เศรษฐกิจ

วิกฤตขาดแคลนแรงงาน หรือหุ่นยนต์จะเป็นทางออก?

วิกฤตขาดแคลนแรงงาน หรือหุ่นยนต์จะเป็นทางออก?

วิกฤตขาดแคลนแรงงาน หรือหุ่นยนต์จะเป็นทางออก?

 

ในปีค.ศ.2022 นี้ที่โลกเริ่มฟื้นตัวจากโรคระบาด ธุรกิจหลายอย่างกลับมาคึกคัก แต่ก็ติดปัญหาขาดแคลนแรงงาน สาเหตุของการขาดแคลนแรงงานมีทั้งอุปสงค์อุปทานระหว่างผู้จ้างงานและผู้ทำงานที่ไม่ตรงกัน ช่วงเวลาของโรคระบาดที่ช่วงชิงเวลาในการเก็บประสบการณ์ทำงาน ทำให้ใครหลายคนขาดคุณสมบัติด้านประสบการณ์ตามที่ทางบริษัทได้ตั้งไว้ นอกจากนี้ ค่านิยมในการทำงานที่เปลี่ยนแปลง ยังทำให้คนส่วนหนึ่งตัดสินใจเปลี่ยนงาน หรือลาออกจากงานเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ และส่งผลให้บางอาชีพที่เคยเป็นที่นิยมไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป [1]

 

ในวิกฤตขาดแคลนแรงงานเช่นนี้ การใช้หุ่นยนต์อาจเป็นหนึ่งในทางออก

 

การใช้งานหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ หากพิจารณาสถิติในปีค.ศ.2020 จะเห็นได้ว่า การใช้งานหุ่นยนต์ในโรงงานทั่วโลกอยู่ในอัตราที่สูง โดยมีการใช้หุ่นยนต์ 126 ตัวต่อจำนวนพนักงาน 10,000 คน จำนวนดังกล่าวแทบจะเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับในปีค.ศ.2015 ที่มีการใช้งานหุ่นยนต์ 66 ตัวต่อจำนวนพนักงาน 10,000 คน และหากพิจารณาแยกตามประเทศแล้วก็จะเห็นได้ว่า ในปีค.ศ.2020 เกาหลีใต้มีการใช้งานหุ่นยนต์มากถึง 932 ตัวต่อพนักงาน 10,000 คน [2]

 

ถัดมาจากเกาหลีใต้ ประเทศที่มีการใช้งานหุ่นยนต์มากที่สุดเป็นอันดับสองได้แก่ สิงคโปร์ อัตราส่วนระหว่างจำนวนหุ่นยนต์และแรงงานของสิงคโปร์อยู่ที่ หุ่นยนต์ 605 ตัวต่อแรงงาน 10,000 คน งานที่สิงคโปร์ใช้แรงงานหุ่นยนต์แทนแรงงานมนุษย์ ได้แก่งานประเภท collaborative robots หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า cobots ซึ่งหมายถึงงานที่หุ่นยนต์ใช้ความสามารถของมนุษย์ในการทำงาน เช่น การเคลื่อนไหวมือเพื่อหยิบและส่งต่อชิ้นส่วนในบริษัทผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ [3]

 

ด้วยมือของหุ่นยนต์แล้ว การทำงานสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีการกะจังหวะผิดพลาด ไม่มีความเมื่อยล้า และยังไม่ต้องจ่ายค่าแรง จากการคาดการณ์ของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) [4] นับจากปีค.ศ. 2022 นี้เป็นต้นไป หุ่นยนต์จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจที่ทั้งขาดแคลนแรงงาน และต้องการลดต้นทุนการจ้างงาน ผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ จะเริ่มหันมาสนใจใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานคน และลงทุนพัฒนาหุ่นยนต์ที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ

 

วิกฤตขาดแคลนแรงงานจะถูกแก้ไขได้ด้วยความก้าวหน้าในการพัฒนาหุ่นยนต์ ยิ่งหุ่นยนต์มีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทดแทนแรงงานมนุษย์ได้มากเท่านั้น การมาถึงของหุ่นยนต์นี้ไม่ได้เป็นสัญญาณว่าแรงงานมนุษย์กำลังจะไม่สำคัญอีกต่อไป ในทางตรงข้าม การใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กลับเป็นสัญญาณที่ดีว่ามนุษย์จะได้รับการทุ่นแรง ไม่ต้องเสี่ยงทำงานอันตราย และไม่ต้องทำงานที่มีลักษณะซ้ำซาก สอดคล้องกับค่านิยมในการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำงานที่ได้พัฒนาทักษะที่หลากหลาย [4]

 

จากนี้ไป เราคงต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอีกมากมาย ในช่วงวิกฤตนี้เอง เราจะได้จับตาดูกันต่อไปว่า แรงงานหุ่นยนต์จะมีส่วนแก้ไขวิกฤตการขาดแคลนแรงงานได้ต่อไปอย่างไร

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง

[1] Listingart, P. (August 8, 2022).Where Are The Workers? Tackling The Labor Shortage From Multiple Angles. Retrieved from https://www.forbes.com/sites/forbesnonprofitcouncil/2022/08/08/where-are-the-workers-tackling-the-labor-shortage-from-multiple-angles/?sh=2a9651bb21c4
[2] IFR Press Room. (December 14, 2021). Robot Density nearly Doubled globally. Retrieved from https://ifr.org/ifr-press-releases/news/robot-density-nearly-doubled-globally
[3] Wall Street Journal. (September 22, 2022). Can Robots Fix Inflation, Supply Chain and Labor Issues? Singapore Thinks So. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=5rNMQnTYVYc&ab_channel=WallStreetJournal
[4] IFR Press Room. (February 16, 2022). Top 5 Robot Trends 2022. Retrieved from https://ifr.org/ifr-press-releases/news/top-5-robot-trends-2022

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน