สังคมศาสตร์

ทำไมเส้นทางสายไหมถึงสำคัญในประวัติศาสตร์โลกนัก

ทำไมเส้นทางสายไหมถึงสำคัญในประวัติศาสตร์โลกนัก

ทำไมเส้นทางสายไหมถึงสำคัญในประวัติศาสตร์โลกนัก

 

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า เส้นทางสายไหม หรือ Silk Road มาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะเส้นทางสายนี้ถือได้ว่าเป็นการบุกเบิกการค้าจากตะวันออกไปสู่ตะวันตกอย่างแท้จริง เป็นเส้นทางการค้าแรกของโลกที่มีการเชื่อมสองทวีปคือทวีปเอเชียและยุโรปเข้าไว้ด้วยกัน จุดเริ่มต้นอยู่ที่เมืองซีอาน ประเทศจีน และสิ้นสุดที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี รวมระยะทางกว่า 6,437 กิโลเมตร มีคำกล่าวมากมายว่าเส้นทางสายนี้นั้นเต็มไปด้วยจินตนาการและการผจญภัย

 

เส้นทางสายไหมเกิดขึ้นในรัชสมัยของฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้ ราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ.220) ในอดีตนั้นอาณาจักรฮั่นมักจะถูกชนเผ่า “ซงนู๋” ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนรุกรากอยู่บ่อยครั้ง ฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้จึงต้องการพันธมิตรในการต่อต้านการรุกรานจึงได้ส่งขุนนาง “จางเชียน” ไปเจริญสัมพันธ์กับแคว้นต่าง ๆ ทางตะวันตก ระหว่างทางจางเชียนถูกพวกซ่งนู๋จับตัวไว้สิบกว่าปีก่อนที่จะหลบหนีออกมาได้ ช่วงเวลานั้นบรรดาแคว้นทั้งหลาย ต่างก็พอใจในสถานะที่เป็นอยู่แล้ว จึงไม่สนใจที่จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับราชวงศ์ฮั่น จางเชียนกลัวว่าจะเป็นการทำภารกิจไม่สำเร็จ เขาจึงนำสมุดบันทึกที่เขาได้บันทึกข้อมูลตลอดเส้นทางการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ การค้าขายต่าง ๆ สภาพอากาศ รวมไปถึงวิถีชีวิตของผู้คนถวายแด่ฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้ เพื่อที่จะเปลี่ยนจากสนามรบให้กลายเป็นสนามการค้า

 

หลังจากนั้นไม่นาน อาณาจักรฮั่นจึงได้เริ่มส่งสินค้าไปค้าขายกับทางตะวันตก ซึ่งสินค้าที่ขึ้นชื่อในยุคนั้นได้แก่ ผ้าไหม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของพวกชาวโรมันและเปอร์เซียเป็นอย่างมาก จนถึงกับนำทองคำมาแลกเป็นผ้าไหมเลยทีเดียว และหากสังเกตที่รูปปั้นหญิงสาวในยุคโรมัน มักจะพบว่านุ่งห่มไปด้วยผ้าไหมพลิ้วสวยอยู่เสมอ เส้นทางนี้ ไม่ได้สำคัญในแง่ของการค้าขายเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนเป็นโครงข่ายที่แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสองทวีปในยุคนั้นเลยทีเดียว

 

นอกเหนือไปจากการค้าแล้วนั้น เส้นทางนี้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข่าวสาร เทคโนโลยี รวมไปถึงวัฒนธรรมต่าง ๆ จากจีนไปยังตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นวิธีผลิตดินระเบิด กระดาษ เข็มทิศ แม้กระทั่งลูกคิด ซึ่งกลายเป็นต้นแบบในการผลิตคอมพิวเตอร์ของชาวตะวันตก นอกไปจากนี้เส้นทางสายไหมทำให้เกิดการเผยแพร่ศาสนาพุทธจากอินเดียเข้าสู่ประเทศแถบเอเชีย อย่าง จีน ไทย ลาว พม่า เวียดนาม และกัมพูชาอีกด้วย ภายหลังเส้นทางนี้ได้ล่มสลายเนื่องจากเกิดสงคราม เหล่าคาราวานจึงเลี่ยงที่จะใช้เส้นทางนี้ไปในที่สุด

 

ปัจจุบันเส้นทางสายไหมได้มีการบูรณะขึ้นใหม่กลายเป็นส้นทางท่องเที่ยวที่ตัดผ่าน 13 ประเทศที่มีภูมิประเทศหลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจ มีการพัฒนาในทุก ๆ ปี จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายจากทั่วโลก  กล่าวได้ว่าแม้ว่าจะเป็นเวลาเกือบ 1,500 ปีแล้วที่เส้นทางสายไหมถูกนํามาใช้เพื่อการค้าระหว่างประเทศ แต่เส้นทางนี้ยังเป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์ ที่ยังคงความสำคัญยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
https://www.history.com/topics/ancient-middle-east/silk-road
https://www.silkroad-adventures.com/silk-road-history

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน