรื่องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และความตึงเครียดในยูเครน ซึ่งส่งผลให้พลังงานราคาสูงขึ้น จึงสั่งการให้คณะที่ปรึกษาเร่งรัดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อแบ่งเบาภาระประชาชนโดยเร็วที่สุด ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก คือ 1. หาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่าย ดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาราคาน้ำมัน ราคาก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า 2. การบรรเทาภาระหนี้สิน 3. การลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน

3. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐได้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไปแล้ว และนายกฯได้สั่งการเพิ่มเติมให้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้น้ำมันเบนซิน โดยจะให้ความช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.45 ล้านคน ซึ่งนายกฯ ได้มอบให้กระทรวงการคลังสรุปมาตรการแล้วนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว

4. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ไทยจะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์รัสเซียกับยูเครน ในเรื่องราคาพลังงาน ราคาเหล็กที่นำเข้ามาผลิตสินค้าต่อเนื่อง และผลกระทบต่อราคาธัญพืชที่นำเข้าเพื่อทำอาหารสัตว์ เช่น ข้าวสาลี และข้าวโพด เพราะรัสเซีย-ยูเครนเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก

5. ทั้งนี้ เรื่องราคาอาหารสัตว์ และวัตถุดิบอาหารสัตว์นั้น บางส่วนเกิดปัญหาเฉพาะกรณี เช่น กากถั่วเหลืองนำเข้าจากสหรัฐฯ กรมการค้าภายในรายงานว่าเกิดจากภัยแล้งในสหรัฐฯ ทำให้ปริมาณกากถั่วเหลืองลดลง ราคาจึงพุ่งสูงขึ้น ปัญหานี้ ภาคเอกชนผู้นำเข้ามีการเรียกร้องให้ปรับอัตราภาษี ซึ่งกระทรวงคลังต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าหากปรับภาษีนำเข้าจะกระทบเกษตรกรไทยอย่างไร

6. ประเด็นราคาไข่ไก่ นายจุรินทร์บอกว่า ได้มอบหมายกรมการค้าภายในเจรจากับเอกชนและพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรรายงานว่าต้นทุนการผลิตไข่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนการแก้ปัญหาต้องรอมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ว่าต้นทุนทางการเพิ่มเป็นเท่าไร และจะมีการพิจารณาราคาหน้าฟาร์มและราคาปลีก เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ได้ทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค

 

เป็นที่ต้องรอดูกันต่อไปว่าทั้งสถานการณ์โลกและสถานการณ์ในประเทศจะเป็นอย่างไร โดยมาตรการของรัฐบาลไทยอาจเป็นความหวัง หากมาตรการประสบความสำเร็จ แต่ถ้าไม่ได้สำเร็จอย่างที่หวัง ก็เป็นไปได้ที่ความเหลื่อมล้ำจะสูงขึ้นอีก และประชากรจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
กรุงเทพธุรกิจ, ราคาน้ำมันดันเงินเฟ้อเดือนกพสูง 5.28% สูงสุดในรอบ 13 ปี, 4 มีนาคม 2565, อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/business/991711 .
มติชนออนไลน์, แนวโน้มเงินเฟ้อทะยาน ซ้ำคนรายได้น้อย SMEs, 7 มีนาคม 2565, อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/politics/news_3218936 .
ไทยรัฐพลัส, สถานการณ์รัสเซียยูเครนและหลายปัจจัยรุมเร้า เงินเฟ้อไทยสูงสุดในรอบ 13 ปี ราคาสินค้าจะแพงต่อเนื่อง, 4 มีนาคม 2565, อ้างอิงจาก https://plus.thairath.co.th/topic/money/101194 .

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน