สังคมศาสตร์

บ้านและรถไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จ

บ้านและรถไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จ

บ้านและรถไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จ

 

ปัจจุบันคนรุ่นมิลเลนเนียล(เกิดระหว่างปี 2523-2543) ให้ความสำคัญกับรถยนต์และบ้านน้อยลงเรื่อย ๆ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ส่วนตัวมากขึ้น คนรุ่นใหม่ใช้เงินและเวลาไปกับคอนเสิร์ต การเดินทาง การแข่งขันกีฬา งานสังคม และประสบการณ์ทางวัฒนธรรม ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าพวกเขามองว่าชีวิตที่มีความสุขและคุ้มค่าคือการสร้าง การแบ่งปัน และเก็บเกี่ยวความทรงจำที่ได้พบเจอ ซึ่งในช่วงครึ่งหลังทศวรรษที่ผ่านมา มีงานวิจัยทางจิตวิทยาจำนวนมากได้แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์ทำให้ผู้คนมีความสุขมากกว่าการมีทรัพย์สิน คนรุ่นใหม่ไม่ได้มุ่งเน้นที่การครอบครองหรือสถานะทางอาชีพ และมองความเป็นเจ้าของแตกต่างจากคนรุ่นก่อน ๆ ในขณะที่คนหนุ่มสาวสมัยก่อน มักให้ความสำคัญกับการซื้อทรัพย์สินและวัตถุ เพื่อแสดงถึงความมั่นคงและความสำเร็จ แต่คนรุ่นมิลเลนเนียลกลับมองว่าการลงทุนไปกับข้าวของนั้นกลายเป็นภาระผูกพัน

 

คนรุ่นใหม่กล้าที่จะใช้จ่ายเงินมากขึ้น เมื่อโลกยิ่งถูกพัฒนา การติดต่อสื่อสารกันกลายเป็นเรื่องง่าย มีช่องทางการหาเงินมากขึ้น คนยุคนี้จึงมองว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อประสบการณ์ในการเติมเต็มตัวเอง นอกจากนี้ เมื่อสามารถทำงานจากที่ไหนในโลกก็ได้หรือแม้แต่การจ่ายเงินเพื่อเช่ารถ ก็สามารถทำให้เดินทางไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า แถมไม่ต้องคอยกังวลใจเรื่องค่าดูแลอีกด้วย ทำให้ความสำคัญของบ้านและรถค่อย ๆ ลดน้อยลงไป ซึ่งพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนในยุคนี้ก็ทำให้เกิดเทรนด์ที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของสตาร์ทอัพมูลค่าพันล้านดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็น Airnbn, Uber, หรือแม้แต่ Blueboard ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่ขายแพ็คเกจ “ประสบการณ์” ให้กับบริษัทต่าง ๆ ซึ่งสามารถออกแบบแพ็คเกจตามใจลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ชั้นเรียนการกระโดดร่ม ชั้นเรียนทำอาหาร การพาทัวร์ชุมชนที่แสนพิเศษ มีลูกค้ามากมายไม่ว่าจะเป็น GoPro หรือ Astex Pharmaceuticals เป็นต้น

 

นอกจากนี้แรงจูงใจของคนรุ่นมิลเลนเนียลส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ตัวตนและกิจกรรมต่าง ๆ ลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, Instagram และ Snapchat ซึ่งมาจาก “ความอยากเป็นที่รู้จัก” และ “ความกลัวที่จะพลาดโอกาส” ที่ช่วยกระตุ้นความกระหายในการหาประสบการณ์ของคนยุคนี้

 

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการใช้จ่ายเงินเพื่อประสบการณ์ ให้ความสุขที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่ง “ความคาดหมาย” เป็นตัวขับเคลื่อนความสุขนั้น การรอประสบการณ์ทำให้เกิดความสุขและความตื่นเต้นมากกว่าการรอสิ่งของทางวัตถุ ยกตัวอย่างเช่น ระหว่างการรอให้ถึงวันหยุดยาวเพื่อที่จะได้ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนหรือคนรู้ใจ กับ การรอสินค้าที่สั่งมาทางออนไลน์ ความรู้สึกก่อนและหลังมักจะต่างกัน เพราะเมื่อเรารู้ว่าจะได้ไปเที่ยวกับคนสำคัญก็มักจะคาดหวังถึงเรื่องราวดี ๆ ที่จะถูกบรรจุไว้ในความทรงจำมากกว่าสิ่งของที่ซื้อมาเพื่อใช้ประโยชน์เป็นครั้งคราว คนยุคนี้จึงเลือกที่จะครอบครองประสบการณ์ที่มักจะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปมากกว่านั่นเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0022103119305256?via%3Dihub
https://www.theatlantic.com/business/archive/2014/10/buy-experiences/381132/
https://www.business2community.com/strategy/why-millennials-value-experiences-not-stuff-02142266

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน